คนไกลบ้าน


เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ฉันนั้นเห็นแต่ภาพเธอ อยู่ไกลกันจนสุดสายตา 
รอคอยวันที่จะกลับมาหา ถึงแม้มันจะแสนนาน แสนนานแค่ไหน 

อยากจะขอให้ได้พบ แค่เพียงขอให้ได้พบ อยากจะรู้ว่าเธอเองเป็นเช่นไร 
เธอจะคิดถึงฉันหรือเปล่า เธอจะเหงาบ้างหรือเปล่า จะรู้สึกแตกต่างกับฉันบ้างไหม 

(เพราะว่าเรา)ห่าง ไกลกันเหลือเกิน 
คิดถึงแต่เธอนั้น เฝ้าแต่นับให้ถึงวันที่เรานั้นได้พบกัน 
เราช่างห่าง ไกลกันเหลือเกิน ฉันเองก็ไม่รู้ เมื่อไรจะได้พบ(เธอ) 

เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ฉันนั้นได้แต่ถอนใจ น้ำตาก็ไหลซึมออกมา 
เราไกลกันอยู่คนละฟากฟ้า ไม่รู้จะอีกนานไหม และฉันเองก็จะคอย....



คนที่อยู่ไกลบ้านและมีคนรออยู่ด้านหลังคงคุ้นเคยเสียงเพลงเพลงนี้เป็นอย่างดี เพลงห่างไกลเหลือเกินของคุณบอย โกสิยพงษ์ ฉันเองมีเพลงนี้เป็นเพื่อนมานานแสนนาน เคยยิ้ม เคยร้องไห้ กับเพลงเพลงนี้มานับครั้งไม่ถ้วน และฉันก็เชื่อว่าคงจะมีผู้คนอีกหลายแสนล้านคนที่รู้สึกคล้ายกับฉัน..

ในขณะที่เมืองไทยเรามีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในบ้านเรามากขึ้น และกำลังเป็นที่นิยมทั้งนายจ้างและลูกจ้างเพราะความต้องการที่ตรงกัน และการขาดแรงงานเฉพาะทางที่หาไม่ได้ง่ายนักจากคนในท้องที่ ในเมืองสิงโตที่ฉันมาอาศัยอยู่ก็เผชิญสถานการณ์ที่คล้ายกันและอาจเป็นมากกว่าในเมืองไทยด้วยซ้ำ เพราะหนึ่งในห้าถึงหนึ่งในสี่นั้นเป็นคนต่างชาติ ในจำนวนประชากรของสิงคโปร์ประมาณห้าล้านกว่าคน จะพบว่าหนึ่งล้านกว่าคนไม่ใช่คนที่ถือสัญชาติสิงคโปร์ ดังนั้นจึงเป็นเหตุการณ์ปกติที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะพบคนต่างชาติมากมาย การเรียนรู้ที่จะต้องอยู่กับคนต่างสัญชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา จนบางครั้งฉันก็ลืมมองข้ามความต่างนั้นไปเสียสนิทเพียงรู้ดีว่าเราต่างอาศัยอยู่บนเรือที่กำลังแล่นไปสู่จุดหมายเดียวกันแม้คนบนเรือจะมีความคิดที่ต่างกันออกไป

ในบางบ้านตื่นมาตอนเช้าจะเจอคนรับใช้ที่อาจมาจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์หรือไม่ก็พม่า พอเดินออกจากบ้านก็จะพบคนทำความสะอาดถนนหนทาง ตึกอาคารที่อยู่ซึ่งอาจเป็นคนงานบังคลาเทศ ออกไปซื้อกาแฟหรือทานอาหารเช้าที่ฟู้ดเซ็นเตอร์จะพบคนขายอาหารหรือพนักงานเก็บกวาดเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ พอไปถึงที่ทำงานอาจพบเพื่อนร่วมงานจากทุกมุมโลก สำหรับบางคนอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตก็เป็นคนต่างชาติไปแล้ว ;)

