เรียนอาจารย์

เก็บข้าวกับแกระนี้สนุก ยืนเก็บเรียงหน้า ยิ่งเป็นนาออกปาก "ซอมือ"บางคน บางคู่ คุยกันเพลิน เดินเลยคันนาไปเก็บนาเจ้าอื่นก็เคยมี เล่ากันสนุกๆ

 

แล้วข้าวที่ได้ก็ทำเป็นเรียง(หนึ่งเรียงก็หนึ่งกำมืออ้าของคนที่เก็บรวบคอต้นข้าวไว้แล้ว )ใช้ ซังมัด วางไว้บนคันนา พวกผู้ชายก็จะใช้ กะเฌอ มาใส่คนที่ชำนาญกะเฌอหนึ่งใส่ยี่สิบสามสิบกิโล ใช้สาแหรกใช้ไม้คานหาบขึ้นลอม

ทางใต้เรียกว่าลอมข้าวว่า เรือนข้าว มีนิทานเล่ายาวมากๆ เรื่องข้าว วันหลังจะเล่าในบันทึกให้ฟัง การเตรียมพร้อมของทำนาตอนข้าวไกล้สุก

ผู้หญิงก็จะชวนกันเข้าป่าไปใบเตย เพื่อมาสานกะเฌอ ไว้ใส่ข้าว เป็นภูมิปัญญาในการเลือกเตยแล้วนำใบเตยมาทำเป็นกรรมวิธีหลายขั้นตอน เป็นทั้งศิลปและศาสตร์ที่สุขในการทำ

ส่วนพวกผู้ชายก็เข้าไปหาหวาย ทำสาแหรก หาไม้ทำไม้คาน พวกเกียจคร้านไม่เอาไหนใช้ไม้ใผ่ทำไม้คาน ส่วนพวกที่มีฝีมือเขาจะเลือกไม้ หรือปลีกไม้ที่หลงเหลือจากการเลื่อย ซีกโตๆ เอามาถากยิ่งได้ไม้นากบุตร ยิ่งโดนใจ พิถีพิถันในการทำไม้คานมาก ตรงปลายไม้คานจะเจาะรู เหลาไม้กลมๆใส่ไว้ทั้งสองข้าง ใส่ปลายปลาย ซาแหรกไม่ให้ขยับเวลาหาบข้าว

แล้วเวลาเอาข้าวไปเก็บบนลอมนี้ ก่อนเอาขึ้นลอม ต้องนวดแล้วสีข้าวใหม่ทำบุญก่อน หากเป็นชาวพุทธก็เอาข้าวใหม่ใส่บาตรก่อน เป็นการแบ่งปันที่สุขยิ่ง

 มีปริศนาคำทายว่า  อะไรเอ่ย  สุกแดง กินไม่ได้  สุกไหม้กิน แต่สุกสองที กินอร่อยกว่า (สุกสองทีคือข้าวสุกในนาแล้วมาสุกในหม้อ 

อะไรเอ่ย "หนุ่มสาวแต่งงานเดือนเก้า  ลูกเข้า (ข้าว)ท้องเดือนไหน ลูกข้าวคือข้าวที่ตกหล่นในนาแตกหน่อแตกกอถ้าวัวควายไม่ทำลายก็จะได้เก็บอีกรอบ แต่จะเก็บไว้ให้เป็ดไก่ เพราะเป็นข้าวไม่เต็มเม็ด

ด้วยความขอบคุณที่ได้แลกเปลี่ยนความเป็นพื้นถิ่น