ผมว่า...หมออนามัยทุกคนในประเทศไทย...

ต้องออกหมู่บ้าน....และต้องออกไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วย....

และการศึกษาบริบทชุมชน ในหลายแง่มุม...ที่ส่งผมต่อสุขภาพ

ทั้งปัจเจกบุคคล ครอบครัว และชุมชน


แต่ในปัจจุบัน...

งานภายในอนามัยค่อนข้างหนัก....ผู้รับบริการมากมาย

รวมถึงคลินิกผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกรณีที่ควบคุมได้

โรงพยาบาลก็ส่งผู้ป่วยให้มารับการดูแลต่อเนื่องที่อนามัย

ภาคบ่ายส่วนใหญ่พวกเราก็เปลี่ยนร่างเป็น "นักคอมพิวเตอร์"

บันทึกข้อมูล เพื่อส่งให้ สปสช. แปลงเป็น "เม็ดเงิน"


ก่อนที่หมออนามัย จะเป็น "นักคอมพิวเตอร์" อย่างถาวร

ผมว่า...พวกเราต้องหาเวลาออกหมู่บ้านบ้าง

อย่างน้อย...ทำงานห้าวัน...ออกสักหนึ่งวันก็พอ...

แล้วจะรู้ว่า...หัวใจของเราอยู่ที่การได้สัมผัส

กับสนามพื้นที่การทำงาน...สัมผัสชีวิตที่น่ารื่นรมย์ของทุกชีวิต....


วันพุธที่ผ่านมา...ภาคเช้าผมออกไปแนะนำน้องๆ นักเรียน ในด้านชีวิต และสุขภาพ

ภาคบ่าย ออกไปเยี่ยม "น้องไอซ์"  อายุสิบห้าปี...

น้องมาล้างแผลที่อนามัย...เพราะหกล้ม...เดินไม่ได้...บ้านน้องไกล ผมจึงให้ชุดล้างแผล...สามวันมาเปลี่ยนครั้ง

แต่ตอนนี้แผลหายแล้ว...น้องเดินได้เป็นปกติ...แบบเซไปเซมาของน้อง...




น้องโชคร้าย...อายุห้าขวบมีอาการไข้สูงและชักบ่อย...จ่มอยู่กับการชักนาน....สมองจึงไม่ทำงานตามปกติ

นับแต่นั้นมา...น้องก็กลายเป็น "ผู้พิการด้านสติปัญญา"

แต่น้องก็โชคดี...ที่มีพ่อและแม่...ให้ความรักและดูแลอย่างดี

พาไปหาหมอทุกคืน...ตอนนี้ไปหกเดือนครั้ง....ไปรับยาที่ กทม. โรงพยาบาลรามาธิบดี

ครั้งนี้...ผมมาบ้านน้อง...ไม่เจอแม่ เพราะแม่และน้อง อายุเพียงขวบกว่าๆ 

ไปรับยาให้น้องไอซ์ที่ กทม. ไม่เสียค่ายา แต่เสียค่าการเดินทาง

พ่อน้องตอนนี้...ไปทำงานที่ไต้หวัน

น้องจึงอยู่บ้านกับคุณตาสองคน...


ผมรู้สึกว่า ตนเองโชคดีจังที่ได้ออกมาเจอน้องไอซ์...

การพูดคุยกันอย่างสนุก...การฟังอย่างตั้งใจของผม ทำให้เข้าใจถึงความรู้สึก และการสื่อสารของน้อง

ผมเห็นความรักเรียงรายในบ้านของน้องไอซ์...

ผมให้ผมตระหนักถึง "กฎของธรรมชาติ" ที่มนุษย์ทุกชีวิตต้องพบเจอ...


เมื่อขอลากลับ...คุณตา และน้องไอซ์ มาส่งพวกผม

ผมเห็นต้นไม้ที่แปลกประหลาด...ตอนแรกผมนึกว่า เป็น "มะกล่ำตาหนู"

หรือ เม็ดตาดำตาแดง ที่มีพิษถึงตาย ...และได้ข่าวว่า เด็กกินตายด้วย

แต่ต้นมะกล่ำตาหนู...เป็นไม้เลื้อย...


( ภาพจาก...http://thaiherb.info/abrus-precatorius-linn.html#.UQPnWR0vRJc)


แต่ต้นที่ผมเห็น เป็นต้นใหญ่มาก...

คุณตาน้องไอซ์บอกว่า...ต้นนี้ชื่อ "ต้นผักหล่าม"...(ภาษาอีสาน)

ยอดใช้ลวกกินกับพริก...แจ่ว...ป่น....อร่อยมาก คล้ายกับยอด "มะรุ่ม" หรือ "ผักอีหุ่ม" (ภาษาอีสาน)

คุณตาบอกว่า...กินเป็นยา และสมุนไพร รักษาโรคได้หลายอย่าง

ส่วนเมล็ด...เป็นเม็ดกลม แต่แบน ...ไม่กลม แบบมนๆ ก้อน ๆ เหมือน "มะกล่ำตาหนู"

เมล็ดของผักหล่าม...กินได้...โดยเอาเปลือกที่แดงแจ๊ด (เหมือนยาวิตามินรวม หรือ MTV) ...ออก...

ข้างในจะเป็นสีขาว...เคี้ยวเล่นๆ มันๆ ขำๆ เหมือนเมล็ดมะขามคั่ว

ที่คนอีสานชอบ ที่เรียกว่า "ฟ้าลั่น"










วันนี้...ผมนำของฝากจากการเยี่ยมบ้านมาฝากนะครับ...

หวังว่า...กัลยาณมิตรที่เข้ามาอ่าน...

เคยเจอะเจอ "ต้นผักหล่าม" ไหมครับ ?

 

เมื่อผมกลับมาอนามัย...

ผมลองค้นข้อมูล...พบว่า ต้นนี้ภาคกลาง ชื่อว่า "มะกล่ำต้น"

(http://www.nanagarden.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99-162956-4.html)