ในความเป็นปกติธรรมดานั้น..เท่าที่ได้สัมผัสผู้คนในท้องที่ในฐานะเจ้าบ้าน พวกเขาก็รู้สึกหวั่นไหวกับสิ่งที่เป็นอยู่เช่นกัน เมื่อความมั่นคงในหน้าที่การงานหรือความปลอดภัยในชีวิต ในทรัพย์สินและในสังคมดูเหมือนจะถูกริดรอนจากคนไกลบ้านทั้งหลาย...ความหวาดหวั่นนั้นจึงเกิดขึ้นเป็นธรรมดา 

ในภาพรวมรัฐบาลจึงมีมาตรการหลากหลายออกมาเพื่อที่จะพยายามรักษาสมดุลของสังคมเอาไว้เช่นลดจำนวนใบอนุญาตการจ้างคนงานต่างชาติ การส่งเสริมให้คนในพื้นที่พัฒนาความรู้ความสามารถให้มากขึ้นให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด มีการจัดหางานให้คนในท้องถิ่นที่ว่างงานได้งานทำมากขึ้นและมีอัตราส่วนคนว่างงานที่ลดลง (ขณะนี้อัตราส่วนคนว่างงานตามสถิติอยู่ที่ประมาณ 2%) ส่งเสริมการจ้างแรงงานในผู้สูงวัยให้ทำงานต่อได้แม้จะเกษียณอายุการทำงานแล้วก็ตาม ในท้องที่ที่มีคนงานต่างชาติอาศัยอยู่มากก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกเดินตระเวรตรวจอย่างไม่ขาดสายเพื่อสร้างความมั่นใจให้คนในพื้นที่ ฯลฯ และสิ่งเหล่านี้ผู้คนในท้องที่สามารถเห็นและสัมผัสได้ด้วยตนเอง

การมีอิสรภาพทางกายและทางสังคมจะเป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดการพัฒนาทางด้านอิสรภาพทางอารมณ์และจิตวิญญาณซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญของคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว....รัฐบาลของประเทศนี้จึงต้องพยายามทำให้คนในท้องถิ่นรู้สึกมั่นคงในสังคมโดยไม่ให้ผู้คนรู้สึกว่าถูกคุกคามจากแรงงานต่างชาติมากเกินไปและในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามดึงดูดให้มีผู้เชี่ยวชาญและแรงงานที่จำเป็นมาจากต่างชาติเพื่อใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง...เป็นความสมดุลที่จะทำให้เกิดได้ไม่ง่ายนัก

ในภาพย่อยฉันคิดว่าผู้คนโดยทั่วไปที่นี่เปิดกว้างรับความต่างของพื้นเพได้ดีมากพอสมควรแม้จะยังมีความหวาดหวั่นที่ได้กล่าวถึง และจากประสบการณ์ในการทำงานไม่ว่าจะเป็นแรงงานจากคนในท้องถิ่นหรือคนต่างชาติหากตั้งใจทำงานด้วยความรู้ความสามารถ ด้วยความสุจริตและใช้อิทธิบาทสี่เป็นแนวทางในการทำงานต่างก็ได้รับการตอบรับโดยดีจากองค์กรที่ทำงานอยู่ 

จากความต่างจากชิ้นเล็กชิ้นน้อยของจิ๊กซอว์ ก็ยังสามารถปะติดปะต่อให้เป็นภาพภาพที่งดงามได้ เพราะแต่ละชิ้นแม้จะมีเอกลักษณ์ของตน แต่ก็ไม่อาจเป็นภาพที่สมบูรณ์ด้วยตัวเองได้  การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของคนหลากวัฒนธรรมมองไปอาจกลายเป็นจุดเด่นของเมืองนี้ไปโดยปริยาย 

