ในแต่ละวันพานพบสิ่งต่างๆมากมาย ...ไม่อยากพบก็พบ ไม่อยากรับรู้ก็ห้ามไม่ได้
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 11pt; font-family: Tahoma; background-color: #99ffff"><strong><span style="background-color: #ffff00">เพื่อนผมสมัยมัธยม</span></strong>แวะมาเยี่ยมผมที่บ้านในเย็นวันหนึ่ง ด้วยสีหน้าที่ไม่สดชื่น แววตาที่ไร้พลังจนผมสังเกตได้ บทสนทนาหลายตอน ที่เพื่อนของผมพร่ำพูดออกมา คือ ปัญหาชีวิต ที่เขาคิดไม่ออก ว่าจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไร </span><span style="font-size: 11pt; font-family: Tahoma"><span style="background-color: #99ffff">? มันไร้ซึ่งหนทาง ไร้กำลังใจ โลกตรงหน้าของเขาช่างมืดมนเสียจริง.........</span></span></p> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 11pt; font-family: Tahoma; background-color: #99ffff">เสียงโทรศัพท์ เช้าวันหยุดของผม...พร้อมกับเสียงที่คุ้นเคย เป็นเสียงของ<strong><span style="background-color: #ffff00">น้องสาวท่านหนึ่ง</span></strong>...คุยเรื่อง ชีวิตให้ฟัง ทุกข์จริงๆ ทุกข์มาก เครียดมาก..นอนไม่หลับ สับสน เป็นความรู้สึกของเธอที่บอกผมผ่านสาย...ผมรับรู้ปัญหา ที่เกิดขึ้นผ่านคำบอกเล่า เคล้าเสียงสะอื้น ปริ่มจะขาดใจ...ทุกข์มาก<span> </span>เรื่องรักๆ เป็นทุกข์เสมอ เมื่อรักไม่สมหวัง</span><span style="font-size: 11pt; font-family: Tahoma"></span></p> <blockquote><blockquote> <p class="MsoNormal"><span style="font-size: 11pt; font-family: Tahoma"> <img src="http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/035/569/original_life.JPG?1285455079" border="0" align="middle"></span></p> <p class="MsoNormal"> <strong>"ชีวิต" </strong>สีน้ำมันบนกระดาษ </p> <p class="MsoNormal"> จตุุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร , ๒๕๓๙ </p>
</blockquote></blockquote> <h3>
ทุกข์ทำไม…?
</h3> <p class="MsoNormal">ผมมานั่งทบทวนเหตุการณ์ทั้งสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น…ใกล้เคียงกัน เป็นเรื่องของ “ทุกข์”ฉับพลันทั้งนั้น</p> <p class="MsoNormal">การมุ่งมาดปรารถนาต่อชีวิตที่เป็น “อริยะ” คือชีวิตที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว ความอิจฉา พยาบาท ความซึมเศร้า ความวิตกกังวล และสิ่งเศร้าหมองที่ปรุงแต่งจิตทั้งหลาย ถ้าเราเห็นว่า “ความเป็นอิสระภายใน”ปัญญาที่เกิดขึ้นบนกองทุกข์ เป็นสิ่งที่น่าพัฒนา เราควรเอาใจใส่เรื่อง “อริยสัจ”</p> <p class="MsoNormal"> </p> <p class="MsoNormal">“สัพเพ สังขารา ทุกขา” สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์ </p> <p class="MsoNormal">หากดังนี้แล้ว ก็เป็นทุกข์ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตใช่ไหม…</p> <p class="MsoNormal">ท่านชยสาโร ภิกขุ ได้เขียนไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง น่าสนใจว่า เปรียบทุกข์มี ๒ อย่าง</p> <ul><li>
ทุกข์อย่างแรก คือ “ร้อน” เป็นความร้อนที่เกิดจากธรรมชาติส่วนหนึ่ง และ ร้อนที่เกิดขึ้นภายในตน อยู่ไหนก็ร้อน ที่เย็นที่สุดก็ร้อน ร้อนนั่นหละคือ ทุกข์
</li></ul><ul><li>
ทุกข์อย่างที่สอง คือ “ความไม่เสถียร”ตรงนี้อธิบายได้กับสิ่งไม่มีชีวิต เพราะทุกอย่างไม่เสถียร ต้นไม้ มีราก ใบ ดอก ผล มีแดด ลม ฝน เป็นปัจจัยรอบข้าง ฝนไม่ตกต้นไม้เหี่ยวเฉา แมลงกัดกินต้นไม้ตาย ทุกอย่างไม่เสถียร ซึ่งก็ทุกข์ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ ธรรมชาติเป็นทุกข์เพราะขาดเสถียรภาพของมัน ขาดความมั่นคง อนิจจัง และอนัตตา
