การเลี้ยงเพื่อให้เกิดความพอเพียง ไม่ควรเน้นการเพิ่มผลผลิตเพื่อเข้าสู่ระบบตลาด

หนึ่งไร่พอเพียงกับการเลี้ยงโค

            ปัจจุบันมีเกษตรกรจำนวนเป็นจำนวนมากที่มีพื้นที่ทำกินน้อย  ไม่เหมาะที่จะทำฟาร์มขนาดใหญ่ การทำการเกษตรแบบหนึ่งไร่พอเพียงมาปฏิบัติจึงกำลังเป็นที่นิยม เพราะการลงทุนต่ำเหมาะสมกับขนาดแรงงานในครอบครัวและสามารถสร้างรายได้ตลอดปี คนส่วนใหญ่มักจะมองภาพการทำการเกษตรแบบหนึ่งไร่พอเพียงแค่ในเรื่องของการปลูกพืชหมุนเวียนในพื้นที่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด  แต่ลืมนึกถึงภาพการเลี้ยงสัตว์ควบคู่กับการปลูกพืช  ถ้าหากเกษตรกรต้องการทำการเกษตรแบบหนึ่งไร่พอเพียงและเลี้ยงโค 2 - 3 ตัว จะเป็นอะไรที่ลงตัวพอสมควร เพราะผลผลิตจากพืชสามารถนำมาเป็นอาหารโคและพืชอาหารสัตว์จะทำหน้าที่ในการถ่ายโอนธาตุอาหารในพื้นที่ทำกิน ถ้าโคได้รับพืชอาหารดี  มูลโคก็จะเป็นปุ๋ยคอกที่มีคุณภาพ และถ้ามีพืชอาหารสัตว์หรือหญ้าจำนวนมากสามารถนำมาทำปุ๋ยพืชสด และจำหน่ายสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย

           ในการณีการทำเกษตรหนึ่งไร่พอเพียงและเลี้ยงโคควบคู่กันไปนั้น ควรผสมผสานการปลูกพืชอาหารสัตว์เข้าเป็นส่วนหนึ่งในระบบพืชหมุนเวียน จะเป็นการเพิ่มความยั่งยืนให้เรือกสวนไร่นาและมีความมั่นคงในรายได้  ซึ่งกรรมวิธีการปลูกพืชผสมผสานกับระบบการปลูกพืชหมุนเวียนในหนึ่งไร่พอเพียงนั้นทำได้หลายวิธี เช่น

            -   การปลูกพืชอาหารสัตว์หรือหญ้าที่มีอายุข้ามปี หรือพืชตระกูลถั่วที่ทนแล้ง เป็นการลดต้นทุนการผลิตในรอบปี แต่ต้องเน้นที่วิธีการปลูกด้วย เช่น  การปลูกด้วยการหยอดหลุม  หรือปักดำต้นกล้า ซึ่งจะทำให้รากหยั่งลึกได้มากกว่าการหว่านและช่วยปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน เป็นพืชคลุมดินป้องกันการชะล้างหน้าดินได้

            -  การปลูกพืชผักและดอกไม้หลายชนิดรวมกันตามฤดูกาล เพื่อกระตุ้นธาตุอาหารในดินและลดปริมาณของแมลงโดยธรรมชาติ  รวมทั้งสามารถนำผลผลิตที่ด้อยคุณภาพไปเป็นอาหารเลี้ยงโค

            -  การปลูกไม้พุ่มและไม้ยืนต้น เนื่องจากไม้เหล่านี้มีระบบรากลึก จะใช้น้ำและแร่ธาตุจากดินชั้นล่าง จึงไม่แย่งแร่ธาตุอาหารกับพืชอืนๆ ที่ปลูกในระยะเวลาสั้น

           -   การปลูกไผ่ไว้ริมรั้ว  กินหน่อ ใช้ไม้ทำรั้วทำคอกสัตว์  ใช้ใบเป็นอาหารโค

          การเลี้ยงโคผสมผสานกับเกษตรหนึ่งไร่พอเพียง ไม่ควรเน้นการเพิ่มผลผลิตเพื่อเข้าสู่ระบบตลาดมากขึ้น หรือไม่คิดถึงผลผลิตในแง่ของการขายหรือสร้างรายได้ แต่ควรเน้นที่มีพออยู่พอกิน  เหลือกินค่อยแจก เหลือแจกค่อยขาย หรือแม้แต่โคก็เหมือนกัน มีโคมากก็แบ่งลูกหลานไปเลี้ยง  ถึงเวลาเหมาะสมหรือขัดสนจึงขาย เหมือนเบิกเงินออมมาใช้จ่ายยามจำเป็น  เพราะถ้าหากเกษตรกรมุ่งเพิ่มผลผลิตเพื่อเข้าสู่ตลาดแล้ว ก็เท่ากับว่าเกษตรกรยังตกอยู่ในภาวะการพึ่งพิงตลาดและบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ  จะกลับเข้าสู่วังวนของความยกจนดังเดิม จนหาทางออกสู่ความพอเพียงและยั่งยืนไม่ได้ในที่สุด

           ขอบคุณค่ะ

            พันดา  เลิศปัญญา