เนื่องในวันครู 16 มกราคม ปีนี้  ครูอ้อย แซ่เฮ มีความตั้งใจบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับครู สักอย่างน้อยวันละ 2เรื่อง ในสัปดาห์คงจะได้ไม่ต่ำกว่า 20 เรื่อง  นี่ก็เขียนไปได้ 14 เรื่องแล้ว  ผ่านวันครูมาได้เพียง 4 วัน


          ด้วยความตั้งใจจริง  สนใจ  และชอบการเขียนเล่าเรื่องมากๆ  ครูอ้อย แซ่เฮ คิดว่า  เป็นความสุขสนุกสนานที่ได้เขียนเรื่องราวต่างๆตามประสบการณ์  ถึงแม้จะไม่ได้ความหมายอะไรสำหรับนักอ่านบางท่าน  ด้วยจริตไม่ตรงกัน  ก็ไม่เ็ป็นไร  เพราะอย่างน้อยที่สุด  บันทึกเหล่านี้อาจจะมีข้อความหนึ่งข้อความใดถูกนำไปเป็นการอ้างอิงได้ในอนาคต  เพราะเวลาผ่านไปการที่ไม่ได้จดบันทึกไว้ นานๆไปอาจจะวุ่นวาย  ถกเถียงกันให้เสียเวลา  อย่างเช่น  วันกองทัพไทย  วันใดกันแน่  ใครเสียงดังพร้อมมีข้ออ้างอิงก็ชนะไปเป็นเอกฉันท์

  

          คนไทยเราไม่ชอบอ่านและไม่ชอบเขียนด้วยหรือ  ไม่น่าจะเป็นไปได้  อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย  พวกเราชาวครู  น่าจะปฏิบัติให้เป็นตัวอย่างแก่นักเรียนหรือเยาวชนรุ่นหลังกันบ้าง  ในการจดบันทึกเรื่องราวดีดีมีประโยชน์นอกเหนือจากการลงภาพสนุกสนานพูดคุยกันไปอย่างเสียเวลา  เสียแบตเตอรี่

  

          โดยเฉพาะการจดบันทึกออนไลน์นี้  มีข้อกำหนดที่ดีมาก  เช่นรวดเร็ว  เผยแพร่  การแสดงความคิดเห็น  ลบทิ้งได้  ครูอ้อยเคยไปหาญาติในระหว่างการพักฟื้น  พบหลานๆใช้แอร์การ์ดเชื่อมต่ออินเทอร์เนต  พวกเขาขอเฟสบุคของครูอ้อย  แต่ครูอ้อย ได้แนะนำให้ไปหา  ครูอ้อย แซ่เฮ จะดีกว่า  พวกเขาถามว่า  ครูอ้อย แซ่เฮ คือใคร  ยิ้มยิ้ม คือคำตอบ

  

          สักครู่หนึ่งพวกเธอทดลองเข้าไปในกูเกิ้ล  และพบญาติของเธอที่เรียกว่า  ยาย  คือ  ครูอ้อย แซ่เฮ  อิอิ

  

          จากบันทึกนี้  หมายถึง  การฝึกให้รักการอ่าน  สรุปความ  กลั่นกรองเป็นภาษาของตนเอง  ลองเขียนใหม่  ฝึกนักเรียนด้วย  ภาษาไทยจะได้ไม่วิบัติ  อย่าไปเขียนภาษาแชทเลย  ภาษาไทยเสียหายหมด  ไม่ดี  ไม่เหมาะสมกับการจดบันทึกที่เป็นประวัติศาสตร์ต่อไป  หลายๆท่านเขียนได้เยี่ยมไร้เทียมทาน  แต่ก็มีโผล่มาบ้าง  เขียนติดลบ  ไม่มีวินัยเชิงบวก  อ่านแล้วต้องทำตัวแบบกินแกง  แต่เขี่ยบางอย่างเพราะเราไม่กิน  


          ดังนั้น  เนื่องในวันครู  จึงขอโอกาสนี้เชิญชวนครูไทยทุกท่าน  เขียนบันทึกกันนะคะ