</li></ul><p class="MsoNormal"> </p> <p style="background-color: #66ffcc" class="MsoNormal">ทุกข์ที่เป็นอริยสัจเกิดขึ้นเพราะจิตนั้นมี“อวิชชา” หลายคนแปลว่า“ไม่รู้” แต่เพียงอย่างเดียว แต่ไม่ใช่ อาจจะรู้แล้ว แต่ “รู้ไม่จริง” เหล่านี้ล้วนแต่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์</p> <p class="MsoNormal">กำจัดอวิชชาที่มืดบอด มัวเมาด้วยการรับรู้ธรรมชาติแห่งทุกข์ เรียนรู้ตน พัฒนาปัญญาให้เท่าทันทุกข์ แก้ไขทุกข์ด้วยปัญญาแห่งธรรมชาติ</p> <p class="MsoNormal">ทุกข์ที่เกิดทางกายพอเยียวยาได้ แต่ทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจนี่สิครับ…ยากนักจะเยียวยา หากเราไม่ใช้ปัญญารับรู้เหตุตามจริง เพราะมีสิ่งนั้น ถึงมีสิ่งนี้ …เกิดมาใช้กรรมเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่จะใช้กรรมทั้งทีขอให้มัปัญญารับรู้วิกฤตแห่งกรรมก็ถือว่า“มีกำไร”</p> <blockquote><blockquote>
<p class="MsoNormal"> </p>
<p class="MsoNormal"> “วัฎจักร” สีน้ำมันบนกระดาษ </p>
<p class="MsoNormal"> จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ,๒๕๓๙ </p>
</blockquote></blockquote> <p class="MsoNormal">มีตอนหนึ่งในหนังสือธรรมมะของท่านชยสาโร ภิกขุ กล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า </p> <p class="MsoNormal">“ทุกข์เพราะคิดผิดให้จำไว้อย่าลืม เวลาเริ่มจะเป็นทุกข์ แทนที่จะไปว่าเขา จะไปโกรธเขา หรือ หงุดหงิดเขา ทบทวนที่จิต ถ้าหากว่าจิตใจของเราอยู่กับธรรม เป็นทุกข์ไม่ได้ เป็นทุกข์ไม่เป็น ไม่มีสิ่งใด หรือไม่มีคนใดจะบังคับให้เราเป็นทุกข์ทางใจได้ มันไม่อยู่ในวิสัยของใครที่จะบังคับให้ใครเป็นทุกข์ได้ ถ้าเราไม่ยอมเป็นทุกข์”</p> <p class="MsoNormal">ผมเองพยายามพัฒนาตน พัฒนาจิต เรียนรู้ชีวิต ผ่านชีวิต บางครารู้สึกปิติปราโมทย์ เมื่อบรรลุปัญหาโดยใช้ปัญญาไตร่ตรอง ระงับ(ปัสสัทธิ) สิ่งที่เรียกว่า“อุปทาน”ที่มาครอบงำจิตได้ เข้าใจและรับรู้ รู้ความเป็นจริงต่อโลก(ยถาภูตญาณทัสสนะ)</p><p class="MsoNormal"> พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวไปสู่วิมุตติ (ความหลุดออก)</p> <p class="MsoNormal">ธรรมะและธรรมชาติ เป็นเรื่องเดียวกัน เข้าใจธรรมชาติ ก็เข้าถึงธรรมะ </p> <p class="MsoNormal">สิ่งที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่ผมพบเจอ เป็นธรรมชาติของสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสรับรู้ และใช้วิกฤตที่พบ สอนตนเอง พัฒนาตนเสมอ เรียนรู้ผ่านชีวิต “ชีวิตสอนชีวิต”</p> <blockquote><blockquote><blockquote>
ดอกไม้หน้าบ้าน
๒๖ ก.ย. ๔๙
</blockquote></blockquote></blockquote><p class="MsoNormal"><hr width="100%" size="2"></p> <p class="MsoNormal"> เมืองปาย ,บ่ายวันเสาร์</p> <p class="MsoNormal"> จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร</p> <p class="MsoNormal"> ๓๐ ก.ย.๔๙</p> <p class="MsoNormal"> </p>
อย่างน้อยที่สุด เราทั้งหลายควรถือ พุทธศาสนาในฐานะเป็นศิลปะ (Art) ซึ่งในที่นี้หมายถึง ศิลปะการดำเนินชีวิต คือ เป็นการกระทำที่แยบคายสุขุม ในการที่จะมีชีวิตอยู่เป็นมนุษย์
"ผู้ดำรงชีวิตอย่างถูกต้องตามศิลปะแห่งการครองชีวิตของพระพุทธเจ้านั้น คือ ผู้มีชัยชนะอยู่เหนือส่ิงทั้งปวงที่เข้ามาแวดล้อมตน"
บางส่วนในหนังสือ คู่มือมนุษย์ ,ท่านพุทธทาสภิกขุ
พี่ Bright Lily
เขาว่าศิลปินอ่อนไหว..ผมว่าก็จริง แต่ผมว่าอ่อนไหว และเข้าใจในศิลปะของการมีชีวิตอยู่ ได้เปรียบใช่ไหมครับ!!!
