มีชุมชนหลายชุมชนล้วนแตกต่างภารกิจแต่มีจุดร่วมคือต้องการพัฒนางาน พัฒนาการบริการที่มีคุณภาพ และมีภาพที่ไม่แตกต่างกันคือมีรวมตัว ฟู แฟบ มีคนมายุ ฟู ท้อถอย ปรับตัว ล้วนเป็นวงจรของทุกชุมชน

เวทีชุมชนแนวปฏิบัติเมื่อ 25 กันยายน 2549 วันนั้นมีคนมาเข้าร่วมเวทีจำนวน 28 คน จาก17 ชุมชน ด้วยความคุ้นหน้าคุ้นตากันดี
      ดิฉันเริ่มต้นเวทีด้วยการให้ผู้ร่วมโครงการเริ่มแนะนำบุคคลที่ตัวเองรู้จัก ปรากฏว่าเขารู้จักกันเกือบจะหมดวงครบทุกคนในวง อันนี้นับเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของสงขลานครินทร์ที่บุคลากรคุ้นเคยกันเป็นทุนเดิม เรารู้จักกันเกือบหมด ไม่รู้จักชื่อก็เคยเห็นหน้า หรือ เคยได้ยินชื่อ เคยคุยกันทางโทรศัพท์เพิ่งได้เจอวันนี้เอง บรรยากาศเริ่มต้นอย่างเป็นกันเองในความรู้สึกของดิฉัน  มีชุมชนเข้าร่วมหลากหลายเช่นชุมชนน้องใหม่ที่มีแต่ชื่อแต่ใฝ่เรียนรู้เช่นชุมชน "นโยบายและแผน" "สารบรรณ" "ชุมชนเลขานุการ" "ชุมชนนักประชาสัมพันธ์"  ประเภทชุมชนเข้มแข็งเช่น "เบาหวาน" "วางแผนส่งต่อผู้ป่วย" "บรรณารักษ์นักบริการ" "ชุมชนภาควิชาพยา-ธิ" "วิจัยระบบนำส่งยา" "ชุมชน Mamboo"   "ชุมชนคนรักกฎหมาย"  และชุมชนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นชุมชนแต่มาร่วมด้วยใจรัก คือ"ชุมชนร่วมใจ(5ส.)" ฯลฯ  
  ช่วงแรกดิฉันขอให้ทุกคนบอกความคาดหวังของการมาร่วมโครงการในวันนี้  
   ช่วงที่สองทีมfacilitator(ซึ่งเป็นคณะกรรมการKM)ร่วมเสวนาประเด็น "ชุมชนแนวปฏิบัติกับการพัฒนาองค์กร" ในมุมมองของกรรมการ เพื่อจูนแนวคิดร่วมของชุมชนในเบื้องต้นว่าวันนี้พวกเราที่มามีความเชือว่า ชุมชนแนวปฏิบัติพัฒนางองค์กรได้
   จากนั้นแต่ละชุมชนที่มีลักษณะแตกต่างเริ่มเล่าเรื่องราวชุมชน การก่อตั้ง ปฏิสัมพันธ์และรูปแบบกิจกรรมการแลกเปลี่ยนของสมาชิก  เล่าประสบการณ์ความภาคภูมิใจและ ผลงานความเป็นไปของชุมชน
    วันนั้นสภาพห้องเหมาะกับการพุดคุยเป็นกลุ่มแบบนี้อยู่แล้วประกอบกับจำนวนคนเข้าร่วมไม่มากคน เราจึงรวมกลุ่มคุยกันในห้องเดิม ไม่ได้แยกห้องย่อยเหมือนที่คิดไว้ทำให้ได้อีกอารมณ์ที่ต่างจากห้องย่อยไปอีกแบบ     ช่วงท้ายสุดมีการทำ AAR  ได้ความว่าผู้เข้าร่วมโครงการคาดหวังจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้หนักไปทางรับฟังการดำเนินการของชุมชนอื่นๆ ใน มอ. ส่วนที่ได้มากกว่าความคาดหมายคือไม่คิดว่าจะมีชุมชนหลายชุมชนล้วนแตกต่างภารกิจแต่มีจุดร่วมคือมีความต้องการพัฒนางาน ต้องการบริการให้มีคุณภาพ และมีภาพที่ไม่แตกต่างกันคือมีรวมตัว ฟู แฟบ มีคนมายุ(มีคนมาเชียร์ให้คุยกัน) ฟู ท้อถอย ปรับตัว ล้วนเป็นวงจรของทุกชุมชน ที่น้อยกว่าความคาดหวังมีจำนวนคนมาร่วมในวันนี้น้อย กว่าที่คิด และจะเก็บเอาประสบการณ์ในวันนี้ไปเป็นประสบการณ์ในการดูแลชุมชนที่ตนเองดูแลอยู่ 
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ 
     1.จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการไม่เป็นประเด็นสำคัญ (ในระยะหลังมักจะเข้ามาตอกย้ำดิฉันเรื่อยๆในเรื่องจำนวนคนกับคุณภาพของโครงการ)  
      2.การออกแบบเวทีต้องปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่นตลอดเวลาหากมีปัจจัยอื่นเข้ามาต้องปรับเวทีให้เหมาะสมกับกลุ่มคน เช่นในวันนี้เดิมจัดให้มีการแบ่งย่อยเล่าเรื่องกัน แต่พอถึงเวลาจริงเรามีชุมชนส่วนใหญ่เริ่มหัดเดิน ที่แข็งแรงแล้วมีจำนวนไม่มาก คนอยากฟังชุมชนที่แข็งแรงหากแบ่งกลุ่มย่อยจะทำให้ผู้เข้าร่วมทุกกระจายไปตามห้องไม่มีโอกาศได้ฟังชุมชนแข็งแรงตามที่ตนต้องการเพราะเนื่องจากเราจัดแบ่งกลุ่มให้ดูเท่าๆ กันทุกห้อง  ทำให้ทุกคนสามารถพูดคุย ซักถามกันในหลายๆ มุม ได้ซักถามประเด็น ตรงใจของทุกๆคน 
    3'วันนี้ดิฉันภูมิใจที่สามารถดูแลเวทีให้ทุกคนได้ประโยชน์และทุกคนมีคุณค่าในเวทีนี้  และในวันนั้นมีชุมชนตัวอย่างที่ได้รับรางวัล ไปร่วมงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ในเดือนธันวาคม 3 ชุมชนคือ "ชุมชนวิจัยระบบนำส่งยา"ซึ่งเป็นชุมชนของนักวิจัย  "ชุมชนเบาหวาน"ซึ่งเป็นชุมชนที่ผลักดันโดยกลุ่มพยาบาลให้แก่คนไข้เบาหวาน  และ"ชุมชนภาควิชาพยา-ธิ"  เป็นชุมชนของภาควิชาที่สามารถดำเนินการให้ทุกคนในภาควิชามองเห็นคุณค่าของตนเองดึงศักยภาพที่มีอยู่ของตนมาใช้เสริมกันในการทำงานของภาควิชา