กว่าครึ่งชีวิตที่ฉันใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเมืองของตนเอง ถึงแม้จะคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตของคนไกลบ้านเป็นอย่างดี ฉันก็ยังตระหนักเสมอว่าที่ที่อยู่ไม่ใช่บ้านเรา ถึงจะไม่ได้เป็นคนเด่นคนดีอะไรมากมาย อาจไม่มีคนที่รู้จักมากหลาย เป็น Nobody อยู่ในเมืองใหญ่ และไม่คิดจะเป็น Somebody ของใครๆ ฉันพยายามเสมอที่จะไม่ทำตนให้เป็นที่เดือดร้อนของสังคมที่ฉันไปอยู่ เพียงทำหน้าที่ที่พึงกระทำของตัวเองให้ดีที่สุดก็เท่านั้น ดังที่ Johann Wolfgang von Goethe เคยกล่าวเอาไว้ว่า "Let everyone sweep in front of his own door, and the whole world will be clean.” - "หากเพียงเราทุกคนจะเก็บกวาดแต่เพียงบ้านของเราให้สะอาด โลกทั้งโลกก็จะสะอาดขึ้น"

นั่นแหละหน้าที่ที่ฉันพยายามทำ...อย่างน้อยเจ้าบ้านก็จะได้ไม่ลำบากใจมากไปกว่าที่เป็นที่จะต้อนรับ


เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ฉันนั้นเห็นแต่ภาพเธอ อยู่ไกลกันจนสุดสายตา รอคอยวันที่จะกลับมาหา ถึงแม้มันจะแสนนาน แสนนานแค่ไหน.......เสียงเพลงนั้นยังคงก้องอยู่ในความทรงจำของคนไกลบ้าน..ที่อยากบอกให้เจ้าบ้านรู้ว่าไม่มีใครอยากให้มีคนรอหรอก ต่างก็อยากอยู่ใกล้คนที่เรารัก...แวดล้อมด้วยความอบอุ่นทั้งนั้น....


 

เป็นกำลังใจให้คนไกลบ้านและคนรอทุกคนค่ะ



นำภาพเมืองสิงโตที่ฉันอาศัยอยู่มาฝากค่ะ ภาพชุดนี้ถ่ายจาก The Marina Bay Sands Hotel and Casino...

 

...

...

...

...

...

...

...

 

ด้วยความนอบน้อม,


ปริม ทัดบุปผา
๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๕

 

ห่างไกลเหลือเกิน - บอย โกสิยพงษ์

http://www.youtube.com/watch?v=MbWA0um3YZg

คำสำคัญ (Tags): #singapore#คนไกลบ้าน
หมายเลขบันทึก: 506131เขียนเมื่อ 18 ตุลาคม 2012 22:56 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 ตุลาคม 2012 11:59 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (25)

....................................................................................

มองดูดวงดาวก็คงเป็นดาวดวงเดียวกัน
มองดูดวงจันทร์ก็เหมือนกับจันทร์ที่บ้านเรา
ยามนี้ฉันเหงา คิดถึงบ้าน
มองดูท้องฟ้าก็ยังเป็นฟ้าพื้นเดียวกัน
มองดูดวงตะวันก็ยังส่องแสงไปบ้านฉัน
ยามฟ้ามืดครึ้ม คิดถึงบ้าน

....................................................................................

เชียงใหม่รอใครกลับ
ทุกวันนับถึงคนนั้น
ว่ายเวียนไหลตามวัน
คิดถึงฉัน ... บ้านของเธอ

....................................................................................

 


ไกลบ้าน บ้านไกล - คิดเหมือนกันเลยครับน้องปริม

คุณไม่คลิกฟังเพลงนี้แล้วจะเสียใจ เพราะถึงคุณจะเสียเงินไปฟังคอนเสิร์ตของชรินทร์ก็จะไม่มีตอนนี้

 

สำหรับคนร่วมสมัย ได้ฟังเพลงของชรินทร์แล้วส่วนมากจะเป็นเพลงเศร้าๆ

ผมเคยฟังเพลงท่าฉลอมตอนเป็นเด็กๆ  เพลงที่ฟังแล้วสดชื่นก็น่าจะเป็นเพลงคู่เสียมากกว่า