ผมสนใจศิลปะ เพราะคิดว่า ศิลปะเป็นความงดงามที่เราสามารถจะถ่ายทอด ความเป็นตััวตนของตัวเองไปในตรงนั้นได้
ผมถ่ายทอดออกผ่านรูปทุกรูปในบันทึกที่ถ่ายเก็บไว้ครับ
...
ชีวิตที่ผ่านพบ มีลบย่อมมีเพิ่ม
การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในแต่ะวัน..ทำให้ผมพัฒนาตนขึ้นมากครับ
พี่ Bright Lily
ว่าจะไม่เขียนเรื่องหนัก ในทัศนะของชีวิต...ในวันหยุด แต่ผมมองว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องชีวิต ยิ่งคิด ยิ่งเบา...
ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณอาจารย์ Panda และขอให้อาจารย์มีความสุข วิสุทธิ ในชีวิตเช่นเดียวกันครับ
"สุข" และ "ทุกข์" ดูเหมือนจะเป็นของคู่กัน
ได้เรียนรู้ มัน ยิ่งมีกำไร
ขอบคุณค่ะ สำหรับแง่คิด
คุณศิริ
หากสามารถสุขบนกองทุกข์ได้โดยใช้ปัญญา ก็เป็นเรื่องที่ดี
ที่สำคัญที่สุดได้เรียนรู้เพื่อพัฒนาตน
ขอให้มีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ครับ
เป็นการง่ายยิ้มได้ไม่ต้องฝืน
เมื่อชีพชื่นเหมือนบรรเลงเพลงสวรรค์
แต่คนที่ควรชมนิยมกัน
ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา
จากเรื่อง เพชรพระอุมา ของพนมเทียน
หากวันนี้ไม่รู้ทุกข์ แล้ววันหน้าจะรู้สุขได้อย่างไรเล่า
คุณกัลปังหา
"หากวันนี้ไม่รู้ทุกข์ แล้ววันหน้าจะรู้สุขได้อย่างไรเล่า"
ขอบคุณมากครับ
หากดอกไม้คือ ความสุข...
ภมรน้อย ไม่รีรอที่จะดื่มด่ำัความสุขนั้น
..............
ขอบคุณครับ คุณ IS
"รูปแทนคำบรรยายได้มากกว่าแสนล้านคำ"
เมื่อคนเราได้สัมผัสภาวะสุข/ทุกข์ ทำให้มีประการณ์ในการดำเนินชีวิตอย่างรู้เท่าทันและมั่นคงยิ่งขึ้นครับ
สบายใจทุกๆครั้งที่แวะเข้ามาในบันทึกของคุณจตุพร (บุรุษยอดความสามารถ)
ทุกข์ก็คลาย ร้อนก็ผ่อน..
ขอบคุณกับบันทึกดีๆ...สงบสบาย..และภาพสวยประทับใจเสมอๆ.ค่ะ
น้องสุภัทร
ขอแสดงความยินดีกับ นักศึกษาปริญญาเอก การจัดการความรู้คนใหม่ ...ให้กำลังใจในการศึกษาครับ
ทุกวันนี้เราทุกข์กันง่ายมากครับ...ดังนั้นแล้ว หากรู้ไม่เท่าทันอารมณ์ ก็จะทุกข์มากครับ
ขอบคุณครับ
อาจารย์จันทรัตน์
ช่วงนี้มีเพื่อนๆมาปรึกษา"ปัญหาชีวิต" กันตลอดเวลา ...ผมว่าในท่ามกลางปัญหา ท่ามกลางความทุกข์ หากพลังใจอ่อนแอ
ไม่ได้ใช้ปัญญาในการไตร่ตรองตามจริง ที่ทุกข์ ที่ร้อน ก็หนักขึ้น...
ทุกข์แล้ว ทุกข์ ซ้ำ ...ทุกข์ทำไม
สอนให้ดูใจตัวเอง .
..ผมก็พัฒนาตนเองจากปัญหาเหล่านั้น
เป็นเช่นนั้นเอง!!!
แต่ถ้าเราไม่รู้จัก ทุกข์ เราก็จะไม่รู้ว่า สุข เป็นยังไงจริงมั๊ย !!
เค้าบอกกันม๊า...ว่างั้น อิอิ...