สมัยนี้ ผู้ปกครองนิยมส่งลูกหลานมาเรียนแบบติวเข้ม  โดยมีติวเตอร์ที่มีชื่อเสียงจากสถาบันต่างๆที่มีผลงานนักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จำนวนมากๆ   โดยพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ค่อยเชื่อถือระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนปกติกันส่วนใหญ่  ยอมเสียเงินให้ลูกได้เรียนแบบติวเข้ม คนหนึ่งก็หลายๆชั่วโมงต่อสัปดาห์  


ครูอ้อยวิเคราะห์มานานแล้วว่า  ทำไมผู้ปกครองจึงไว้ใจ  ศรัทธาสถาบันติวเข้มกันนัก  ง่ายๆคือ  พวกเขาติิวเตอร์ทั้งหลายไม่ต้องทำงานพิเศษมากมายในโรงเรียน  เขาสอนติวกันอย่างเนื้อๆๆเข้มข้น  ไม่ต้องเป็นครูเวรประจำวัน  เป็นครูขายของสหกรณ์  หรือทำหน้าที่เฝ้าสนามโรงเรียน  กลับมาบ้านไม่ต้องคิดกิจกรรมว่าจะทำอะไรกันดี  ตามโครงการต่างๆที่โรงเรียนระบุ  พวกเขาจึงมีเวลามากที่ะค้นหาข้อสอบที่ดีมีคุณภาพ  เตรียมไว้สอนนักเรียนของเขา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าตอบแทนสูง  ยิ่งสถาบันติวมีชื่อเสียงมากเท่าไร  คนยิ่งนิยมมาเรียนกันมาก  ปากต่อปากรุ่นต่อรุ่น  ทำให้ความมั่นคง  ความศรัทธาของผุ้ปกครองเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง   

  

ครูอ้อยมีความรู้สึกว่า  ให้ครูอ้อยไปสอนแบบติวเข้ม  ครูอ้อยก็จะสอนได้ดี  เพราะไม่ต้องใช้เทคนิคการสอนอะไรมากนัก  เพียงแต่สอนให้นักเรียนเข้าใจและรู้วิธีการคิดและเลือกข้อคำตอบที่ถูก  เท่านั้น  ค้นหาโจทย์ที่ดี   ที่มีสถิติในการออกข้อสอบมากๆ  หมุนเวียนกันไป  นักเรียนเรียนกันอย่างจริงจัง  ไม่ต้องลุกจากที่นั่งไปทำอะไรอย่างอื่น  คิดแล้วเลือก  ทำซ้ำๆๆ  ไม่มีทางพลาด


ครูดีจึงต้องเป็นครูที่สอนดีตามระบบโรงเรียน  ทำหน้าที่ทุกอย่างของความเป็นครูดี  พร้อมกับเป็นติวเตอร์ที่ดี  สรรหาข้อสอบที่ดีมาให้นักเรียนได้รู้จัก  ได้ทำบ่อยๆๆ นักเรียนก็จะไม่ต้องเดินทางไปเรียนติวเข้มที่ไหน  อย่าทำตัวเป็นครูที่สอนนักเรียนแบบกักไว้  เพื่อให้นักเรียนไปเรียนติวเข้มกับตัวเอง  หรือไปเรียนที่ื่อื่น  นักเรียนจึงขอมีชื่อว่า  เป็นนักเรียนในโรงเรียนตามระบบเท่านั้น  และเทใจไปเรียนติวเข้มกันแบบจริงจัง  แบบเท่าไรเท่ากัน