ตอนผมกลับเมืองไทย ถามพี่ชายว่าในรถทำไมเปิดแต่เพลงคนรุ่นใหม่ ไม่มีเพลงเก่าๆเลย  

พี่ชายตอบว่าจะไปฟังมันทำไมเพลงเก่าๆให้มันเศร้าไปเสียเปล่า ฟังเพลงรุ่นใหม่แล้วใจมันครึกครื้นดี เราอยู่กับปัจจุบันมิใช่หรือ

ถ้าจะถามว่าทำไมจะชื่อ คนบ้านไกล ก็น่าจะเป็นเพราะเพลงไกลบ้านเพลงนี้แหล่ะครับ

สมัยก่อนเวลาแม่ขายของ มักจะถามลูกค้าว่า เอ็งเป็นคนบ้านเหนือหรือคนบ้านใต้

ถ้าผมตอบคำถามของแม่ ก็จะต้องเป็นคนบ้านเหนือ

เพราะอเมริกานี้มันอยู่เหนือกว่าเชียงใหม่ ก็ราวๆประเทศจีน

แต่ถึงจะเป็นคนบ้านเหนือก็ยังไม่เหนือพอ เลยใช้ชื่อว่าคนบ้านไกล

ได้ทั้งเหนือและได้ทั้งเพลงไกลบ้านด้วยครับ

 

 

 

สวัสดีค่ะพี่หมอ ภูสุภา

ดีใจกับพี่หมอด้วยค่ะจะได้กลับบ้านเร็วๆ นี้ จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกอีกทีค่ะ

รอคอยวันนั้นช่วยพี่หมอนะคะ ตื่นเต้นๆๆๆๆๆๆๆ

;-)

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ Wasawat Deemarn

เพลงของอาจารย์ฟังแล้วยิ่งกึ๊ดเติงหาบ้านค่ะ....

เดี๋ยวคงต้องวางแผนลากลับบ้านบ้างแล้ว.....

ขอบคุณมากค่ะ

ฝันดีค่ะ...คืนนี้

สวัสดีค่ะคุณตะวันดิน

สวยงามอีกแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

ภาพนี้ถ่ายจากในเมืองต้องการสะท้อนให้เห็นตึกรามบ้านช่องโดยรอบค่ะ แม้ในสระบัวก็ยังมีป่าคอนกรีต นี่แหละค่ะ 80% ของสิงคโปร์....

คิดถึงเช่นกันค่ะ ฝันดีนะคะ

:-)

สวัสดีค่ะคุณพี่คนบ้านไกล

ตอนนี้เลยรู้ที่มาของนามแฝงที่ใช้แล้วค่ะ เพราะเพลงเพลงนี้นี่เอง ฟังยามดึกๆ แบบนี้เพราะมากมายค่ะ

เดี๋ยวปลายปีคุณพี่ก็จะกลับเมืองไทยใช่ไหมคะ อีกไม่นานแล้วค่ะ แต่ไม่รู้พอกลับเมืองไทยจะคิดถึงบ้านที่อเมริกาไหมคะเนี่ย

ปริมเองก็เป็นแบบนี้ค่ะอยู่ที่สิงคโปร์ก็คิดถึงเมืองไทย พอกลับเมืองไทยก็คิดถึงสิงคโปร์เพราะเลี้ยงแมวไว้สองตัวค่ะ เป็นห่วงเขาเวลาเราไม่อยู่บ้าน คิดถึงเขาด้วย บ้านจึงไม่ใช้แค่บ้านแต่เป็นสิ่งมีชีวิตและคนในบ้าน Home is where the heart is...

ขอบคุณค่ะ

มีความสุขในวันดีดีวันนี้นะคะคุณพี่

ป.ล. ความรู้สึกของคนไกลบ้าน

กับคนเฝ้าบ้าน...สองหลัง...รอคน...

