จากกิติศัพท์ที่ผู้เขียนทราบมาว่า “สวิตเซอร์แลนด์” เป็นประเทศที่สวยที่สุดในโลก มีผู้คนที่เป็นมิตร และมีบ้านเมืองที่สะอาดสะอ้าน สงบและปลอดภัย ทำให้ผู้เขียนเกิดแรงจูงใจที่จะไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์มากกว่า อิตาลี และฝรั่งเศส และเมื่อได้ไปเที่ยวจริงๆ ก็ไม่ผิดหวัง เพราะสวิตเซอร์แลนด์เป็นดินแดนแห่งความประทับใจจริงๆ

Large_1switb

ก่อนการเดินทางท่องเที่ยว 3 ประเทศในยุโรป จากกิติศัพท์ที่ผู้เขียนทราบมาว่า “สวิตเซอร์แลนด์” เป็นประเทศที่สวยที่สุดในโลก มีผู้คนที่เป็นมิตร และมีบ้านเมืองที่สะอาดสะอ้าน สงบและปลอดภัย ทำให้ผู้เขียนเกิดแรงจูงใจที่จะไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์มากกว่า อิตาลี และฝรั่งเศส และเมื่อได้ไปเที่ยวจริงๆ ก็ไม่ผิดหวัง เพราะสวิตเซอร์แลนด์เป็นดินแดนแห่งความประทับใจจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความงามตามธรรมชาติของทุ่งหญ้า ป่าเขา หิมะ และทะเลสาบ

Large_2swit

หลังรับประทานอาหารกลางวันที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ในวันพุธที่ 17 ตุลาคม 2555 รถนำเที่ยวได้นำกรุ๊ปทัวร์ของพวกเราเดินทางไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากการสืบค้นข้อมูลของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในแหล่งต่างๆ พอจะสรุปได้ ว่า “สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)” มีชื่อที่เป็นทางการว่า “สมาพันธรัฐสวิส (Swiss Confederation)” เป็นประเทศเล็กๆ ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ตั้งอยู่กลางทวีปยุโรป มีพื้นที่ 41,290 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าประเทศไทย 12 เท่า โดยพื้นที่ 2 ใน 3 ของประเทศอยู่บนเทือกเขาแอลป์ ซึ่งทอดยาวจากทิศตะวันตก อาณาเขตของประเทศ ทิศเหนือจรดสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ทิศตะวันออกจรดออสเตรียและลิคเตนสไตน์ ทิศใต้จรดอิตาลี ทิศตะวันตกจรดฝรั่งเศส ภูมิอากาศของสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นอยู่กับระดับความสูงของพื้นที่ คือมีตั้งแต่ภูมิอากาศแบบแอลป์ไปจนถึงแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูหนาวอากาศหนาว มีฝนและหิมะ ฤดูร้อนอบอุ่น เย็นชื้น มีฝน ประชากรปี 2555 คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 9 ล้านคน โดยเป็นชาวสวิสเยอรมันร้อยละ 65 สวิสฝรั่งเศสร้อยละ 18 สวิสอิตาเลียนร้อยละ 10 โรมานซ์ ร้อยละ 1 และอื่นๆ ร้อยละ 6 ภาษาราชการมี 4 ภาษา คือ เยอรมัน (63%) ฝรั่งเศส (20.4%) อิตาลี (6.5%) และโรมานซ์ (0.5%) และภาษาอื่นๆ (9.6%) ประชาชนร้อยละ 48 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ร้อยละ 44 นับถือนิกายโปรเตสแตนท์ ร้อยละ 8 นับถือศาสนาอื่นๆ หรือมิได้นับถือศาสนา เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ คือ กรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลก สวิตเซอร์แลนด์ใช้สกุลเงินฟรังก์สวิส (CHF) เทียบเป็นเงินไทยได้ประมาณ 33-35 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับอัตราค่าเงินขณะที่แลก

เมื่อเข้าเขตประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนไป เป็นภาพทุ่งหญ้าและฝูงแกะ/ฝูงวัว ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่ผู้เขียนชื่นชอบ เปลี่ยนจากดูภาพสถาปัตยกรรม ปฏิมากรรมล้ำเลอค่า ฝีมือรังสรรค์ของมนุษยชาติที่ประเทศอิตาลี ไปเป็นดูภาพเกี่ยวกับเกษตรกรรมก็ให้ความรู้สึกสดชื่นโปร่งโล่งไปอีกแบบ

Large_3swit

ผู้เขียนซึ่งเป็นคนชอบรับประทานผักสด รู้สึกอึดอัดใจมากที่อาหารเช้าของโรงแรมที่อิตาลี มีแต่อาหารประเภทแป้งและโปรตีนเป็นหลัก ไม่มีสลัดผักจัดไว้ให้เลย พอได้เห็นผักสดที่ร้านในเขตสวิทเซอร์แลนด์รู้สึกมีความหวังว่า น่าจะได้รับประทานผักสดเสียที

