ทำเอาไว้จะได้ไม่เป็นภาระกับลูกหลาน

      สืบเนื่องจากพ่อบ้าน(หัวหน้าฝ่ายบริหาร) นายสำราญ  ทองศรีชุม  โรงพยาบาลปากยูน  มีคำสั่งให้ผู้เขียนส่งหนังสือไปเรียนเชิญ อีหม่ามมัสยิดทุกมัสยิดที่มีอยู่ในเขตอำเภอปากพะยูน จำนวน 16 แห่ง ไม่นับรวม บาลาซะฮ์ (สถานที่ทำการละหมาด) * ปัญหาที่ตามมาก็คือผู้เขียนจำชื่อมัสยิดและอีหม่ามแต่ละมัสยิดได้ไม่หมด  จึงจำเป็นต้องไปเรียนเชิญด้วยตนเอง  เพื่อให้อีหม่ามทั้ง 16 มัสยิด มากินดูหรี นูหรี* ในการลง ตาหนา*(เสาเอก) ในการสร้างอาคารที่ละหมาดให้กับโรงพยาบาลปากพะยูน ที่"มูลนิธิเพื่อความดี" แห่งประเทศกาตาร์ ให้งบประมาณมาสร้างจำนวนเงิน 667600 บาท   ผู้เขียนใช้  IT เป็นเครื่องมือ ถามจาก"กูเกิ้ล ถึงชื่อมัสยิดและอีหม่ามมัสยิด   ปรากฎว่าท่านกูตอบไม่ได้ ดังนั้น ท่าน"วอ" จึงคิดเขียนบันทึกชื่อมัสยิดไว้ เพื่อให้ได้ตามรอยสืบค้นกันต่อไป เหมือนกับการโฆษณาขายประกันของบริษัทหนึ่งที่พูดว่า

            "ทำไว้จะได้ไม่เป็นภาระกับลูกหลาน"

นี้คือที่มาของความคิดในการเขียนบันทึกนี้  เริ่มสตาทร์รถออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับ พขร. เวลา ราชการหลังพักกลางวัน มุ่งหน้าไปตำบลหารเทา ซึ่งมีมัสยิดอยู่ที่เดียวคือ

>.มัสยิดบ้านม่วงทวน หมู่ที่3 ตำบลหารเทา

มีอีหม่ามชื่อ นายดลหร่อหีม ฤทธิ์โต  นายรีเก็ต  ผันฝา เป็นคอเต็บ* นายหมัดเด็นแหละหมัน เป็นบิหลั่น

 ออกจากตำบลหารเทามุ่งหน้าสู่ตำบลฝาละมี  ณ.ตำบลนี้มีมัสยิดมากที่สุดในอำเภอปากพะยูน คือมีอยู่ 5 แห่ง

>. มัสยิด บ้านบางมวง  มีนายสุเทพ หมัดหมันเป็นอีหม่าม นายหมัด โต๊ะหนู เป็นคอเต็บ นาย ฮาน  หลับด้วง เป็นบิหลั่น

ผ่านมาห่างกันเล็กน้อย มัสยิดบางมวงบ้านนอกทุ่งชื่อ

มัสยิดอะหยาอิลอิสลาม นามโต๊ะอีหม่ามคือนาย จรูญ  หลับด้วง นาย ดนัย หลับด้วงเป็น คอเต็บ นายกาด หมัดโส๊ะ เป็นบิหลั่น

ผ่านจากบางมวงไป สู่บ้านหัวยาง เส้นทางถนนลูกรัง  นั่งหัวโยกหัวคลอนตลอดเส้นทาง  หัวยางเป็นมัสยิดเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในการเผยแพร่หลักธรรมให้กับมุสลิม๊ะ มีการสอนการเรียนให้กับผู้สูงวัยในเรื่องธรรมศาสนาอิสลาม

>.มัสยิดบ้านหัวยาง  โต๊ะอีหม่านาม นาย ประหยัด โต๊ะขวัญ นายอุหมาด  บิลสมัน เป็นคอเต็บ  นายดลระหมาน โต๊ะขวัญ เป็นบิหลั่น

