เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ฉันนั้นเห็นแต่ภาพเธอ อยู่ไกลกันจนสุดสายตา 
รอคอยวันที่จะกลับมาหา ถึงแม้มันจะแสนนาน แสนนานแค่ไหน 

อยากจะขอให้ได้พบ แค่เพียงขอให้ได้พบ อยากจะรู้ว่าเธอเองเป็นเช่นไร 
เธอจะคิดถึงฉันหรือเปล่า เธอจะเหงาบ้างหรือเปล่า จะรู้สึกแตกต่างกับฉันบ้างไหม 

(เพราะว่าเรา)ห่าง ไกลกันเหลือเกิน 
คิดถึงแต่เธอนั้น เฝ้าแต่นับให้ถึงวันที่เรานั้นได้พบกัน 
เราช่างห่าง ไกลกันเหลือเกิน ฉันเองก็ไม่รู้ เมื่อไรจะได้พบ(เธอ) 

เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ฉันนั้นได้แต่ถอนใจ น้ำตาก็ไหลซึมออกมา 
เราไกลกันอยู่คนละฟากฟ้า ไม่รู้จะอีกนานไหม และฉันเองก็จะคอย....



คนที่อยู่ไกลบ้านและมีคนรออยู่ด้านหลังคงคุ้นเคยเสียงเพลงเพลงนี้เป็นอย่างดี เพลงห่างไกลเหลือเกินของคุณบอย โกสิยพงษ์ ฉันเองมีเพลงนี้เป็นเพื่อนมานานแสนนาน เคยยิ้ม เคยร้องไห้ กับเพลงเพลงนี้มานับครั้งไม่ถ้วน และฉันก็เชื่อว่าคงจะมีผู้คนอีกหลายแสนล้านคนที่รู้สึกคล้ายกับฉัน..

ในขณะที่เมืองไทยเรามีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในบ้านเรามากขึ้น และกำลังเป็นที่นิยมทั้งนายจ้างและลูกจ้างเพราะความต้องการที่ตรงกัน และการขาดแรงงานเฉพาะทางที่หาไม่ได้ง่ายนักจากคนในท้องที่ ในเมืองสิงโตที่ฉันมาอาศัยอยู่ก็เผชิญสถานการณ์ที่คล้ายกันและอาจเป็นมากกว่าในเมืองไทยด้วยซ้ำ เพราะหนึ่งในห้าถึงหนึ่งในสี่นั้นเป็นคนต่างชาติ ในจำนวนประชากรของสิงคโปร์ประมาณห้าล้านกว่าคน จะพบว่าหนึ่งล้านกว่าคนไม่ใช่คนที่ถือสัญชาติสิงคโปร์ ดังนั้นจึงเป็นเหตุการณ์ปกติที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะพบคนต่างชาติมากมาย การเรียนรู้ที่จะต้องอยู่กับคนต่างสัญชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา จนบางครั้งฉันก็ลืมมองข้ามความต่างนั้นไปเสียสนิทเพียงรู้ดีว่าเราต่างอาศัยอยู่บนเรือที่กำลังแล่นไปสู่จุดหมายเดียวกันแม้คนบนเรือจะมีความคิดที่ต่างกันออกไป

ในบางบ้านตื่นมาตอนเช้าจะเจอคนรับใช้ที่อาจมาจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์หรือไม่ก็พม่า พอเดินออกจากบ้านก็จะพบคนทำความสะอาดถนนหนทาง ตึกอาคารที่อยู่ซึ่งอาจเป็นคนงานบังคลาเทศ ออกไปซื้อกาแฟหรือทานอาหารเช้าที่ฟู้ดเซ็นเตอร์จะพบคนขายอาหารหรือพนักงานเก็บกวาดเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ พอไปถึงที่ทำงานอาจพบเพื่อนร่วมงานจากทุกมุมโลก สำหรับบางคนอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตก็เป็นคนต่างชาติไปแล้ว ;)

ในความเป็นปกติธรรมดานั้น..เท่าที่ได้สัมผัสผู้คนในท้องที่ในฐานะเจ้าบ้าน พวกเขาก็รู้สึกหวั่นไหวกับสิ่งที่เป็นอยู่เช่นกัน เมื่อความมั่นคงในหน้าที่การงานหรือความปลอดภัยในชีวิต ในทรัพย์สินและในสังคมดูเหมือนจะถูกริดรอนจากคนไกลบ้านทั้งหลาย...ความหวาดหวั่นนั้นจึงเกิดขึ้นเป็นธรรมดา 