ความต่าง...ในความเหมือนกันไม่น้อยนะคะ

ขอให้คุณปริมฝันดี มีสระบัวกลางท้องทุ่งนา

สลับฉาก..ป่าคอนกรีต...ในสระบัวนะคะ

 

สวัสดีรอบดึกค่ะคุณตะวันดิน

ความจริงระหว่างคนไปกับคนรอ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาปริมเป็นคนไปค่ะ และปล่อยให้คนอื่นรอ อิอิอิ

เลยไม่ค่อยได้รู้สึกถึงหัวอกคนรอสักเท่าไหร่ แต่รู้ว่าตัวเองที่ผ่านมาเป็นคนที่มีความอดทนสั้น เลยคิดว่าคนไปน่าจะรู้สึกดีกว่าคนรอ แม้จะคิดถึงเหมือนกันแต่ความรู้สึกคงไม่เหมือนกันนัก คุณตะวันดินว่าไหมคะ

แต่ตอนนี้ปริมคิดว่าตัวเองน่าจะรอเก่งขึ้นเพราะวัยที่มากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ อืม...ถ้าได้รอใครนานๆ จะมาเล่าให้ฟังค่ะ ;)

บัวในท้องทุ่งคงจะสวยงามกว่าบัวในสระในเมืองค่ะ

ฝันดีค่ะ

พูดถึง ไกลบ้าน

ผมไม่เคยจากบ้านไปไหน นานนาน

บางครั้ง จากบ้าน ๓ - ๔ วัน ก็คิดถึงบ้านแล้ว

ยอมรับ ติดบ้าน จริงๆ

และคิดว่า บ้าน มีจิตวิญญาณ ให้เรารักและเป็นห่วง

บ้านหลังใหญ่ คือ ประเทศไทย

คนไทย ที่อยู่ต่างประเทศ คงมีความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่นัก

ส่งกำลังแรงใจมาให้คนไกลบ้านที่ไม่ไกล....

กำเดียวก่ได้กั๋บแล้วเจ้า

บ้านอยู่ที่เราคิด บ้านเป็นนิตย์ที่เราคิดถึง บ้านแห่งความทรงจำ

ต้นเดือนพฤศจิกายนจะไปแอ่วเชียงใหม่อีกแล้วนะคะคุณปริม

อ่านแล้วรู้สึกเศร้าจังค่ะ .. คนอยู่ไกลบ้านคงเหงาในบ่อยๆนะคะน้องปริม

แต่ยังไงก็ขอให้รับรู้ไว้ว่า.. ถึงน้องปริมจะเป็น Nobody อยู่ในเมืองใหญ่ แต่ไม่ใช่ใน G2K แน่นอนค่ะ

คุณพี่.. จะระลึกถึงคนไกลบ้าน เสมอนะคะ

  • อ่านแล้วนึกถึงบทเพลง...พลัดที่พึ่งที่พิงทิ้งที่พำนัก ไกลที่รักพักพาจะอาศัย....
  • ไกลบ้านเพราะบ้านไกล   ดีกว่าอยู่ใกล้แล้วรู้สึกว่าไกลนะครับ 
  • ผมคิดว่าอย่างนั้น..."เจ็บปวดมากกว่า"
  • ขอบคุณบทความดีๆ และภาพสวยๆ ครับ
  • ปณิธิ ภูศรีเทศ

* อยู่ที่ใด ไม่สุขใจเท่าบ้านของเรานะคะ..

* ที่เมืองไทย ในช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรือง คนท้องถิ่นมักเลือกงาน คนต่างถิ่นจึงเข้ามาทดแทนงานที่ไม่ถูกเลือกค่ะ

 

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ชยันต์

บ้านคือที่ที่หัวใจเราอยู่รวมกันค่ะ ไม่ใช่เป็นเพียงอิฐ ปูน ไม้ ที่ก่อสร้างรวมกันเท่านั้น

ที่เราคิดถึงคงไม่ใช่แค่เพียงตัวบ้านแต่คือคนในบ้านด้วยค่ะ ญาติมิตรพี่น้องก็รวมเป็นหนึ่งในความระลึกถึงเช่นกัน

