ในการพิจารณาพระเนื้อผงว่าเป็นเนื้อปูนหรือไม่
ในขั้นต้นได้อธิบายไว้แล้วว่าต้องดูตามลำดับดังนี้



1.  การงอกของปูนสุก นวลๆ ในซอกและที่ต่ำของพิมพ์ แต่ต้องไม่มีคราบแป้งเป็นก้อนๆ



2.  การงอกของปูนดิบ เม็ด หรือก้อนใสๆ บนสันนูนหรือส่วนนูนของผิว



3.  การงอกของน้ำมันชักเงาไม้ (ตั้งอิ้ว) ที่ขึ้นมาตามรอยปริ
เห็นเป็นเส้นนูน ตรงกับรอยปริ



ลักษณะของเส้นตั้งอิ้วนี้
ถ้าดูดีๆ จะเป็นเส้นสีน้ำตาลไหม้ เป็นเส้นคู่ประกบกัน
อันเนื่องมาจากการซึมออกมาจากสองด้านของรอยปริ ถ้าเส้นใหญ่หน่อยอาจจะมีคราบปูนสุกแทรกตรงกลางเป็น
“แซนวิช” ไส้ขาวขอบน้ำตาล หรือไส้น้ำตาลอ่อนขอบน้ำตาลแก่ แบบไล่โทนสีตามลำดับ


รอยปริของเนื้อนี้อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
อันเนื่องจากทั้งมีคราบปิดบังและหรือ มีขนาดเล็กมาก



แต่ก็มีวิธีการสังเกตโดยการไล่ดูตามรอยปริใหญ่ไปว่าตรงและต่อเนื่องกันหรือไม่



และถ้ารอยปรินี้ผ่านส่วนนูนขององค์พระ
จะเห็นเป็นเนื้องอกบนส่วนนูนนั้น เป็นก้อนขนาดใหญ่กว่าที่อื่น



ถ้าเส้นตั้งอิ้วชัดเจนและถูกต้อง
ก็สามารถใช้ประกอบการดูพระแท้ได้เลย



ที่จะปรากฏชัดในพระเนื้อสมดุลมากกว่าแก่ไปทางปูนดิบ
(ที่จะเป็นเส้นในเนื้อ) และแก่ปูนสุก (ที่คราบตั้งอิ้วแพร่กระจายบนผิวพระ)



แต่ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับสภาพการใช้พระที่ผ่านมาด้วย
กล่าวคือ



· 
พระที่ใช้น้อย
หรือลงรักรักษาเนื้อพระไว้ เนื้อปูนจะสมบูรณ์ เมื่อนำมาใช้ทีหลังหรือล้างรักออก
เส้นตั้งอิ้วจะขึ้นได้ชัดเจนมาก



· 
พระที่ใช้มาอย่างต่อเนื่อง
จะมีคราบตั้งอิ้วกระจายออกฉ่ำทั้งองค์ อาจมีคราบตั้งอิ้ว ที่ไหลอย่างมีทิศทาง
มีที่มาและที่ไป แต่ไม่มีเส้นตั้งอิ้ว



· 
พระที่ใช้แล้วเก็บไว้นานๆ
ก็จะมีคราบปูนขึ้นมาคลุมผิวเดิมได้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อนำมาใช้ใหม่ก็จะมีเส้นตั้งอิ้วเกิดได้ง่ายเช่นกัน



แต่ถ้ามีชัดๆ
ก็ถือเป็นพระแท้ดูง่ายไปเลยครับ



ลองพิจารณาดูพระเนื้อผงปูนที่ท่านมีนะครับ
ว่าเป็นแบบใด