สัมมาวาจา...(ให้โอวาทกรมประชาสัมพันธ์ฯ)


พระพุทธเจ้าท่านสอนเรา... คำพูดของเราให้เปรียบเสมือนดอกไม้และของหอม ไม่เป็นเหมือนลูกระเบิด เป็นคนปากระเบิด ปากเน่า ปากเหม็น ปากเสีย

       วันนี้เป็นโอกาสพิเศษที่คณะกรมประชาสัมพันธ์มาพักวัดมาอยู่วัดมาปฏิบัติธรรม ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่ประเสริฐ


ประชาสัมพันธ์นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของโลก ของประเทศ ของจังหวัด ของอำเภอ ของตำบล และหมู่บ้านตลอดจนถึงครอบครัว เราถึงจำเป็นต้องมีประชาสัมพันธ์ เพื่อความสุขเพื่อความสงบ เพื่อความร่มเย็น...

เรื่องคำพูดนี้สำคัญมาก... พระพุทธเจ้าท่านถึงตรัสอริยมรรคมีองค์ ๘ เรื่อง “สัมมาวาจา”  คือ วาจาที่เป็นบุญเป็นกุศล เป็นธรรม เป็นวินัย

คำพูดของเรานี้มันมีทั้งดีและไม่ดี เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทุกท่านทุกคนจะพลาดไม่ได้ในคำพูด ต้องมีสติในการพูด คิดก่อนพูด ใช้คำพูดที่ผู้ฟังเกิดความสุขความสบาย เกิดความรักความสมัครสมานความสามัคคี เกิดกำลังใจในการทำความดีเกิดกำลังใจในการเสียสละ  พูดเรื่องที่มันร้าย ๆ ก็ให้กลายเป็นเรื่องที่ดี ๆ พูดเรื่องที่แตกแยกความสามัคคีก็ให้เกิดความสามัคคีสมัครสมาน

พระพุทธเจ้าท่านสอนเรา... คำพูดของเราให้เปรียบเสมือนดอกไม้และของหอม ไม่เป็นเหมือนลูกระเบิด เป็นคนปากระเบิด ปากเน่า ปากเหม็น ปากเสีย

ครอบครัวของเรานี้ที่มันเกิดปัญหาหย่าร้าง หมดกำลังใจทำความดีในครอบครัว ในสำนักงานในองค์กรต่าง ๆ ส่วนใหญ่มันเนื่องมาจากคำพูด มักง่ายในการพูด

พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุก ๆ คนปรับปรุงเรื่องคำพูด ถึงจะเป็นเรื่องจริงอย่างนี้พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ให้เราพูด ถ้าไม่ถึงกาลถึงเวลา ถ้ามันจะกระทบกับความสามัคคีในครอบครัวในหมู่คณะ ต้องให้รักษาความรักความสามัคคีไว้ก่อน เพราะบาปอันใดก็สู้บาปที่เกิดความแตกแยกไม่ได้ ความแตกแยกถือว่าเป็นบาปใหญ่ เป็นอนันตริยกรรม เป็นบาปที่ยิ่งใหญ่ ความแตกแยกนี้...

พระพุทธเจ้าท่านถึงสอนให้เราเรื่องสัมมาวาจา เรื่องการพูด ต้องพากันตั้งอกตั้งใจใหม่พัฒนาใหม่

ที่เราเรียนจากหนังสือ เรียนจากครูบาอาจารย์ เรียนจากประสบการณ์ต่าง ๆ มันอาจจะยังไม่ละเอียดรอบคอบเท่าเรียนกับพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าท่านเน้นบอกเน้นสอน พระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้ประเสริฐ ไม่มีความโลภไม่มีความโกรธ ไม่มีความหลง ไม่มีอคติใด ๆ ทั้งสิ้น


การพัฒนาตัวเองในเรื่องคำพูดนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็น แม้แต่คนพูดเก่งพูดฉลาดก็ย่อมที่จะต้องฝึกฟังคนอื่นเค้า เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นเค้าพูดบ้าง ไม่ใช่จะพูดแต่ตัวเองคนเดียว

