วันนี้ เปิดบันทึกส่วนตัวที่เขียนไว้ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ มีเรื่องเกี่ยวกับ "ความรู้สึก" ที่น่าจะนำขึ้นเป็นบันทึกได้ คงพอไหว

เมื่อ ๒๙ พ.ย. ๕๕ 

  •  ช่วงเช้า ระหว่างขับรถไปเยี่ยมป๊าที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ คิดโน่น นั่น นี่ไปเรื่อยๆ พบว่า ชีวิตที่ผ่านมา ตนเองค่อนข้างจะเป็นคนโชคดี เพราะเคยคิดไว้ตั้งนานแล้วว่าอยากจะเกษียณอายุราชการซักตอนอายุ ๕๕ ปี ถึงตอนนี้ ก็ได้สมดังใจปราถนา และคิดเลยไปว่า ในชีวิตที่ผ่านมา เมื่ออยากได้อะไร ก็มักจะได้สมหวังที่หวังเสมอ คงจะเป็นบุญบันดาลจากไหนไม่ทราบเหมือนกัน ถือว่าตนเองเป็นคนโชคดีพอสมควร คนหนึ่งเลยทีเดียว 

  • ช่วงเที่ยง พอหรือยัง การมีชีวิตไปเรื่อยๆโดยปฏิบัติภาระกิจของตัวเองไปเรื่อยๆในแต่ละวันโดยค่อยๆคิด ค่อยๆทำในแต่ละเรื่อง และพยายามทำไปอย่างเป็นระเบียบ มีจังหวะ จะโคนของชีวิต เป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตของคน ไม่ต้องเร่งรีบมากมาย อาจจะให้ความรู้สึกที่ดีก็ได้ นอกจากนี้ ยังต้องมองให้เห็นความงดงามของทุกอย่างที่เราพบเจอ แค่ ยิ้ม ทักทายกับสรรพสิ่งที่พบเห็น มองให้เห็นความงามของสิ่งต่างๆ เช่น เห็นความงามของสนามหญ้าเขียวๆ ท่ามกลางตึก เห็นความงดงามของนักศึกษาที่ ยิ้ม ไหว้ และทักทายอาจารย์แพทย์ เท่านี้ ชีวิตก็เกิดสุขแล้ว ชีวิตเช่นนี้เพียงพอหรือยัง

  • ช่วงค่ำ อ่านหนังสือ A Day ฉบับ november 2012 คอลั่ม 2 daycommunication คุณ ทรงกรด บางยี่ขัน ตอบจดหมายผู้อ่านที่ส่งมาถึงโดยคนหนึ่งเป็นผู้สอน อีกคนหนึ่งเป็นผู้เรียน และพูดถึงการเรียน การสอน ที่ดีไม่ควรสอนให้จำ แต่ให้สอนให้ รู้สึก เพราะความจำนั้นจะสั้น แต่ความรู้สึกจะอยู่กับคนไปนาน

 

เพิ่งรู้ว่าตนเองเป็นคนหนึ่งที่ชอบใช้คำว่า รู้สึก เช่น รู้สึกว่าอย่างนั้น รู้สึกว่าอย่างนี้ เพิ่งรู้ว่ามันมีความสำคัญมากกว่าความจำ บ่อยครั้งที่เราจะรู้สึกอะไรต่างๆ และนั่นมันเป็นสิ่งที่ดีเสมอ ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไรเพราะว่ามันทำให้เราได้เรียนรู้นี่เอง