โดยส่วนตัวแล้วดิฉันให้ความสำคัญกับบทเรียนที่ 4 มากเป็นพิเศษ ถึงกับขอสัญญาใจกับทีมงานว่าให้เรานำใจมาผูกกันไว้ ผูกกันด้วยใจ เพื่อให้แน่ใจว่าการส่งเสียงของเรานั้นเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แล้วจะตอบแทนน้ำใจทุกคนด้วยการทุ่มเทกำลังกายกำลังใจเพื่อความสำเร็จขององค์กร รวมทั้งดูแลทีมงานเหมือนคนครอบครัวเดียวกัน

เดือนพฤษภาคมปีนี้ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์จาก วพ.สปส.กลุ่มสุดท้ายกำลังจะสิ้นสุดระยะการฝึกภาคปฏิบัติการพยาบาลจิตเวช ที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์แห่งนี้ ดิฉันมีความรู้สึกว่านักศึกษาได้ทำประโยชน์ให้กับผู้ป่วยได้มาก มากกว่าที่บุคลากรให้แก่นักศึกษาด้วยซ้ำไป ไหนๆ ก็จะสิ้นสุดระยะฝึกงานแล้ว จึงคิดตอบแทนนักศึกษาด้วยการ 'เล่าเรื่อง' ที่สามารถเรียนรู้ชีวิตการทำงานในอนาคตอันใกล้นี้ให้นักศึกษาฟัง ทุกคนให้ความสนใจดี แต่บุคลากรสนใจมากกว่า ขนาดทุกวันนี้ยังตอบได้ว่าจำได้ (คำเดียว) ว่าพูดเรื่อง "ควาย!"

เรื่องนี้ผู้เขียนนำมาจากหนังสือ Flight of the Buffalo เขียนโดย James A. Belasco และ Ralph C. Stayer ผู้เขียนหนังสือเล่าถึง แนวความคิดของผู้นำยุคเก่า โดยเปรียบเทียบว่าเป็นเสมือนหัวหน้าฝูงควายไบซัน ไม่ได้หมายความว่าผู้นำในอดีตโง่เหมือนควาย แต่เป็นการเปรียบเทียบ ควายไบซันเป็นควายป่าในอเมริกา สัตว์พวกนี้จะซื่อสัตย์และทำตามหัวหน้าฝูง โดยมักจะยืนล้อมหัวหน้าฝูงเหมือนรอคำสั่งอย่างนั้นแหละ เมื่อหัวหน้าฝูงไม่อยู่พวกนี้ทำอะไรไม่ถูก ดังนั้น ในยุคบุกเบิกของอเมริกาเมื่อพวกคนต้องการล่าความป่าทั้งฝูงเขาก็ทำได้ง่าย โดยสังเกตให้ได้ว่าตัวไหนเป็นหัวหน้าฝูง แล้วก็ยิงมันซะ แค่นี้ก็จับควายไบซันได้ทั้งฝูง เพราะทำอะไรไม่ถูกเมื่อไม่มีหัวหน้าซะแล้ว (เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะชัย, 2550)

แนวคิดใหม่ของผู้นำ คือแนวคิดเรื่องฝูงห่าน ห่านป่านั้นพวกมันบินได้เป็นพันๆ ไมล์ คนที่นำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้กับการบริหารคือ Angeles Arrien โดยนำเสนอในงาน 1991 Organizational Development Network เมื่อห่านบินเป็นระยะทางไกลๆ มันเรียนรู้ว่าการบินเป็นรูปตัว V จะทำให้ห่านตัวหลังเหนื่อยน้อยลง วิธีนี้ทำให้พวกมันทั้งฝูงสามารถเพิ่มระยะทางได้ไกลขึ้นถึง 71% ...บทเรียนที่ 1 คือ การที่คนมีเป้าหมายและทิศทางเดียวกัน เราสามารถไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น เพราะว่าเราเดินทางด้วยพลังขับเคลื่อนที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

เมื่อห่านตัวใดแตกฝูงออกจากรูปตัว V มันจะรู้สึกถึงแรงปะทะของการบินเดี่ยว มันจะรีบบินกลับเข้าฝูงทันทีเพื่อให้ได้ประโยชน์จากพลังของเพื่อนๆ ตัวที่บินนำหน้ามันอยู่ ...บทเรียนที่ 2 คือ หากว่าเรามีสัญชาตญาณแบบห่านป่าเหล่านี้ ก็คือการที่เรามีความคิดไปในทิศทางเดียวกันกับผู้นำ เราจะยอมรับและให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อห่านตัวที่อยู่หน้าสุดซึ่งต้องรับแรงต้านสูงสุดเหนื่อยล้า มันจะสลับไปท้ายสุดเพื่ออกแรงน้อยที่สุด แล้วตัวอื่นจะสลับขึ้นมาเป็นหัวหน้าฝูง ...บทเรียนที่ 3 ก็คือ การสลับกันเป็นผู้นำทำให้เป็นการกระจายภาวะผู้นำ และร่วมกันรับผิดชอบ คนก็เสมือนกับห่านป่าเหล่านี้ คือ เราต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรู้ ความสามารถ ทักษะ พรสวรรค์ และทรัพยากรต่างๆ

ในขณะที่บิน ห่านตัวหลังๆ จะคอยส่งเสียงระงมดังก๊าบๆๆ เป็นการให้กำลังใจตัวที่นำหน้าอยู่ ...บทเรียนที่ 4 ก็คือ เราต้องแน่ใจว่าการส่งเสียงของเรานั้นเป็นการให้กำลังใจผู้นำและทีมงาน ในทีมงานที่มีการให้กำลังใจกันด้วยการชมเชยมีพลังอย่างยิ่ง เราต้องการเสียงชมเชยและให้กำลังใจกันอย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากทีมงานและหัวหน้างาน

เมื่อห่านตัวใดป่วย บาดเจ็บ หรือถูกยิง จะมีห่าน 2 ตัวออกจากฝูงมาช่วยเหลือและคอยปกป้องภัยให้ มันจะอยู่ด้วยกันจนหายหรือตายจากไป แล้วพวกมันจะบินกลับเข้าฝูง ...บทเรียนสุดท้าย หากเรามีความเอื้ออาทรเช่นห่าน เราจะอยู่เคียงข้างกันและกันในยามยาก และในยามที่เราแข็งแรง

ที่นำเรื่องนี้มาเล่าให้ทีมงานฟัง เพื่อสร้างบรรยากาศของการทำงานเป็นทีม เมื่อถามว่าต้องการเป็นอะไรระหว่าง ควายป่าไบซัน กับ ห่านป่า ใช่! ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากเป็นดังเช่นห่านป่า เพราะไม่มีใครอยากเดินตามควาย (แม้จะเป็นควายยุคโลกาภิวัตน์ก็เถอะ) รวมทั้งชี้ให้เห็นว่าการแบ่งงานให้รับผิดชอบเป็น "หัวหน้าทีมพัฒนาคุณภาพภายในหอผู้ป่วย" นั้นก็เพื่อฝึกฝนให้เขาเก่งมากขึ้น เพื่อจะได้ขึ้นมาสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นผู้นำตามบทบาทของตน สไตล์การบริหารแบบห่านป่าจะช่วยให้ทุกคนได้เรียนรู้บทบาทของผู้นำและผู้ตามที่ดี

โดยส่วนตัวแล้วดิฉันให้ความสำคัญกับบทเรียนที่ 4 มากเป็นพิเศษ ถึงกับขอสัญญาใจกับทีมงานว่าให้เรานำใจมาผูกกันไว้ ผูกกันด้วยใจ เพื่อให้แน่ใจว่าการส่งเสียงของเรานั้นเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แล้วจะตอบแทน้ำใจทุกคนด้วยการทุ่มเทกำลังกายกำลังใจเพื่อความสำเร็จขององค์กร รวมทั้งดูแลทีมงานเหมือนคนครอบครัวเดียวกัน.


ที่มา : ปรับปรุงจากเรื่องเดิมชื่อเดียวกัน โดยผู้เขียนเอง เผยแพร่ในตลาดนัดความรู้ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ปี 52