ถ้าพูดเก่งพูดฉลาดแล้วไม่รู้จักหยุดพูด ใครเค้าอยากจะเป็นเพื่อนเรา เพราะเห็นหน้าเรา เราก็จะเป็นแต่คนพูดให้เค้าฟัง

ครั้งพุทธกาลที่พระวินัยธรกับพระธรรมกถึกทะเลาะวิวาทกัน

พระธรรมกถึกเข้าไปในห้องน้ำเทน้ำในขันไม่หมดแล้วปล่อยไว้ พระวินัยธรเข้าไปทีหลัง ไปเห็นเทน้ำไม่หมด เหลือไว้อย่างนี้ทำให้ลูกยุงเกิด ทำให้ยุงมาไข่ อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ผิดพระวินัย ว่าพระธรรมกถึกเป็นแต่นักเทศน์นักสอน แต่ไม่รอบคอบ พระวินัยธรว่า

เถียงกันอยู่นั่นแหละ พระธรรมกถึกว่าผมไม่ได้ตั้งใจ พระพุทธเจ้าท่านได้ยินเสียง พระพุทธเจ้าท่านไปห้ามให้หยุด ต่างคนก็ต่างมีพรรคพวกเยอะเลยเป็นสงครามทะเลาะกัน จนเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระพุทธเจ้าหนีไปอยู่ป่าเลไลย์ เพื่อลงโทษพระที่ทะเลาะวิวาทกัน ชาวบ้านเค้ารู้ก็ไม่พากันทำบุญตักบาตร เพราะว่าทะเลาะกันจนพระพุทธเจ้าหนีไปอยู่ป่าเลไลย์ ไปอยู่กับเสือกับช้างกับลิง จนหิวข้าวอดข้าว พระจึงได้นึกถึงที่พระพุทธเจ้าห้าม จึงได้ไปขอขมาพระพุทธเจ้า จนพระพุทธเจ้าเสด็จกลับ

คำพูดนี้สำคัญ เพราะคำพูดนี้มันนำสังคมนำบ้านเมือง นำประเทศชาติ นำครอบครัวสู่ความสงบความร่มเย็น

พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุก ๆ คนสมาทานตัวเองนะว่า ตั้งแต่นี้ต่อไปตลอดชีวิต ข้าพเจ้าจะพยายามสำรวมระวังในเรื่องคำพูดที่ดี ๆ สิ่งไหนไม่ดีก็จะไม่ปริจากปากของเรา ถึงแม้มันอยากจะพูดเราก็ไม่พูด จะเอาสิ่งที่มันเป็นระเบิดเป็นมีดเป็นดาบออกจากปากของเรา เพราะทุกคนก็ต้องการกำลังใจ ต้องการเพื่อนดี ๆ

เราจะเอาความเก่งความความฉลาดไปจัดการสิ่งต่าง ๆ นั้นไม่ได้ ต้องเอาความเก่งความฉลาดมาใช้มาพูดเพื่อให้สถานการณ์ที่มันเลวร้ายให้กลายเป็นดี

อย่างสิ่งต่าง ๆ อย่างนี้นะ ให้นักประชาสัมพันธ์ทุก ๆ คนคิดดี ๆ คิดไตร่ตรองดี ๆ ต้องเห็นประโยชน์แก่ประเทศแก่สังคมเป็นส่วนใหญ่ อย่าเอาเงินเอาสตางค์เป็นที่ตั้ง

พระพุทธเจ้าท่านให้เราเอาคุณธรรมเป็นที่ตั้ง ประเทศชาติของเราถึงจะเกิดความสงบ เกิดความร่มเย็น ถึงแม้โลกเราจะวิวัฒนาการไปด้วยเทคโนโลยีอะไรต่าง ๆ พระพุทธเจ้าท่านก็ให้เราแทรกสิ่งที่ดี ๆ เพื่อให้มันไปพร้อม ๆ กัน เหมือนคนเรามันมีทั้งกายทั้งใจ กายก็ต้องดีใจก็ต้องดี

คนเรามันมีทั้งจิตใจ มีทั้งวัตถุ มีทั้งคุณธรรม มันต้องไปพร้อม ๆ กัน ถ้าเราเอาแต่เงินเราเอาแต่ทางวัตถุ มันก็ยิ่งพัฒนาการทำมาหากินบนความทุกข์ยากลำบากของคนอื่น

การเรียนการศึกษาจบปริญญาตั้งหลายใบ จบ ดร. ตั้งหลายใบ มันไม่อาจแก้ปัญหาได้ ไม่อาจดับทุกข์ได้ เพราะเราไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้อง ไม่ได้คำนึงถึงคุณธรรม ไม่ได้คำนึงถึงความสงบร่มเย็น

  คนเราถึงจะรวยเป็นมหาเศรษฐี มันก็ไม่มีความสุขได้ถ้าใจไม่มีความสงบ ใจมันวิ่งอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราเป็นคนไม่ร่ำรวย พอกินพอใช้ เศรษฐกิจพอเพียง แต่จิตใจของเราสงบมันก็ดีกว่ามหาเศรษฐีที่จิตใจวิ่งอยู่ตลอดเวลา เศรษฐีมันก็มีความสุขเท่ากับที่คนเค้ายากจนไม่ได้ เพราะคนเรามันมีความสุขมีความสบายอยู่ที่จิตใจเราสงบ


  ทุกวันนี้จิตใจของเราทุก ๆ คนมันไม่สงบ เพราะทำอะไรก็เพื่อความอยากความต้องการ มันไม่ได้ทำอะไรเพื่อเป็นผู้เสียสละ เพื่อเป็นผู้ให้

เบื้องต้นพระพุทธเจ้าท่านสอนเรา.. เรานี้เป็นผู้ประเสริฐเกิดมาเป็นมนุษย์ เราต้องสร้างความดีสร้างบารมี ต้องเสียสละ ต้องเป็นผู้ให้ ต้องให้ตลอดกาล อย่าไปกลัวเสียเปรียบ อย่าไปกลัวคนอื่นเอาเปรียบ เราต้องเป็นผู้ให้ ต้องขยัน ต้องอดทน ต้องเสียสละ ถ้าเราไม่เป็นผู้ให้ ไม่เป็นผู้เสียสละ หัวใจของเราก็เป็นเปรต เป็นยักษ์ เป็นอสุรกาย ถ้าเราเป็นผู้ให้เราเองก็มีความสุข พ่อแม่ญาติพี่น้องวงศ์ตระกูลของเราก็มีความสุข

เราจะเอาอะไรไปให้เค้า...?

พระพุทธเจ้าท่านให้เราเป็นคนขยัน ความขยันความรับผิดชอบนั้นคือการเสียสละ หนักก็เอาเบาก็สู้ เป็นคนติดดินเหมือนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ถ้าเราเป็นคนเสียสละ ความจนมันจะมีมาจากไหน ที่มันจนเพราะเราไม่เสียสละ เราไม่รับผิดชอบ

พระพุทธเจ้าท่านสอนเราให้มีความสุขในการเสียสละ มีความสุขในการทำงาน มีความสุขมากสบายมาก

วันหนึ่ง ๆ ให้เราคิดเสมอว่า เราได้เสียสละอะไรไปบ้าง คนเราน่ะมันรักสุขเกลียดทุกข์ พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เรารักความทุกข์ ความเหนื่อยยากลำบาก เราต้องเสียสละ ถ้าเรารักความสุขเราก็จะเป็นคนขี้เกียจขี้คร้าน เอาเปรียบคนอื่น ทำอาชีพบนหลังคนอื่นเค้า ไม่ทำก็อยากได้ ทำน้อยก็อยากได้มาก ต้องเสียสละนะ

เพราะภาระของเราก็คือดูแลตัวเอง ดูแลคุณพ่อคุณแม่ ลูก ๆ หลาน ๆ ตลอดพี่น้องพ้องบริวาร ดูแลประเทศชาติ

พระพุทธเจ้าท่านทรงตรัสว่า ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความขี้เกียจขี้คร้าน ธรรมเหล่านั้นไม่ใช่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าท่านเกียจคร้านไม่เป็น ถ้าเกียจคร้านนั้นไม่ใช่พระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าท่านไม่มีโลกส่วนตัว มีแต่โลกที่เป็นผู้ให้