 มุ่งหน้าต่อมาทางถนนดินแดงผ่านสวนยางสวนปาล์มข้ามมาถึงบ้านแหลมไก่ผู้ ที่ตำบลเดียวกัน

>.ทัสยิดบ้านแหลมไก่ผู้  โต๊ะอีหม่าม นามนาย เจะหรอมหลี ชอบงาม  นายดลกอหนี หมัดหมีน เป็น คอเต็บ นาย หวังนิ เหมมันเป็นบิหลั่น

ไกล้ๆกันในบ้านแหลมเหมือนกันคือมัสยิดบ้านหัวแหลมเสม็ดอ่อน

>.มัสยิดบ้านแหลมเสม็ดอ่อน    โต๊ะอีหม่าม นายอะหมัด เหมมัน นายนิรยา เจ๊ะหมะหนัน เป็นคอเต็บ  นาย นายกะหรีม บิลหมัดเป็น บิหลั่น  

ออกจากตำบลฝาละมีย้อนกลับเส้นทางปากพะยูนมุ่งหน้าสู่ตำบลเกาะหมาก มีมัสยิดมากถึง 5 แห่งเช่นกัน  ผ่านสะพานปากพะยูนเกาะหมาก เลี้ยวซ้ายไปบ้านช่องฟืน

มัสยิด นุรุลมุมีนมีนาย สมพงศ์ รอดรวยรื่น เป็นอีหม่าม  นายหวันกาด เกษตรกาลาม คอเต็บเสียชีวิตแล้วคนใหม่ยังไม่ได้เลือกตั้ง นาย หมัน รอดรวยรื่น เป็นบิหลั่น

 ผ่านมาเส้นทางเดียวกันในบ้านช่องฟืน

>.คือมัสยิด นุรุลดีน่า บ้านบ่อทึง โต๊ะอีหม่ามคือนาย สัน บิลยะแม  นายสวัสดิ์ หีมโต๊ะเตะ เป็นบิหลั่น นาย ดนเหลาะ หลีแจ้ เป็นบิหลั่น  

รถนำเดินหน้าเลี้ยวขวา ผ่านเส้นทางบ้านปากบาง สองข้างทางเป็นป่าพรุเสม็ดข่าว ที่ดำเป็นตอตะโก เพราะไฟเผา เอาพื้นที่ยกร่องทำสวนปาล์ม ผ่านบ้านปากบางไปสู่บ้านเกาะเสือ สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของเกาะหมาก

ป่าพรุที่มีไม้เสม็ดขึ้นตามธรรมชาติ บัดนี้ถูกเผาเพื่อเอาพื้นที่ปลูกปาล์ม

 

 >.มัสยิดบ้านเกาะเสือ นาย หมาน สาโส๊ะ  เป็นอีหม่าม นายอับดุลรอซัก สาแม เป็นคอเต็บ นาย หรูน สาโส๊ะเป็นบิหลั่น  

แล้วย้อยรอยถอยกลับเข้าสู่บ้านเกาะหมาก

>.มัสยิดริมถนนมัสยิดเกาะหมากบน นาย สีน โต๊ะเหล็ม เป็นอีหม่าม นาย ฮัน แหละหมันเป็นคอเต็บ นาย หมีด หมู่หมัด เป็นบิหลั่น

เลี้ยวซ้ายลงชายทะเล  

>.มัสยิดดารุสลามบ้านเกาะหมาก โต๊ะอีหม่าม  นายย้าฮับ หมัดสุข นายอุษมาน โต๊ะขุน เป็นคอเต็บ นาย หีม กูสัน เป็นบิหลั่น

รถวิ่งผ่านเส้นทางลัดไปออกข้างโรงเรียนมัธยมเกาะหมาก ผ่านสะพานปากเหล็ด ไปเกาะนางคำที่มีมัสยิดอยู่สองแห่ง

>. มัสยิด เกาะนางคำ อีหม่าม นายแสละ หีมหมัด  นายหละหริ หลำสุบ เป็น คอเต็บ นาย เหรน เอ็มเหย็บหนุด เป็นบิหลั่น