ในภาพรวมรัฐบาลจึงมีมาตรการหลากหลายออกมาเพื่อที่จะพยายามรักษาสมดุลของสังคมเอาไว้เช่นลดจำนวนใบอนุญาตการจ้างคนงานต่างชาติ การส่งเสริมให้คนในพื้นที่พัฒนาความรู้ความสามารถให้มากขึ้นให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด มีการจัดหางานให้คนในท้องถิ่นที่ว่างงานได้งานทำมากขึ้นและมีอัตราส่วนคนว่างงานที่ลดลง (ขณะนี้อัตราส่วนคนว่างงานตามสถิติอยู่ที่ประมาณ 2%) ส่งเสริมการจ้างแรงงานในผู้สูงวัยให้ทำงานต่อได้แม้จะเกษียณอายุการทำงานแล้วก็ตาม ในท้องที่ที่มีคนงานต่างชาติอาศัยอยู่มากก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกเดินตระเวรตรวจอย่างไม่ขาดสายเพื่อสร้างความมั่นใจให้คนในพื้นที่ ฯลฯ และสิ่งเหล่านี้ผู้คนในท้องที่สามารถเห็นและสัมผัสได้ด้วยตนเอง

การมีอิสรภาพทางกายและทางสังคมจะเป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดการพัฒนาทางด้านอิสรภาพทางอารมณ์และจิตวิญญาณซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญของคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว....รัฐบาลของประเทศนี้จึงต้องพยายามทำให้คนในท้องถิ่นรู้สึกมั่นคงในสังคมโดยไม่ให้ผู้คนรู้สึกว่าถูกคุกคามจากแรงงานต่างชาติมากเกินไปและในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามดึงดูดให้มีผู้เชี่ยวชาญและแรงงานที่จำเป็นมาจากต่างชาติเพื่อใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง...เป็นความสมดุลที่จะทำให้เกิดได้ไม่ง่ายนัก

ในภาพย่อยฉันคิดว่าผู้คนโดยทั่วไปที่นี่เปิดกว้างรับความต่างของพื้นเพได้ดีมากพอสมควรแม้จะยังมีความหวาดหวั่นที่ได้กล่าวถึง และจากประสบการณ์ในการทำงานไม่ว่าจะเป็นแรงงานจากคนในท้องถิ่นหรือคนต่างชาติหากตั้งใจทำงานด้วยความรู้ความสามารถ ด้วยความสุจริตและใช้อิทธิบาทสี่เป็นแนวทางในการทำงานต่างก็ได้รับการตอบรับโดยดีจากองค์กรที่ทำงานอยู่ 

จากความต่างจากชิ้นเล็กชิ้นน้อยของจิ๊กซอว์ ก็ยังสามารถปะติดปะต่อให้เป็นภาพภาพที่งดงามได้ เพราะแต่ละชิ้นแม้จะมีเอกลักษณ์ของตน แต่ก็ไม่อาจเป็นภาพที่สมบูรณ์ด้วยตัวเองได้  การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของคนหลากวัฒนธรรมมองไปอาจกลายเป็นจุดเด่นของเมืองนี้ไปโดยปริยาย 

กว่าครึ่งชีวิตที่ฉันใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเมืองของตนเอง ถึงแม้จะคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตของคนไกลบ้านเป็นอย่างดี ฉันก็ยังตระหนักเสมอว่าที่ที่อยู่ไม่ใช่บ้านเรา ถึงจะไม่ได้เป็นคนเด่นคนดีอะไรมากมาย อาจไม่มีคนที่รู้จักมากหลาย เป็น Nobody อยู่ในเมืองใหญ่ และไม่คิดจะเป็น Somebody ของใครๆ ฉันพยายามเสมอที่จะไม่ทำตนให้เป็นที่เดือดร้อนของสังคมที่ฉันไปอยู่ เพียงทำหน้าที่ที่พึงกระทำของตัวเองให้ดีที่สุดก็เท่านั้น ดังที่ Johann Wolfgang von Goethe เคยกล่าวเอาไว้ว่า "Let everyone sweep in front of his own door, and the whole world will be clean.” - "หากเพียงเราทุกคนจะเก็บกวาดแต่เพียงบ้านของเราให้สะอาด โลกทั้งโลกก็จะสะอาดขึ้น"

นั่นแหละหน้าที่ที่ฉันพยายามทำ...อย่างน้อยเจ้าบ้านก็จะได้ไม่ลำบากใจมากไปกว่าที่เป็นที่จะต้อนรับ


เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ฉันนั้นเห็นแต่ภาพเธอ อยู่ไกลกันจนสุดสายตา รอคอยวันที่จะกลับมาหา ถึงแม้มันจะแสนนาน แสนนานแค่ไหน.......เสียงเพลงนั้นยังคงก้องอยู่ในความทรงจำของคนไกลบ้าน..ที่อยากบอกให้เจ้าบ้านรู้ว่าไม่มีใครอยากให้มีคนรอหรอก ต่างก็อยากอยู่ใกล้คนที่เรารัก...แวดล้อมด้วยความอบอุ่นทั้งนั้น....


 

เป็นกำลังใจให้คนไกลบ้านและคนรอทุกคนค่ะ



นำภาพเมืองสิงโตที่ฉันอาศัยอยู่มาฝากค่ะ ภาพชุดนี้ถ่ายจาก The Marina Bay Sands Hotel and Casino...

 

...

...

...

...

...

...

...

 

ด้วยความนอบน้อม,


ปริม ทัดบุปผา
๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๕

 

ห่างไกลเหลือเกิน - บอย โกสิยพงษ์

http://www.youtube.com/watch?v=MbWA0um3YZg