คนที่ไม่ขยันเป็นคนขี้เกียจ เค้าเรียกว่าเป็นคนที่ติดอดีต ติดในภพในชาติ ไม่เข้าถึงธรรมะไม่เข้าถึงปัจจุบัน

เมื่อเราไม่เข้าถึงปัจจุบันเราก็มีแต่เรื่องเก่า ๆ มีแต่ความรู้เก่า ๆ เราก็ไม่ได้พัฒนาตัวเอง เพราะเรามันติด เรามันหลง มีความเครียดมาก มีโลกส่วนตัวมาก

พระพุทธเจ้าท่านถึงเมตตาสอนเราให้เราพากันมาพัฒนา ปัญหาต่าง ๆ ภายนอกมันมีมาก แต่ท่านให้เรามาแก้ที่ตัวของเราเอง มาแก้ที่จิตใจของเรา แก้ที่การกระทำ แก้ที่กิริยามารยาทของเรา มาแก้ที่คำพูดของเรา พยายามเน้นมาหาที่ตัวเรา

ถือว่าทุกคนที่เกิดมาต้องเป็นประชาสัมพันธ์ทุกคน จะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการทุกคนก็เป็นนักประชาสัมพันธ์ทุกคน

เอาสิ่งที่ดีสิ่งที่นำตัวเองนำครอบครัว ประเทศชาติสู่ความสงบร่มเย็น สู่สันติ

พระพุทธเจ้าท่านสอนเราทุกคนว่าเกิดมาเพื่อสร้างความดีสร้างบารมีอย่างนี้นะ ไม่ใช่เกิดมาเพื่อติดสุขติดสบาย ทำอย่างไรจะหาเงินหาสตางค์ได้เยอะ เราต้องเก่งเพื่อจะหาเงินหาสตางค์ไม่ใช่อย่างนั้น

ถ้าเราคิดอย่างนั้นมันก็เหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ เราก็ไม่ได้สร้างความดีสร้างบารมี

บางคนก็คิดว่า ถ้าเราจะสร้างแต่ความดีสร้างบารมีเราจะไม่จนแย่เหรอ คิดไป...!

มันจะจนไปได้อย่างไร เพราะเราเป็นคนขยัน เป็นคนฉลาด มันจะจนได้อย่างไร เพราะเราเป็นคนมีคุณธรรม เพื่อน ๆ เค้าก็รักเรา นับถือเรา เครดิตเราก็ดี มีทั้งเงินทั้งสตางค์ มีทั้งเพื่อนที่ดี ทุก ๆ คนรักคนดีทั้งหมด ยอมรับคนดีทั้งหมด นี้เราเป็นทั้งคนดีมีเงินมีสตางค์ ถ้าเราเป็นคนดีอย่างนี้ เรทติ้งของเรามันก็ขึ้นเอง มันก็สูงเอง

อย่างคนมีศีล ๕ ทุกคนรักเคารพนับถือหมด แม้แต่ตัวเราก็เคารพนับถือในตัวเราถ้าเรามีศีล ๕

ศีล ๕ คืออะไร ศีล ๕ ก็คือความไม่โลภไม่โกรธไม่หลง

ศีล ๕ คือความขยันหมั่นเพียร คือการเสียสละ มีเมตตาคนอื่น สงสารคนอื่น เป็นคนไม่มีพยาบาท เป็นคนไม่เครียด มองโลกในแง่บวก ในแง่ดี เป็นเพื่อนได้กับคนที่เค้าดีและไม่ดี มีเมตตาหมด มีความสุขในการทำงานในการเสียสละ เป็นคนกตัญญูกตเวทีต่อคุณพ่อคุณแม่ เป็นคนที่รู้จักบุญคุณคนอื่น ตั้งอยู่ในความดี คนไหนอยู่ใกล้ก็รักก็สงสาร

ไม่ใช่คนอยู่ใกล้ไม่ถูกกัน ไปรักไปชอบคนอยู่ไกล ๆ โน้น อย่างนี้เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ ทำงานอยู่ก็ด้วยกันไม่รักกัน ไม่สงสารกัน ไม่ให้กำลังใจกัน ต้องให้ความรักความเมตตาให้กำลังใจคนใกล้ตัวเรามากที่สุด และผู้มีพระคุณ สังคมถึงจะเกิดความผาสุกสงบได้


