วันที่ยี่สิบสอง กุมภาพันธ์,


ผมได้รับเชิญจากผู้ประสานงานล่วงหน้าเป็นเดือน...

ว่าให้มารับรางวัล "ศิษย์เก่าดีเด่น" ของมหาวิทยาลัย

ครูของผม...อยากให้มาผมรับรางวัลด้วยตนเอง...

ผมเห็นว่า...สิ่งใดที่ทำให้ครูดีใจผมต้องทำให้ครู...ถึงแม้ผมไม่คุ้นเคยอยู่ท่ามกลางคนหมู่มากๆ


ผู้ประสานนัดหมายว่า..ให้แต่งกายชุดสุภาพเพื่อขึ้นเวทีรับรางวัล

ชุดทำงานของผมปกติก็จะเป็นชุดทำงานพื้นเมืองที่ปล่อยชายเสื้อ..คงไม่สุภาพแน่นอน

จึงต้องไปรื้อตู้เสื้อผ้า...ผมมีชุดสูทหนึ่งตัว...เป็นชุดที่ผมใส่ตอนแต่งงานเมื่อประมาณเก้าปีก่อน

เป็นชุดที่เตี่ย และแม่ของผม...เลือกแบบ และสี...ให้ผม

ผมจำได้ว่า...วันแต่งงานของผม ผมได้แต่งสูท ที่ดูดีที่สุดในชีวิตของผม

โชคดีที่ผมยังใส่สูทแต่งงานได้...จึงประหยัดและไม่ได้เตรียมตัวมากมาย

แต่เนคไทได้หายไปแล้ว...หยวนๆ ไม่ต้องใส่ก็ได้นะ...


วันที่ต้องเดินทางมารับรางวัล...บ้านของผมและมหาวิทยาลัย

ถ้าเดินทางปกติก็ประมาณชั่วโมงครึ่ง...ผมตื่นนอนหกโมงเช้า

แต่มีงานสะสางจึงเดินทางออกจากบ้านเจ็ดโมงเช้า...

แต่ผมคาดการณ์ผิด...เกือบสามโมงเช้าใส่เวลาพิธีการ...ผมยังติดหนึบอยู่บนถนนที่กำลังสร้าง

ก่อนที่จะถึงมหาวิทยาลัย...

ผู้ประสานงานโทรมาว่าถึงไหน...ครูก็เช่นกัน..."ถึงไหนแล้วลูก...อีกสิบนาทีจะถึงห้องประชุมไหมลูก"

ผมรับรู้ถึงพลังแห่งความอบอุ่นและความห่วงใยที่ครูให้ผมเสมอ


และแล้วผมก็มาทันเวลาที่เริ่มงาน...ผู้ประสานมาต้อนรับ...มีใครๆ มาขอถ่ายรูปมากมายไปทำข่าว

มีใครๆ มากลัดช่อดอกไม้ให้...จัดน้ำดื่ม...ขนม...กาแฟให้...และเชิญให้ไปนั่งเก้าอี้

รวมถึงนัดแนะพิธีการ...ทำให้ผมตัวลีบและตื่นเต้นมาก...

ตอนขึ้นไปรับรางวัลผมรู้สึกถึงขาทั้งสองข้างของผมพันกัน...รู้ถึงอาการ "ตัวลอย"

ลงจากเวทีกลับมานั่ง...พร้อมกับโล่และช่อดอกไม้

ช่อดอกไม้ดอกกุหลาบแดงสดโตๆ ภายหลังผมไปกราบและมอบถึงพระคุณครูที่ให้ผมเสมอ...


ภายบ่ายผมเอาสูทออก...(ดูเขินๆ เมื่อใส่สูท)...แล้วเอาเสื้อคลุมแขนยาว...มาสวมแทน

และมานั่งฟังการนำเสนอผลงานวิจัยในห้องนำเสนอหนึ่ง

ประมาณบ่ายสามโมงผมกลับมาบ้านน้องสาว...ซึ่งแม่ผมมาอยู่ที่บ้านน้องสาว

ผมเอาโล่ให้แม่ดู...แม่ผมเป็น "ผู้ป่วยติดเตียง" เวลาใกล้เคียงที่เตี่ยจากผมไป เมื่อประมาณหกปีก่อน

แม่ลูบโล่...พร้อมรอยยิ้มและมีความสุขมากๆ ...

ผมรู้สึกดีใจที่ทำให้แม่มีความมีความสุข...


ผมได้จดจำเรื่องราวที่ผมทำให้แม่มีความสุข คือ

ตอนผมเรียนมัธยมต้น และปลาย...ผมตัวสูงมาก...หนึ่งร้อยแปดสิบเซนในสมัยนั้น...สูงพอสมควร

ครูพละมาขอผมกับเตี่ยและแม่...ให้ไปเก็บตัวเป็นกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียน...

ตอนนั้น...นอกจากเรียนแล้ว...ผมและเพื่อนๆ ต้องซ้อม..ซ้อม...และไปแข่งบาส

ได้เหรียญบ้าง...ไม่ได้เหรียญบ้าง...แต่ถ้าได้เหรียญ...ผมจะกลับมาให้แม่

แม่จะดีใจมาก...และเก็บไว้ที่ตระกร้าหมาก...ที่แม่เพิ่งเลิกเคี้ยวหมากตอนป่วยหนักๆ

ผมจดจำว่า...แม่จะเอาเหรียญต่างๆ ของผม...มาดู...และถ้ามีญาติๆ มา...แม่ผมชอบเอามาอวด

ถึงแม้เหรียญ....จะเป็นสิ่งเล็กๆ สำหรับใครๆ แต่แม่บอกว่า...ลูก คือ ความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของแม่


ลูกชายและภรรยาของผม...มาสบทบกันที่บ้านน้องสาว...พี่น้องของผมก็มา

ทิมดาบ...ลูกชาย...ดีใจตามประสาเด็กว่า...โล่สวยจังเลย

ผมเพียงบอกว่า...ขอให้ลูกค้นหาสิ่งที่ลูกรัก

และลงมือทำสิ่งที่ลูกรักอย่างสุดพลังและตั้งใจ...

ลูกอาจจะไม่ได้โล่หรือรางวัล...แต่ลูกจะภูมิใจกับสิ่งที่เราทำเพราะรัก...และลูกไม่ท้อ...ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จ

เพราะเราได้ทำสิ่งที่เรารักอย่างเต็มพลัง


ผ่านมาอีกวันเป็นวันเสาร์...

ผมมาสระผมให้แม่...เพราะผมเป็นคนเดียวที่สระผมให้แม่ได้

โดยแม่ไม่ต้องลุก...เพราะถ้าลุกต้องใช้กำลังคนหลายคน

ผมคุยกับแม่หลายเรื่อง...

ผมบอกว่า...ถ้าไม่มีเตี่ยกับแม่...ผมคงไม่ได้เติบโตแบบที่มองโลกด้วยมุมบวกมากกว่ามุมที่ไม่บวก

และโลกผมที่ไม่มี "แม่" ชีวิตของผมคงว่างเปล่า

ชีวิตของผมโชคดีที่มี "ครู" และ "ทุกคน"  ช่วยเหลือผมมาโดยตลอด

ผมได้ทำงานที่ผมรู้สึก "รัก" 

และโชคดีที่เป็นลูก...ที่ได้..."สระผม" ให้แม่...

แต่ถึงอย่างไร...ถ้านับจำนวนครั้งแล้ว...

น้อยกว่าที่แม่สระผมให้ผม และลูกๆ ทุกคน...ใช่ไหมแม่...