มุ่งหน้าต่อมาเกาะบ้านตีน

>.มัสยิดเกาะบ้านตีน  มีนาย สะฝีอี  แขกพงศ์ เป็นอีหม่าม นายยะกุบ โต๊ตะเป็นคอเต็บ นายหละหริ แอเหย็บ เป็นบิหลั่น  

ผ่านเลยมาสู่หมู่บ้านไทยพุทธ ท่าสังข์ บ่อนนท์ไม่ต้องวนกลับทางเดิมแต่ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ

                 "ในเมื่อสีทนได้ ลุงวอก็ทนได้ "

 

วนกลับมสู่ตำบลปากพะยูน มัสยิดในเขตเทศบาลปากพะยูนมี 3 แห่ง รถเลี้ยวไปสู่

>.มัสยิดยิด อันศอรุสสุนนะฮ์ มีนาย อิมรัน อามีนี เป็นอีหม่าม นาย จำรูญ เหมาะสง่า เป็นคอเต็บ นายหมัด สุทธิพันธ์เป็น บิหลั่น

 รถวิ่งวนเพราะถนนวันเวย์ในเขตเทศบาลมาถึงมัสยิดกลาง ประจำจังหวัดพัทลุง(มัสยิดกลางของจังหวัดพัทลุงตั้งอยู่ที่เทศบาลตำบลปากพะยูน)

>.มัสยิดกลาง  มีนาย สมัด หีมโต๊ะเตะ เป็นอีหม่ามและเป็นรองประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพัทลุงอีกตำแหน่ง นาย กะเส็ม หมัดบิลเฮด เป็นคอเต็บ นายหมัดเด็นแหละหมัน เป็นบิหลั่น

>.ผ่านมาถึงมัสยิดสุดท้าย มัสยิด นุรุดดีนหัวฝาด นายเจ๊ะหลี สุวรรณวงศ์ เป็นอีหม่าม นายหรมหมาน หลำสุบ เป็นคอเต็บ นายบารี อินหมัน เป็นบิหลั่น  

                                   (ข้อมูล ณ.วันที่ 15 ตุลาคม 2555) 

ใช้เวลาราชการไปจนหมดสิ้นภาระกิจยังไม่หมด  ต้องชดเชยเวลาราษฎร์  เป็นการอุทิศเวลาให้แก่ราชการ งานของรัฐ

บทเรียนที่ได้จากการเดินหนังสือด้วยตนเองของทางราชการไปให้กับผู้นำศาสนา คือการตอบรับที่มั่นเหมาะ รับปากอย่างแข็งขันทุกมัสยิด ทุกอีหม่าม  เขารู้สึกเป็นเกียรติที่คนของทางให้เกียรติไปเรียนเชิญถึงบ้านถึงแม้จะเป็นคนงานลูกจ้าง ชาวบ้านเขาเรียกคนที่ทำงานสาธารณสุขว่าหมอกันทั้งนั้น และเป็นการใช้ทุนทางสังคมของคนทางราชการ ทำงานเชิงรุกสร้างเครือข่ายกับผู้นำศาสนา งานสาธารณสุข การสร้างสุข ทำงานแล้วเป็นสุข กับผู้นำศานา จึงเป็น Happy Ba    Happy Society  

 

*บาลาซะฮ์ คืออะไร ต่างกับมัสยิดอย่างไร เพื่อนๆชาวพุทธมักถามคำถามนี้ จึงอธิบายความเปรีรยบเทียบระหว่างศาสนาพุทธ บาลาซะก็คล้ายกัย สำนักสงฆ์ที่ยังไมทำพิธีฝังลูกนิมิตรและขึ้นทะเบียนเป็นวัด ฉันได บาลาซะฮ์ก็คือสถานที่ละหมาดที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมัสยิดฉันนั้น

* ดูหรี หรือนูหรี คืองานเลี้ยงงานบุญอย่างไม่เป็ทางการ  

*ตาหนา คือการลงหลักปักฐานหมายบอกไว้

 

เส้นทางสู่ธรรมผู้สูงอายุบ้านหัวยาง