มีคำพูดที่ดี มีประชาสัมพันธ์ที่เยี่ยมเพื่อหล่อหลอมจิตใจตัวเอง หล่อหลอมประเทศชาติสังคม ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

ศีล ๕ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่ามันดีอย่างนี้แหละ มันช่วยเหลือเรา ช่วยเหลือครอบครัวเรา ถ้าเราเป็นคนกลัวศีล ๕ ไม่ชอบศีล ๕ คิดว่าศีล ๕ มาบั่นทอนความสุขเรา มาบั่นทอนเสรีภาพของเรา พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าอันนี้เป็นความเห็นผิด มันเป็นคนรักสุขเกลียดทุกข์

ศีล ๕ เป็นสมบัติของทุกคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ถ้าเราไม่มีศีล ๕ เราก็เป็นได้แต่เพียงคน ถ้าเป็นคนก็ทำทั้งดีทั้งชั่ว ทั้งถูกทั้งผิด อันนี้เค้าเรียกว่าคน

มนุษย์แปลว่าผู้ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำแต่ความดี ถ้าเราเป็นปัญญาชนพระพุทธเจ้าท่านก็ให้เราพัฒนาเป็นอริยชนจึงจะได้เป็นมนุษย์

สมาธิแปลว่าความสุขแปลความสงบ ถ้าใจของเราสงบถือว่าเรามีสมาธิ

สมาธิไม่ได้เกี่ยวกับการนั่ง ยืนเดินนอน สมาธิอยู่ที่ใจสงบ

ถ้าเรามีความสุขในการทำงานอย่างนี้เขาเรียกว่ามีสมาธิในการทำงาน

เรามีความสุขในการเดินเรียกว่ามีสมาธิในการเดิน เวลานอนอย่างนี้เรามีความสุขในการนอน เราไม่คิดอะไรเรา เขาเรียกว่าเรามีสมาธิในการนอน เวลาเราพูดกับใครพระพุทธเจ้าท่านก็ให้เรามีความสุขในการพูด อย่างนี้เค้าเรียกว่าคนมีสมาธิ

สมาธินี้ช่วยเราทุก ๆ อย่างเลย ไม่ว่าเรื่องการเรื่องงานเรื่องเรียน พระพุทธเจ้าท่านให้เรามีความสุขการทำสิ่งเหล่านี้ ให้กายกับใจให้มันอยู่ด้วยกัน ให้ใจของเราอยู่กับหน้าที่นั้น ๆ เรียกว่าความตั้งใจมั่นชอบ

ชีวิตของเราก็จะมีความสุขมีหัวใจที่มีความสุข ขึ้นสวรรค์ตั้งแต่ยังไม่ตาย มีหัวใจติดแอร์คอนดิชั่นทั้งวัน เป็นผู้หยุดได้ เย็นได้ รอกาลรอเวลาได้ ไม่เผาตัวเอง มีสติสัมปชัญญะดี มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าคนเรามีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ มันชอบเผาจิตเผาใจตัวเอง สมาธิมันถึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อทุก ๆ คน ชีวิตของคนเราถึงจะมีความสุข ปัญญาของเรามันถึงจะเกิด

หวังว่าทุกคนจะสมาทานเอาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอามาใช้เอามาประพฤติปฏิบัติเพื่อความผาสุกความสงบ เพื่อความร่มเย็นของตัวเองและก็ครอบครัวตลอดจนประเทศชาติ

เราจะทั้งปฏิบัติให้ดูแล้วก็จะได้พูดให้เค้าฟัง จะได้นำความดับทุกข์ที่มันถูกต้องให้กับส่วนรวมที่กำลังแสวงหาความดับทุกข์กัน

ขออนุโมทนากับทุก ๆ ท่านนะ ที่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติ ถือว่าท่านได้เดินทางถูกต้องสู่สุขคติ สุขโต อยู่ก็ดีไปก็ดีด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ


พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 

ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย

เช้าวันเสาร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๖


หมายเลขบันทึก: 519809เขียนเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2013 06:23 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 มีนาคม 2013 15:02 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี