สวัสดีครับ KRUDALA ครับ

คุณครูดาหลาเห็นเคียวแบบโค้งน่ากลัวของแถวภาคกลางแล้วคิดว่าจะเกี่ยวข้าวถนัดได้อย่างไรนี่ ก็คิดเหมือนผมเมื่อแรกที่ได้เห็นเคียวของทางเหนือซึ่งเล็กกระจิริด แถมไม่โง้งอีกต่างหากว่า ชาวบ้านจะใช้เคียวอย่างนั้นเกี่ยวข้าวได้อย่างไร หากไม่ได้ลองสัมผัสและเรียนรู้จากกระบวนการปฏิบัติแล้วละก็ จะไม่รู้เลยว่าทุกเรื่องที่มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆต่างกันนั้น มันต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆถึงจะเหมาะ 

อย่างตอนแรกที่เห็นทางเหนือยืนเกี่ยวข้าวโดยไม่ได้นาบข้าวให้เอนนั้น ผมยังนึกอยู่เลยว่าทำไมไม่ยอมเหนื่อยโดยนาบข้าวให้ลู่ไปทางเดียวให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยเกี่ยวสบายๆ พอไปดูรายละเอียดในกระบวนการทำนาถึงได้เห็นเหตุผลและภูมิปัญญาที่ผูกติดอยู่กับระบบนิเวศในถิ่นฐานต่างๆ คือทางเหนือทำนาที่ดอน ใช้ฝายทดน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวพอให้มีน้ำท่วมดินไม่ให้หญ้าขึ้นมาแข่งกับต้นข้าว ต้นข้าวเลยไม่สูงมาก ใบก็ไม่มาก

ส่วนนาทางภาคกลางนั้น มักเป็นนาในที่ลุ่ม เมื่อถึงหน้าน้ำหลากก็จะมีน้ำเจิ่งนอง ท่วมเป็นระยะเวลาหนึ่ง ข้าวที่ใช้จึงเป็นชนิดปลูกดำในน้ำที่ลึกได้มากกว่าทางเหนือ ลำต้นและกอข้าวเลยสูง เมื่อออกรวงและแก่ พร้อมกับน้ำลด หากไม่นาบให้ลำต้นเอนราบไปกับผืนดิน น้ำหนักรวงซึ่งโน้มลง ในขณะที่ลำต้นเล็กๆก็ยาวและกำลังจะเริ่มแห้งกรอบ ก็จะหักเสียหาย วิธีนาบข้าวจึงไม่ใช่เหตุผลสำหรับการเกี่ยวในแนวราบ แต่เป็นเหตุผลสำหรับป้องกันความเสียหายจากคอข้าวหัก วิธีเกี่ยวและลักษณะของเคียว เป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตามมาทีหลังอีกทีหนึ่ง 

ความมีเหตุผลเฉพาะตนของวิถีชีวิตบนถิ่นฐานที่แตกต่างกันดังกล่าวนี้ หากมองดูเพียงภายนอก เมื่อก่อนนั้น ผมก็มักจะคิดว่าวิธีของชาวนาภาคกลางก้าวหน้าและดูเป็นผู้มีความพิถีพิถัน ละเอียดอ่อนกับการทำนามากกว่า ในขณะที่แอบมีอคติอยู่ลึกๆว่าความไม่รู้จักวิธีนาบข้าวแบบทางภาคใต้และภาคเหนือนั้น ออกจะเป็นวิธีที่มักง่ายและขี้เกียจเอาด้วยซ้ำ พอได้รู้จักและลองทำดูแล้ว ถึงได้ซาบซึ้งมากขึ้นว่าภูมิปัญญาเฉพาะตนอย่างที่เห็นของชาวบ้านนั้นลึกซึ้ง และวิธีอย่างอื่นที่ต่างบริบทกันจะนำมาใช้ทดแทนอย่างไรก็ได้ไม่ดีเท่าเลยทีเดียว ได้ทำแล้วก็ได้ความคิดดีๆไปด้วยครับ เหมือนกำลังได้จัดการศึกษาอบรมให้ตนเองไปในตัวอีกแบบหนึ่งเลยละครับ