เมื่อก่อนนี้ ก่อนที่ชาวนาจะนิยมใช้รถเกี่ยวข้าว การเกี่ยวข้าวจะเกี่ยวด้วยแรงคนและเกี่ยวด้วยมือ ซึ่งในแต่ละท้องถิ่นอาจจะมีเครื่องมือและวิธีเกี่ยวแตกต่างกันไป ชาวนาแถวบ้านผมที่อำเภอหนองบัวนครสวรรค์และภาคกลางนั้น จะเหมือนกับภาคอีสาน กล่าวคือ เมื่อข้าวออกรวงและเริ่มแก่จนออกสีทองแล้ว ก็จะใช้ไม้ไผ่ลำยาวๆนาบให้ต้นข้าวลู่เอนไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นก็จะใช้เคียวเกี่ยว ลักษณะเคียวจะโค้งเป็นวงเดือน ใช้มือซ้ายกำรวงข้าวและถือเคียวด้วยมือขวา ตัดต้นข้าวต่ำกว่าคอรวงข้าวเพียงประมาณ ๑-๒ ปล้องต้นข้าวเท่านั้น 

หลังจากเกี่ยวแล้วก็จะวางผึ่งแดดบนซังข้าวซึ่งเอนและเหมาะจะวางรวงข้าวให้แห้ง ๒-๓ วัน รวงข้าวที่วางผึ่งแดดไว้บนซังข้าวนี้จะเรียกว่าฟ่อนข้าว เกี่ยวรวงข้าว ๓-๔ กำแล้วนำมาวางเรียงกันก็จะได้ ๑ ฟ่อนข้าว เมื่อตากแห้งแล้ว ก็รวมฟ่อนข้าว ๔-๕ ฟ่อนข้าวเข้าด้วยกันแล้วมัดด้วยตอกก็จะได้มัดรวงข้าว ๑ มัด หาบไปวางเรียงกันเป็นลอมข้าว การเกี่ยวแต่จำเพาะรวงข้าวและมีปล้องข้าวเพียง ๑-๒ ปล้องเท่านั้น ก็จะทำให้มัดข้าวและลอมข้าวของแถวภาคกลางและภาคอีสานแลดูเหมือนกองเมล็ดข้าวเหลืองอร่าม


ทางท้องถิ่นภาคใต้กับทางเหนือนั้น จะมีวิธีเกี่ยวข้าวโดยยืนเกี่ยวต้นข้าวในขณะตั้งตรงเหมือนกัน ไม่ต้องนาบต้นข้าวให้เอนลงเหมือนทางภาคกลางและภาคอีสาน แต่เครื่องมือที่ใช้นั้นจะต่างกัน โดยทางใต้จะใช้แกระ ลักษณะเหมือนกรรไกรตัดหมาก ใช้ตัดรวงข้าวทีละรวง ตัดสั้นแต่เฉพาะรวงข้าว 

ส่วนทางเหนือนั้น จะใช้เคียวซึ่งโค้งเพียงเล็กน้อยและจะตัดต้นข้าวยาวมาก เกี่ยว ๑ กำมือก็จะได้ ๑ ฟ่อนข้าว วางไว้บนตอซังข้าวที่ยังตั้งตรงอยู่ ซึ่งก่อนที่จะได้ลองลงมือเกี่ยวข้าวเองนั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่าจะวางฟ่อนข้าวยาก ฟ่อนข้าวของชาวนาทางเหนือจะรวมกำข้าวเพียง ๑-๒ กำเท่านั้น และเนื่องจากเกี่ยวปล้องข้าวแต่ละรวงข้าวยาวมาก ลอมข้าวจึงดูเหมือนกองฟาง มองไม่ค่อยเห็นเมล็ดข้าวเหลืองอร่ามเหมือนทางอีสานและบ้านเกิดผมที่หนองบัวนครสวรรค์



