ราวเดือนพฤศจิกายนของทุกปี หรือช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณนั้น..ไปจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ต้นไม้น้อยใหญ่ สลัดใบกันอย่างเพลิดเพลิน หากสะสมไว้แล้วนับรวมกันน่าจะได้น้ำหนักเป็นตันทีเดียว

         ที่บ้านผม พื้นที่ไม่มาก แม้ต้นไม้จะเยอะ ก็พอเอาอยู่ ใช้เวลาช่วงเสาร์อาทิตย์เก็บกวาด วิธีง่ายๆ ก็คือกวาดใบไม้ไว้ใต้ต้นไม้นั้นแหละ แล้วรดน้ำโคนต้นไม้ให้ชุ่มฉ่ำ น้ำจะได้ไม่ระเหยไปเร็ว ต้นไม้ก็ไม่เหี่ยวเฉา รดอาทิตย์ละ ๒ ครั้งก็พอ (ประหยัดน้ำประปา)

        แต่ที่โรงเรียนก็อีกรูปแบบหนึ่ง เท่าที่สังเกตโรงเรียนมีระบบนิเวศน์ดีมาก อันเนื่องมาจากต้นไม้เยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทต้นขี้เหล็ก สะเดา เฟื่องฟ้า พิกุล สัตบรรณ คูน และหูกระจง ต้นไม้ไม่ว่าจะพุ่มเล็กพุ่มใหญ่ จะมีนกเขาไปทำรัง บ่อยครั้งที่เห็นนกเขาตัวผู้ตัวเมีย เดินคลอเคลียบนถนนหน้าอาคารอย่างมีความสุข นกเขาชอบมากินน้ำที่กระถางปลูกบัว เด็กนักเรียนไม่วิ่งไล่จับ ไม่มีใครยิงนก ตอนนี้เริ่มเห็นนกหัวขวานมากขึ้น รวมทั้งแย้และกิ้งก่า ที่เด็กๆมองดูเฉยๆ  เป็นสิ่งที่อยู่คู่โรงเรียนอย่างคุ้นเคย

         ผมเสียดายที่มีกล้องธรรมดาเกินไป ซูมไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะถ่ายภาพนกน่ารักและแย้ตัวใหญ่มาให้ดู เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันครับ

         พอต้นไม้เยอะ คราวนี้มันก็ร่วงหล่นล่ะสิ ทุกเช้าทั้งครูและนักเรียนช่วยกันเก็บกวาด ทั้งในสนามและบนถนน เหนื่อยกันมาเป็นเดือนแล้ว พยายามทำใจให้สนุกกับงานเก็บกวาด คิดเสียว่า ตอนต้นไม้มันผลิใบ เขียวสดใสเต็มต้น มองแล้วงามสะพรั่ง ดูแล้วสดชื่น ให้ร่มเงาดีแท้ เวลามันร่วงหล่นก็ไม่อยากบ่น คิดเสียว่า เป็นธรรมดาของชีวิต หมุนเวียนเปลี่ยนไป ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน เสมือนการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และทำให้คิดไปได้ว่า ชีวิต ต้องมีการปรับตัว เพื่อความอยู่รอด ปรับให้เข้ากันได้กับสภาวะการณ์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งฤดูแล้งเช่นนี้ ถ้าต้นไม้ไม่ผลัดใบ จะเอาน้ำที่ไหนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของลำต้น  คนก็คงเหมือนกัน ที่ต้องปรับตัวปรับใจ รู้เท่ารู้ทันอะไรต่อมิอะไร ตลอดเวลา

         ๒ - ๓ ปีมานี้ เริ่มเห็นคุณค่าของใบไม้ ไม่กล้านำไปเผา หาที่รองรับอย่างดี หาที่เก็บเป็นที่เป็นทาง ทำที่เก็บเฉพาะทุกมุมของอาคาร จนคนที่มาเยี่ยมเยือนแปลกใจ เท่านั้นยังไม่พอ รดน้ำให้อีกด้วย เติมอาหารให้อีกหน่อย(ขี้วัว) บางวันเลี้ยงพิเศษด้วยสารอีเอ็มและกากแก๊สชีวภาพ หวังจะเพาะเลี้ยงให้ใบไม้ พัฒนาไปเป็นปู๋ยหมักอย่างดี แต่ปีนี้ เริ่มมองเห็นปัญหา เพราะใบไม้มากเกินโควต้า จนล้นเหลือแทบจะเอาไม่อยู่แล้ว

         พอดีโชคช่วย ให้ใจชื้น ที่ คุณอารดา คงศิริ ที่ทำงานอยู่ ธกส.สำนักงานใหญ่ ท่านมามอบของขวัญปีใหม่ให้นักเรียน ตลอด ๔ ปีที่ผ่านมา ท่านแนะนำให้ไปติดต่อคณาจารย์และนิสิตกลุ่มหนึ่งของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่ค้นคิดนวัตกรรมทำกระดาษที่มีสีสันหลากหลายจากใบไม้สารพัดชนิด ผมดีใจมากและรีบไปติดต่อทันที

         คำตอบก็คือ เดือนหน้าจะมีคณะมาสอนและสาธิตการทำกระดาษจากใบไม้ในโรงเรียน อยากให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆไม่ใช่เบื่อที่จะกวาดหรอก แต่อยากรู้จัง ใบไม้จะเป็นกระดาษได้อย่างไร..แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะครับ

www.bannongphue.com


ถนนหน้าบ้าน


กวาดกองโคนต้น