ท่านอาจารย์คงได้พักบ้างในช่วงปิดเทอมนี้นะคะ

สวัสดีเจ้าคุณครู krugui,

ยิ๊นดีนักๆ สำหรับแฮงใจ๋เจ้า ปี๋นี้บ่ได้ปิ๊กบ้านเจื่อเหมือนปี๋แล้ว กำเดียวรอหน้าหนาวแต๊ๆ ก้อยปิ๊กเจ้า

:)))

สวัสดีสายวันเสาร์ค่ะคุณหมอ ธิรัมภา,

ดีจังเลยค่ะที่คุณหมอจะได้ขึ้นเชียงใหม่อีกครา คงได้ไปดื่มกาแฟร้านประทับใจอีกนะคะ

คุณหมอจะไปแอ่วเชียงดาวด้วยไหมคะ แอ่วให้สนุกนะคะ แอ่วเผื่อปริมด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณพี่ kunrapee,

ขอบคุณมากค่ะสำหรับความคิดถึงที่ส่งผ่าน ชุ่มชื่นหัวใจจังค่ะ ;)))

อืม...จะว่าเศร้าก็ไม่เชิงค่ะ ในความรู้สึกที่ว่าก็ยังปะปนไปด้วยความสุข ความตื่นเต้น ความเป็นอิสระด้วยค่ะ ยิ่งพออยู่ไปนานๆ ที่นี่ก็กลายเป็นบ้านที่หาความอุ่นใจได้เสมอค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

สุขสันต์สายวันเสาร์นะคะ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ปณิธิ

เห็นด้วยกับท่านอาจารย์ค่ะ ความรู้สึก homesick ก็ยังดีกว่า sick of home จริงๆ ค่ะ

ยังมีให้ได้คิดถึงดีกว่าเห็นแต่ไม่อยากคิดนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

สุขสันต์วันเสาร์แห่งชาติค่ะ ;)))

สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่

ที่สิงคโปร์ก็คล้ายกันค่ะ เพื่อนที่มาเที่ยวที่นี่ถามว่าทำไมตามฟู้ดเซ็นเตอร์จึงมีแต่คนต่างชาติและคนแก่ทำงาน งานทำความสะอาดก็เป็นหน้าที่ของคนต่างชาติ งานก่อสร้างก็เป็นฝีมือพี่น้องชาวไทยทั้งนั้น เพราะคนที่นี่ส่วนใหญ่ก็เลือกทำแต่งานออฟฟิสที่รายได้ดีค่ะ แรงงานอื่นๆจึงต้องจ้างชาวต่างชาติทำ แต่พอนานเข้าเมื่อเศรษฐกิจถดถอย มีการลดการจ้างงาน คนในท้องที่จึงตกงานมากขึ้นและด้วยเหตุผลหลายอย่างเขาจึงไม่อาจทำงานที่ต้องอาศัยแรงงานได้ แต่ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลงค่ะ...

ที่ไหนๆ ก็ไม่สุขใจเท่าบ้านาเราจริงด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะคุณพี่ใหญ่

สุขสันต์วันพักผ่อนนะคะ ;))

ขอบคุณกำลังใจที่ส่งผ่านถึงคนไกลบ้านจากบันทึกนี้นะคะ

ห่างไกลแต่ใจใกล้ ก็เป็นสุขได้ค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ

สุขสันต์วันดีดีอีกวันค่ะ

  • การไปอยู่ไกลบ้าน 
  • คือประสบการณ์ของชีวิตที่ดีที่สุด
  • จะกลับบ้านเมื่อไรจ๊ะ

สวัสดีค่ะคุณมะเดื่อ

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะในด้านประสบการณ์

ปริมคงไม่เป็นปริมอย่างทุกวันนี้หากไม่ใช่เพราะประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้ชีวิตต่างแดนมาเกือบยี่สิบปีค่ะ

คิดกันว่าจะลาหยุดงานในปลายปีค่ะ คงได้กลับบ้านค่ะ

ขอบคุณมากค่ะคุณมะเดื่อ

สุขสันต์วันเสาร์นะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี