วันนี้คำทำนายโบราณไทย แม่นกว่า นอสตราดามุสหลายเท่า เช่น ...น้ำจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว .... ผู้ดีจะเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน
วันนี้ดูว่าอะไรๆมันจะผิดฝาผิดตัวไปหมด เช่น มีนโยบายบ้าบอออกมาจะทำให้ไทยเป็นดีทรอยด์ออฟเอเชียบ้าง เป็นเมืองแฟชันโลกบ้าง เป็นครัวโลกบ้าง (อันนี้พอฟังดูดี แต่มีแต่คำนิยมว่างเปล่า โดยไร้การกระทำสนับสนุน โดยเฉพาะเป็นครัวของตัวเองให้ดีเสียก่อน ที่มีอาหารสะอาดที่ไร้สารพิษ ก็ไม่มีนโยบายหรือการกระทำใดเลยสักชิ้น)
วันนี้ผมจะมาเสนอให้ไทยเป็นเมืองเฟอร์นิเจอร์โลก ดังที่ผมได้เสนอไปแล้วในบทความก่อนว่า เราสามารถสร้างรายได้ถึงไร่ละ ๕๐ ล้านบาท ต่อไร่ต่อปี ได้อย่างไม่ยาก ทำให้ gdp ของเรามากกว่าปัจจุบัน ๓๕๐ เท่า
แต่ก่อนอื่นอย่างน้อยที่สุดเราต้องมีช่างไม้ฝีมือระดับสูง เพื่อทำฟนจ. เหล่านั้น ซึ่งช่างไม้ฝีมือดีวันนี้หาได้ยากมากๆ เพราะหันไปเป็นขี้ข้าโรงงานฝรั่งญี่ปุ่นริมทะเลหมด ไม่สอนต่อลูกหลาน (ซึ่งไอ้ลูกหลานพวกนี้ก็ไปเป็นขี้ข้าเขาหมดเหมือนกัน โดยรัฐบาลส่งเสริม)
วิทยาลัยเทคนิค ก็ผันตัวไปเป็นมหาลัย ปั้นขี้ข้าป้อนรง. ต่างชาติกันหมด (รัฐบาลส่งเสริมงบดำเนินการอีกตามเคย)
ถ้าจะทำไทยเป็นเมืองเฟอร์นิเจอร์โลก มีรายได้ปีละ ๓๕๐๐ ล้านล้านบาทได้ ดังที่ผมเสนอไว้ เราต้องปรับแผนพัฒนาชาติที่หลงทางกันมา ๔๐ ปีเสียใหม่ เช่น
๑. ลดพื้นที่การทำไร่นาลงมาสัก ๕ เท่า ปลูกเพียงพอกิน รวมทั้งลดการเลี้ยงสัตว์ วัว นม ไก่ หมู (ลดการทำบาปลงได้ด้วย จะเป็นบุญแก่ชนทั้งชาติแบบมวลรวม)
๒. เอาพื้นที่ที่เหลือมาปลูกป่า รวมทั้งทวงคืนพื้นที่ป่าสงวนที่ถูกรุกล้ำ...รวมทั้งป่าชายเลย (ซึ่งไม่ยากเลยดังที่ผมเสนอไว้ในหลากหลายบทความ) จากนั้น “สาง”ตัดมาทำอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ (เครื่องใช้ไม้)
๓. ยุบ มหาลัย เทคนิค จำนวนมาก ลงมาเป็น วิทยาลัยเทคนิค ผลิตช่างฝีมือด้านไม้ชั้นสูง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ (บรรพชนไทยเราเป็นมหาอำนาจด้านการทำเครื่องใช้ไม้สอย เช่น เกวียน บ้าน อันสวยงาม อยู่แล้ว)
๔. การตลาดไม่น่ายาก เพราะตลาดโลกต้องการเฟอร์นิเจอร์ไม้สูงมาก แต่ไม่ค่อยมีคนผลิต ผู้ผลิตส่วนมากอยู่ในยุโรป เมกา แต่เมืองเขาไม้โตช้ากว่าเรา ๑๐ เท่า ทำอย่างไรก็สู้ราคาเราไม่ได้หรอก
๕. ควบคู่ไปกับการณ์นี้ เราก็ทำอุตสาหกรรมอาหารด้วย โดยเฉพาะอาหารที่ผลิตร่วมกับป่าที่ปลูกนี่แหละ เช่น มัน เห็ด น้ำผึ้ง ผักป่าต่างๆ ที่ปลูกแซมในสวนป่า ก็ต้องเร่งพัฒนาวิชาการอาหารให้ดี
๖. สำคัญที่สุดคือ แทนที่จะส่งเสริมบ.ต่างชาติ (ผ่าน Boi = บ๋อย) ให้ทำตรงข้าม คือ กีดกันด้วยมาตรการต่างๆ ไม่งั้นรับรองมันเข้ามาตั้งรง.ฟนจ. แล้วไทยเป็นขี้ข้ามันเหมือน โตโยต้า ฮอนด้า ซูซูกิ แน่นอน
แบบนี้ ยามโลกสงบเรารวยเละ แต่ยามตุ้มเป๊ะเราก็มีอันจะกิน ไม่อดตาย
...คนถางทาง (๗ กพ. ๒๕๕๕)
ชาวนาทำงาน ยังไงก็ขาดทุน แต่ก็ยังทำ
ไม่เข้าใจ....ถ้าเปลี่ยนมาทำแบบอาจารย์ก็ดีน่ะครับ
แต่รัฐบาลต้องให้ความอุดหนุน
สนับสนุนอันนี้ครับ เอาพื้นที่ที่เหลือมาปลูกป่า รวมทั้งทวงคืนพื้นที่ป่าสงวนที่ถูกรุกล้ำ...รวมทั้งป่าชายเลน
ใช่ครับท่าน yong การอุดหนุนไม่ยาก ผมคิดไว้ให้หมดแล้ว ในบทความก่อนๆ เช่น ถ้าไม่ห่วงศักดิ์ศรี ขอทานค่าคาร์บอนเครดิท จากการปลูกป่า ก็ได้ไร่ละ ๖๐๐๐ บาทแล้่วครับ ในขณะที่อีสานทำนากำไรสุทธิปีละเพียง ๒๐๐๐ บาท
เห็นด้วยครับ เพราะเป็นการสนับสนุนการปลูกป่า พื้นที่นาแถวๆ อีสานบ้านผม ตามคันนาปลูกไม้สะเดา ไม้ขี้เหล็ก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ภายในสิบปี ส่วนระยะยาว 30 ปีขึ้นไป ไม้ที่เหมาะสม คือ ยางนา ครับ
หมาก ดีกว่ายางนาสิบเท่าครับ ถ้าไม่เช่นนั้น ก็ไผ่ หรือ มะหาด เพระามันได้ผลหลายต่อกว่ายางนามาก
ที่จริงแล้วผมว่าเราต้องการ "Institute of Technology" เพียงสิบแห่งเองครับ (หรือหลายแห่ง แต่แห่งละสิบคณะ) ก็คือ "ช่างสิบหมู่" แต่เดิมนั่นเองครับ ภูมิปัญญาช่างแต่โบราณของเราล้วนแล้วแต่สามารถสร้างรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศได้ทั้งนั้นในขณะที่ทำให้ "ช่างฝีมือ" มีอยู่มีกินได้อย่างมีความสุขไม่เดือดร้อนด้วยครับ ถ้าเราสนับสนุนให้ช่างเหล่านั้นปรับปรุงฝีมือให้ดีได้จริงๆ ครับ เสียดายว่าปัจจุบันฝีมือช่างของเรานั้นไม่ค่อยดีเลยครับ
เห็นด้วยครับ ท่าน ดร. ธ. แต่วันนี้อาจต่องเพิ่มช่างด้านชลประทาน ประปา ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ กราฟฝิก สื่อสารเข้าไปด้วย รวมแล้วน่าจะจัดสัก ๑๖ หมู่ครับ ตามวิวัฒนาการโลก
เห็นด้วย เห็นด้วย เห็นด้วย
แต่รัฐจะเห็นด้วยหรือไม่ ไม่ต้องรัฐ มีพื้นที่ปลูกเลย ทำเลย เริ่มจากตัวเอง
เพราะหวังให้รัฐอุดหนุน ก็จะอุดหนุนแต่คนที่เข้าถึงรัฐ
ลืมไป เรื่องการออกแบบให้สวยงาม ติดตลาดโลก ก็ต้องศึกษาด้วย ไม่ใช่ออกแบบมางอนๆ ทื่อๆ เหมือนกันไปหมด เช่นทุกวันนี้ ต้องทำให้ประณีต เป็นผู้ดี (อำมาตย์) เพราะพวกนี้กำลังซื้อสูง ...ส่วนเฟอร์นิเจอร์ไพร่ ก็ต้องออกแบบให้ผลิตง่าย เร็ว ประหยัดเวลา