ผ่านไป 6 วันแล้วสินะที่ไม่ได้เข้ามาบันทึกเรื่องราว อาการปวดตามกล้ามเนื้อหายไปแล้วหลังต้องทนกับอาการข้างเคียงใหม่นี้ที่เข้ามาให้รับรู้ ให้เห็นความเจ็บปวด ความทุกข์และเวทนาที่บางครั้งก็ตามทัน บางครั้งก็หลงไปกับมันด้วยความปวดเมื่อยตามร่างกาย

   พยายามจะไม่บอกภรรยาและลูกด้วยไม่อยากให้รับรู้มากนัก เกรงว่าพวกเขาจะรำคาญ เกรงพวกเขาจะว่าสำออย และอยากจะให้เห็นความเข้มแข็งของผู้นำครอบครัว

   ด้วยความปวดเมื่อยจึงต้องนอนพลิกตัวไปมาเกือบทั้งคืน กว่าจะหลับไปด้วยฤทธิ์ยาพารา หรืออาจจะด้วยความเพลียก็อาจเป็นได้ แต่จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ก็โชคดีที่นอนหลับได้ในคืนนั้น

   กลางวันต่อมา สังเกตุเห็นว่าความปวดจะหายไปเมื่อหากิจกรรมทำ ดูกีฬา พาเจ้าทอฟฟี่ไปเดินเล่น หรือแม้แต่ไปร่วมประชุมกรรมการหมู่บ้าน อาการปวดมันหายไปได้ในระหว่างนั้น

   แต่พอกลับมานั่งเฉยๆ อาการปวดมันก็กลับมาอีก ยิ่งสนใจเพ่งไปที่มันก็ดูเหมือนจะยิ่งปวดมากขึ้น เดี๋ยวตรงด้านหลัง หัวไหล่ ขา ลามไปทุกที่ จนต้องลุกเดินไปมาเพื่อให้อาการนั้นมันหายปวด

   ความหงุดหงิดของใจยิ่งไม่ต้องถามถึง มันคอยจะเข้ามาซ้ำเติมเสมอเมื่อเริ่มจะตามไม่ทัน ความน้อยเนื้อต่ำใจในโชควาสนาก็จะมาเป็นเพื่อนเข้ามาอีก

   "ต้องอดทนหน่อยนะ สองสามเดือนนี้อาจจะต้องทนกับหลายอาการหน่อย" นึกถึงคำพูดของหมอเมื่อคราที่พบล่าสุด

   ใช่สิ เราต้องอดทน นอกจากอดทนแล้วยังต้องตามมันให้ทันด้วย

   พรุงนี้ต้องฉีดยาอีกแล้วสิ วันศุกร์เป็นวันที่ไม่อยากจะให้มี เป็นวันที่ทำให้ใจหนึ่งสู้ อีกใจหนึ่งก็ขยาดกลัวในเวทนาที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น

   แต่ ถึงยังไง ก็ต้องผจญกับมันไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  ผจญไปกับมันอย่างรู้ตัวให้ได้

  ต้องก้าวข้ามให้ได้

   ด้วยการที่จะไม่สนใจในเวทนานั้น หากิจกรรมอื่นทำ เพื่อจะลืมและข้ามมันไปเสียให้ได้

   จะพยายาม.....