หลังเที่ยงคืนของวันอังคารที่ 19 กันยายน 2549 ดิฉันรับทราบข่าวใหญ่เกี่ยวกับการเมืองของประเทศไทยเรา ใจจริงดิฉันเองก็อยากจะติดตามข่าวแต่ในวันรุ่งขึ้นต้องทำงานแต่เช้าจึงจำต้องเข้านอนเอาแรงไว้ก่อนเพื่อที่จะได้ทำงานอย่างแจ่มใส

แต่ในขณะที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่นั้น เวลาประมาณตีห้าของวันที่ 20กันยายน 2549 ก็ได้ยินเสียง....อะฮ้า..ตาโตกันใหญ่เชียวนะ..ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ป้าบวมแห่งบล็อก Moomiกะป้าบวม ส่งข้อความมาเตือนว่าวันนี้อย่าออกไปไหนเพราะมีการประกาศให้หยุดราชการ 1 วัน พอได้ทราบข่าวคราวนี้ก็ไม่เป็นอันหลับนอนกันแล้ว สารอะดรีนาลินเริ่มหลั่ง ดิฉันรีบลุกมาเปิดทีวีดูข่าวกับพี่เปียว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า...แต่ในทีวีก็ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นเลย

ในช่วงเวลานั้นถึงแม้ว่าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในใจดิฉันคือ..อ้าวแล้วผู้ป่วยที่เรานัดให้มาผ่าตัดล่ะ มีผ่าตัดตั้ง 6 ราย อาจจะมีผู้ป่วยที่ไม่ได้ฟังข่าวคงจะต้องมาผ่าตัดตามที่เรานัดแน่นอน แล้วจะทำอย่างไร ?

เมื่อค่อย ๆ สงบจิตใจ สติ ปัญญาก็เกิดดิฉันก็คิดได้ว่าเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในบ้านพักของสถาบันฯน่าจะมาได้ พี่เปียดำเนินการเรียกเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในสถาบันฯ อันมีโป่ง จิน และพี่ราตรี ซึ่งทุกคนยินดีมา รวมแล้วเราก็มีเจ้าหน้าที่ทำงานประมาณ 5 คนแล้ว มีน้องพนักงานและเจ้าหน้าที่บางคนที่ต้องเดินทางมาทำงานเมื่อรู้ว่ามีการประกาศให้เป็นวันหยุดแต่ก็โทรมาถามว่าต้องมาทำงานหรือเปล่า ดิฉันก็แจ้งไปว่าไม่ต้องมาหรอกเพราะได้เรียกเจ้าหน้าที่บางคนมาแล้ว ซึ่งต้องบอกว่าดิฉันรู้สึกดีใจที่ทุกคนมีน้ำใจเป็นห่วงผู้ป่วย

08.15 น. อันเป็นเวลาที่พวกเราจะต้อง Morning Talk กันปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ของห้องผ่าตัดมาทำงาน ได้แก่ พยาบาล 9 คน ผู้ช่วยเหลือคนไข้ 1 คน  และพนักงาน 4 คน รวมทั้งหมดถึง 14 คน

ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าถึงเย็น (18.15 - 16.30 น.) ของวันนั้นเราสามารถทำงานผ่าตัดในวันนั้นดำเนินไปได้ดี ไม่มีปัญหา เหตุผลสำคัญเป็นเพราะความรู้สึกที่ทุกคนเห็นใจผู้ป่วยที่ถูกเตรียมผ่าตัด หากมีการงดผ่าตัดผู้ป่วยย่อมต้องเสียเวลา เสียความรู้สึก และอื่น ๆ อีกมากมาย ฯลฯ ที่เราไม่รู้

แต่การที่เราร่วมใจกันมาปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงผู้ป่วยมากกว่า ทำให้ผู้ป่วยที่ได้เตรียมไว้ได้รับการผ่าตัดทุกคน และนอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดฉุกเฉินด่วนในวันนั้น คือ ผู้ป่วยที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องและตั้งครรภ์นอกมดลูกก็ยังได้รับการผ่าตัดที่รวดเร็วและปลอดภัย ซึ่งถ้าหากว่าในวันนั้นเรามีเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานน้อยอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นก็เป็นได้

ขอเล่าถึงบรรยากาศของวันนั้นสักนิ้ดว่า....วันนั้นพวกเราทำงานกันสนุกมาก ความรู้สึกที่ดิฉันรู้สึกได้คือทุกคนทำงานมีความสุข รู้สึกได้ว่าทุกคนสุขใจที่เป็นผู้ให้  ดิฉันก็รู้สึกเช่นกันว่า วันนี้ดิฉันเองก็มีความสุขมากเช่นกันถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็สุขใจที่ได้เป็นผู้ให้ เคยได้ยินประโยคประโยคหนึ่ง ที่ว่า ...ยิ่งให้....ยิ่งได้ ดิฉันรู้แล้วว่าเป็นอย่างนี้นี่เอง