Large_4swit

ถึงโรงแรมที่พักก็มืดแล้ว และแต่ละคนต้องลากกระเป๋าสัมภาระลอดอุโมงค์ที่ค่อนข้างไกลไปยังโรงแรมที่พัก (ตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นถึงได้รู้ว่า หน้าตาภายนอกของโรงแรมที่พักเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นอย่างไร)...และก็เป็นดังที่คาดไว้ อาหารเย็นที่โรงแรมมีผักสดจัดเตรียมไว้ให้ แต่ประเภทเนื้อหายไปหมด ผู้เขียนเลยได้รับประทานแต่ผักสดสมใจอยาก โดยมีแค่น้ำสลัดคลุกเคล้าพอให้มีรสชาติขึ้นมาบ้าง 

Large_5swit

Large_6swit

Large_7swit

Large_8swit

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2555 กรุ๊ปทัวร์ของเราเตรียมตัวเดินทางไปขึ้นกระเช้าลอยฟ้าที่หมุนได้ 360 องศา เพื่อไปชมหิมะบนยอดเขา TITLIS ที่มีความสูง 3,028 เมตร มีหิมะปกคลุมตลอดปี และเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปเล่นสกีกัน สำหรับกรุ๊ปทัวร์ของเราได้แต่เดินชมและถ่ายภาพ หลายคนที่กระเป๋าตุงต่างก็ซื้อนาฬิกาสวิสจากร้านจำหน่ายบนยอดเขาไปคนละเรือนบ้าง หลายเรือนบ้าง แต่ผู้เขียนเพิ่งได้รับนาฬิกาสวิสเป็นของขวัญจากลูกชาย เลยไม่ได้ซื้อ และลูกๆ ก็ไม่ใช้นาฬิกาข้อมือกันก็เลยไม่ได้ซื้อไปฝาก 

Large_9swit

Large_10swit

Large_11swit

Large_12swit

Large_13swit

Large_14swit

Large_15swit

หลังจากชมหิมะบนยอดเขา กรุ๊ปทัวร์ของเราได้นั่งกระเช้าไฟฟ้ากลับลงไปยังพื้นล่าง และรับประทานอาหารกลางวัน ต่อจากนั้นรถนำเที่ยวได้นำพวกเราเดินทางไปยังเมืองลูเซิร์น เมืองตากอากาสที่โด่งดังของสวิตเซอร์แลนด์ ณ เมืองลูเซิร์น ผู้เขียนชอบสะพานไม้อายุกว่า 600 ปีที่บนขื่อประดับด้วยภาพเขียนบอกเล่าประวัติศาสตร์สวิส (สะพานมองเห็นเป็นแนวยาวในภาพซ้ายมือ) และชอบทะเลสาบที่มีหงส์ขาวแหวกว่าย โดยมีเทือกเขาแอลป์สลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง  

Large_16swit_(2)

Large_17swit

Large_18swit

หลังจากถ่ายภาพร่วมกัน มัคคุเทศก์ ก็ปล่อยให้ลูกทัวร์เดินชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองลูเซิร์น และจับจ่ายใช้สอยตามความสนใจ มีพี่และน้องๆ สนใจซื้อมีดไปทำครัวและกระเซ้ากันว่า ซื้อมีดแล้วต้องขยันทำอาหารมากขึ้นด้วย สำหรับผู้เขียนเองซื้อของที่ระลึกไปชิ้นเดียว เพราะราคาสูงกว่าร้านในอิตาลีมากทั้งที่เป็นร้านของคนไทย (สำหรับของฝากได้ซื้อตุนไว้มากแล้วจากอิตาลี และกะจะไปซื้อที่ปารีสเพิ่มเติมอีก)

 Large_19swit

Large_20swit

แล้วโปรแกรมการท่องเที่ยวที่สวิตเซอร์แลนด์ก็สิ้นสุดลง เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ลูกทัวร์ต้องขึ้นรถเพื่อเดินทางข้ามพรมแดนสวิตเซอร์แลนด์กับฝรั่งเศส เพื่อไปพักค้างคืนที่เมืองดิจองของฝรั่งเศส ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังกรุงปารีส ในวันรุงขึ้น

ผู้เขียนรู้สึกว่า การท่องเที่ยวยุโรปคราวนี้ พวกเราได้เที่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เป็นดินแดนแห่งความประทับใจยังไม่หนำใจ เพราะมีเวลาเที่ยวไม่ถึงวันด้วยซ้ำ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างนาน จากสวิตเซอร์แลนด์ไปยังกรุงปารีส...ข้อดีของการท่องเที่ยวโดยใช้บริการของบริษัทนำเที่ยวก็คือ สะดวกในการจัดการและประหยัดค่าใช้จ่าย แต่มีข้อเสียที่ลูกทัวร์ต้องทำอะไรตามกำหนดการที่บริษัทนำเที่ยววางไว้ ไม่สามารถยืดหยุ่นกำหนดการได้ ตามความพอใจของตน

ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่าน มากนะคะ ที่กรุณาเข้าไปให้กำลังใจและให้ความเห็นในบันทึกนี้...