บ้านผมที่สันป่าตอง มีที่สำหรับทำนาข้าวอยู่เกือบ ๑ งาน เมื่อปีที่ผ่านมาก็ทำนาข้าวเหนียว เมื่อข้าวแก่พร้อมเกี่ยวแล้ว เดิมทีนั้นผมก็ตั้งใจว่าจะเกี่ยวข้าวร่วมกับญาติๆ ของทางภรรยาซึ่งมาลงแขกช่วยกันเกี่ยว แต่พอเห็นเคียวและวิธียืนเกี่ยวของชาวบ้านซึ่งผมไม่เคยเกี่ยววิธีนี้เลยแล้วก็ต้องชงักและหยุดความคิดที่จะผลีผลามไปเกี่ยวกับเขาไว้ก่อน เคียวเกี่ยวข้าวนั้นคมและจะมีริ้วฟันเล็กๆเหมือนเลื่อยหยักตื้นๆ ใครที่เคยเกี่ยวข้าวและเคยโดนคมเคียวบาดมือมาแล้วละก็ย่อมซาบซึ้งถึงแผลจากเคียวบาดเป็นอย่างดีว่าเหวอะหวะและเจ็บปวดนัก  


เมื่อเห็นวิธีเกี่ยวข้าวที่ไม่เหมือนกันเลยนั้น ผมก็ได้เรียนรู้ไปด้วยหลายอย่าง ประการแรก ก็ทำให้ได้ตระหนักว่า ชุมชนเกษตรกรที่ทำนาเหมือนกันในภูมิภาคต่างๆของประเทศนั้น แท้จริงแล้ววิถีวัฒนธรรมในรายละเอียดไม่เหมือนกันไปทุกอย่างเลยทีเดียว ประการที่สอง เครื่องมือการเกี่ยวข้าวและวิธีที่แตกต่างกัน นำไปสู่กระบวนการต่างๆอีกหลายอย่างที่ไม่เหมือนกันเอาเสียเลย ทุกอย่างมีความเป็นเหตุเป็นผลสอดคล้องกลมกลืนกัน โดยมีวิถีชีวิตและการมีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติเป็นพลังกล่อมเกลา ทำให้ได้การเรียนรู้ทางสังคมวัฒนธรรมไปด้วยหลายอย่าง 

ความแตกต่างในรายละเอียดเหล่านี้ ทำให้วิธีคิด วิธีมอง แบบแผนการดำเนินชีวิต ตลอดจนการจัดระบบสังคมและสิ่งแวดล้อมในการอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมากไม่เหมือนกันเลย หากมองไปในภาพรวมในสังคม ก็ทำให้ได้ความตระหนักไว้อยู่เสมอมากยิ่งๆขึ้นว่า หลายสิ่งที่ชาวนากล่าวถึงเหมือนกันนั้น ในความเป็นจริงแล้วอาจจะเป็นคนละสิ่ง และบางครั้งก็อาจจะเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกันเลยทีเดียว จึงเป็นไปได้ว่าการแก้ปัญหาสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวนาที่มักปรากฏประเด็นปัญหาเป็นวงจรแบบเดิมอยู่เสมอนั้น ส่วนหนึ่งก็อาจจะเกิดจากลดทอนความเข้าใจต่อความแตกต่างหลากหลายเหล่านี้ให้เห็นภาพโดยรวมแบบเดียวกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็จะสามารถครอบคลุมกลุ่มคนได้เพียงส่วนน้อยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น 


แต่ปีนี้ หลังจากไปกรุงเทพฯและเป็นวิทยากรให้กับการสัมมนาและถอดบทเรียนพัฒนาเครือข่ายวิชาชีพเวชนิทัศน์เมื่อ ๑๕-๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ นี้แล้ว ผมก็ต้องรีบกลับบ้านเพื่อไปเกี่ยวข้าว หลังจากทำงานขุดดิน ตัดหญ้า ทำสวน ไปปีหนึ่งแล้ว ร่างกายและทักษะใช้แรงงานผมดีขึ้นมาก เลยคิดว่าปีนี้ผมควรจะเกี่ยวข้าวเองได้ 

เมื่อครั้งที่เคยเกี่ยวข้าวตอนที่อยู่บ้านหนองบัวนครสวรรค์นั้น ผมยังจำได้เป็นอย่างดีว่าการเกี่ยวข้าวนั้นปวดเมื่อยมากเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจะเกิดอาการปวดหลัง ปวดชนิดที่ปวดร้าวไปทั้งตัว เมื่อการเกี่ยวข้าวมีปัจจัยธรรมชาติและมีวิถีวัฒนธรรมชุมชนมาเกี่ยวข้องหลายอย่าง เช่น ต้องเกี่ยวให้เสร็จก่อนที่ข้าวจะแห้งกรอบซึ่งจะทำให้เมล็ดข้าวร่วง อีกทั้งหากฝนตกหรือน้ำค้างลงมากก็จะทำให้เมล็ดข้าวขึ้นรา หรือการลงแขกเอาแรงกันจะมัวรอคอยแต่ตนเองไม่ได้ หากช้าผิดจังหวะคนอื่นก็จะไม่มีคนช่วยเกี่ยวข้าว เหล่านี้ ทำให้การต้องเกี่ยวข้าวรอคอยไม่ได้  แม้จะปวดเมื่อยทรมานและเหนื่อยยาก ก็ต้องอดทนตรากตรำทำให้เสร็จ ยาแก้ปวดจึงขายดิบขายดีสำหรับชาวนา 

หากเราได้ศึกษาและเรียนรู้ด้วยวิธีที่สามารถเข้าถึงความเป็นชีวิต ความทุกข์สุข ความเหนื่อยยาก เราก็จะเข้าใจอย่างลึกซึ้งมากขึ้นจากจุดยืนในชีวิตของชาวบ้าน เช่น ทางด้านกระบวนการเชิงพฤติกรรมสุขภาพของชาวบ้าน ก็จะเข้าใจถึงแบบแผนการแสวงหาระบบสุขภาพและการบริโภคยาของชาวบ้านในลักษณะนี้ได้มากขึ้นว่า อาจไม่ใช้มิติการขาดการแสวงหาความรู้และขาดความตระหนักต่อผลกระทบต่อสุขภาพ อย่างที่สังคมทั่วไปมองอย่างผิวเผิน ซึ่งนำไปสู่การเน้นให้ความรู้ทางสุขภาพแต่ขาดการสร้างระบบสังคมและขาดการสร้างศักยภาพการจัดการตนเองของชุมชนให้เหมาะสมกับองค์รวมของปัญหา เท่านั้น ดังนี้เป็นต้น


ข้าวที่ปลูกเมื่อ ๓-๔ เดือนที่ผ่านมานี้ผมยังไม่ได้ปลูกเอง ต้องอาศัยต้นกล้าและขอแรงชาวบ้านที่ทำนาติดกันให้แบ่งกล้ามาดำให้แล้วก็ให้ค่าตอบแทนซึ่งเล็กน้อยจนเหมือนทำให้แก่ผมอย่างเป็นน้ำใจให้กันเสียมากกว่า ผมคอยดูแลน้ำ ไขน้ำเข้านา แล้วก็คอยตัดหญ้าตามคันนา ตัดให้ทั้งบนคันนาของผมและของชาวบ้านที่นาติดกัน ชาวบ้าน ๓-๔ คนพากันมาโยนกล้าลงในนาแล้วก็ดำช่วยกันแผล็บเดียว ดูเหมือนจะไม่ถึง ๒ ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว 



นาของชาวนาทางเหนือจะมีระบบฝายทดน้ำ ปล่อยน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงในนาอยู่ตลอดเวลานับแต่ดำนา นาแต่ละแปลงจะมีระดับสูงต่ำไม่เท่ากัน นาผืนที่สูงกว่าจะทดน้ำเข้าไปก่อน จากนั้นจึงจะทดน้ำลดหลั่นไปสู่นาแปลงที่อยู่ต่ำลงไป กระทั่งข้าวออกรวงและแก่พร้อมเกี่ยวแล้วจึงจะเริ่มหยุดทดน้ำเข้านา 


นาข้าวเพียง ๑ งานนั้นนับว่าน้อยมาก แต่เมื่อทางแม่และพ่อของภรรยาผมรู้ว่าผมจะเกี่ยวข้าวเองก็พากันแอบมาเกี่ยวไปก่อนกว่าครึ่งหนึ่ง คงเกรงว่าผมจะสลบแดดอยู่กลางนาระหว่างเกี่ยวข้าว เลยเหลือสำหรับที่ผมจะเกี่ยวเองสักไม่ถึง ๒๐ ตารางวา ผมไม่เคยเกี่ยวข้าวแบบวิธีของคนทางเหนือเลย ได้แต่หมั่นเดินไปดูชาวนาที่ทำนาแปลงหน้าบ้านของผมอยู่เป็นประจำ ลองจดจำแล้วก็ซ้อมในใจดูจนพอจะมองภาพออกและคิดว่าไม่น่าจะยาก 


พอเริ่มเกี่ยวดูจริงๆแล้วก็พบว่านอกจากไม่ยากแล้ว ก็ได้รู้ว่าเป็นวิธีเกี่ยวข้าวที่ง่ายมาก ง่ายกว่าวิธีแบบภาคกลางและแถวบ้านผมเสียอีก ผมเกี่ยวไปก็รู้สึกประหลาดใจ แต่เดิมนั้น ผมยืนมองดูชาวบ้านเกี่ยวก็ให้รู้สึกยุ่งยากแทน เพราะจินตนาการไปว่าต้นข้าวที่ไม่ได้นาบให้เอนและลู่ไปในแนวเดียวกันนั้นน่าจะทำให้เกี่ยวลำบาก ต่อเมื่อได้เกี่ยวเองจึงได้ประจักษ์แจ้งว่าวิธีเกี่ยวข้าวแบบปล่อยให้ต้นตั้งตรงโดยไม่ต้องนาบนั้นทำให้เกี่ยวง่ายกว่าวิธีนาบให้เอนลงหลายอย่าง ข้าวที่นาบให้เอนลงนั้น เมื่อเกี่ยวจะต้องเดินเกี่ยวไปทางเดียวกับที่ข้าวเอนลงไป จะเดินย้อนไม่ได้ แต่วิธียืนเกี่ยวโดยไม่ต้องนาบต้นข้าวให้เอนลงนั้น จะเดินเข้าไปเกี่ยวข้าวจากด้านไหนก็ได้ หมุนรอบตัวได้หมดเลย 


ระหว่างที่เกี่ยวข้าวอยู่นั้น เมฆฝนก็ก่อตัว ขณะเดียวกัน ก็ได้รับโทรศัพท์จากนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ว่าจะนำเอาวิทยานิพนธ์ซึ่งได้แก้ไขหลังผมไปเป็นประธานสอบป้องกันให้แล้ว ไปส่งให้ผมที่บ้านเพื่อตรวจและเซ็นเอกสารเพื่อดำเนินการในขั้นต่อๆไปอีก ผมเดินขึ้นจากนาออกไปหน้าบ้าน นักศึกษาขับมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าผมกลับไปมาอยู่ไหวๆ ในมือก็ถือโทรศัพท์ถามทางผมอยู่นั่นแล้วแต่ไม่มองจ้องมาที่ผมซึ่งกำลังอยู่ในชุดเกี่ยวข้าวเลย 


เมื่อเขาขับรถย้อนกลับมาและจอดอยู่ตรงหน้าผมอีกครั้งเพื่อถามทางจึงได้บอกให้หันมาดูแล้วก็ต้องรีบบอกว่านี่แหละๆที่กำลังเห็นกันนี่แหละผมเอง เลยได้บรรยากาศชวนให้ครึกครื้นกันไปอีกแบบ 


ครอบครัวของผมยังเป็นสมาชิกใหม่ของชุมชนบ้านห้วยส้มจึงยังไม่คุ้นเคยพอที่จะเดินไปเอาแรงกับชาวบ้านรอบข้าง อีกทั้งยังไม่มีทักษะดีนัก หากไปขอแรงชาวบ้านมาช่วย เมื่อต้องใช้แรงคืนเห็นทีชาวบ้านที่มาเอาแรงคงจะต้องขาดทุนไปหลายเท่า เลยต้องเดินเกี่ยวคนเดียว แต่ก็ไม่หนักหนามากนัก เดินเกี่ยวสบายๆ  เพียงชั่วโมงกว่าก็เสร็จ ระหว่างที่เกี่ยวไปก็เหมือนได้ทำสมาธิ เจริญสติภาวนากำหนดรู้ไปกับอาการของการเกี่ยวข้าว บางครั้งก็เพลิดเพลินเลยทำงานความคิดในเรื่องต่างๆไปด้วย จึงเหมือนได้พักผ่อนและได้ตกผลึกความคิด ได้ความรื่นรมย์ใจและทำให้เกิดความคิดดีๆไปด้วยหลายอย่าง.