บันทึกนี้อยากเขียนขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจคนหน้างาน...ให้อดทน ให้ใช้สติและปัญญา นำพาตนด้วย "ศีลธรรม"

วันนี้ข้าพเจ้าทำหน้าที่ตรงจุด "ซักประวัติ"ก่อนส่งผู้ป่วยเข้าตรวจพบแพทย์... เนื่องจากว่าวันนี้เป็นวันที่ให้บริการคลินิกจิตเวช บางครั้งก็ทำหน้าที่อยู่จุดรับบัตร หรือบางครั้งก็อยู่จุดรับใบสั่งยา หรือบางครั้งก็อยู่หน้าที่ทั่วไป 

การทำงานในลักษณะนี้ก็สนุกไปอีกแบบ ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจและเข้าถึงความรู้สึกของคนทำงานประจำที่อยู่หน้างานอย่างแท้จริง ว่าหัวใจของเขาเกิดปรากฏการณ์อะไรขึ้นบ้าง แต่เมื่อนึกถึงเรื่อง Lean ก็ดูเหมือนสูญเปล่ากับความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา ... แต่ข้าพเจ้าก็จะมีทางออกให้กับตนเองเสมอ คือ ชดเชยด้วยการทำงานอื่นที่เป็นโอกาสใช้ความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมา เช่น งาน R2R และบทบาทของความเป็น R2R Facilitator หรือทำวิจัย

ปีนี้ย่างเข้าปีที่ ๗ ที่อีกไม่กี่เดือนข้าพเจ้าก็จะทำงานใช้ทุนที่ลาไปเรียนปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกหมดครบกำหนด ข้าพเจ้ากลับมาทำงานที่โรงพยาบาลยโสธรในปี พ.ศ.๒๕๔๘ พยายามทำงานทุกอย่างที่ได้ทำด้วยจิตใจที่นอบน้อม ไม่เกี่ยงงาน ทำสิ่งใดแล้วสามารถเกื้อกูลให้เพื่อนร่วมงานสบายใจได้ข้าพเจ้าไม่ลังเลที่จะทำเลย แต่นั่นก็ไม่ขัดต่อพื้นฐานของถูกต้องตามศีลธรรม

นำแนวคิดของหลวงตามหาบัวมาใช้คือ ไม่ใช้เงินหลวงอย่างไม่จำเป็น ดังนั้นข้าพเจ้าจึงมักเรียนรู้การทำงานต่างๆ ที่เป็นเชิงสร้างสรรค์โดยที่เราไม่ต้องเขียนโครงการ หรือไม่ต้องใช้เงิน แต่การทำงานลักษณะนี้ก็มักจะไม่ได้รับการยอมรับเท่าไร เพราะดูไม่เป็นทางการดูคล้ายเป็นงานจิตอาสา เจ้านายไม่ได้มีส่วนร่วมหรือไม่ได้รับรู้เห็นในงานที่ทำ แต่ลักษณะงานที่ข้าพเจ้าทำจะมีความต่อเนื่องในระยะเวลายาวนาน ดั่งเช่น งานไปช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่วัดป่าหนองไคร้ จนสามารถเขียนหนังสือคู่มือออกมาได้เล่มใหญ่ ... ศรัทธาการทำงานที่นี่เพราะเป็นการทำงานที่แท้ที่มุ่งเพื่อการแก้ไขและช่วยเหลือให้เด็กๆ และเยาวชนได้ละออกจากสิ่งเสพติด และสอนให้เขาเกิดวิธีคิดที่ถูกเพื่อนำไปสู่การดำรงอยู่ในสังคมแบบเดิมได้ โดยใช้"ศีลธรรม"

สิ่งหนึ่งที่ใช้เป็นกำลังใจในการเข้าไปทำงานนี้ คือ สัจจะ อันเป็นสัจจะที่ตั้งไว้เมื่อครั้งแรกที่ทางหน่วยงานเข้าไปจัดโครงการที่วัด และได้รับความเมตตาและความช่วยเหลืออย่างมากมายจากพระอาจารย์ต้อ จึงได้พากันตั้งจิตปาวารณาว่าจะช่วยเหลือท่านในภาระกิจที่ท่านเมตตาให้ช่วย และเมื่อวันหนึ่งหลวงปู่เอ่ยวาจาด้วยองค์ท่านเองว่า "ให้ช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านี้...อย่าหยุดทำ" ข้าพเจ้าก็ได้ก้มลงกราบแทบเท้าท่านรับในภาระกิจที่ท่านเมตตา ทำไปทำมามีอุปสรรคมากมาย ถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปทำเพราะไม่ใช่หน้าที่ ข้าพเจ้าก็เลี่ยงไม่ไปทำในวันราชการ  หรือหากว่าทำในวันราชการข้าพเจ้าก็จะใช้เวลาลากิจ เพื่อรักษาซึ่งสัจจะไว้อย่างสุดชีวิต พระสุปฏิปัณโณท่านเอ่ยวาจาด้วยองค์ท่านเองขนาดนี้ ... จะละออกซึ่งสัจจะได้อย่างไร

จากการทำงานดังกล่าวทำให้ข้าพเจ้าได้เกิดการเรียนรู้มากมายโดยเฉพาะการเติบโตภายในจิตวิญญาณ และขยายผลไปบ่มเพาะในเด็กๆ และเยาวชนที่อยู่ในหมู่บ้านที่ยังใสใสสะอาดอยู่ เปรียบเสมือนการให้วัคซีนใจวัคซีนชีวิตด้วยศีลธรรม ทำจนบารมีเต็มพอได้บวช และเด็กๆ ต้นกล้าทั้งหลายที่บ่มเพาะได้บวช บวชเนื่องด้วยพระรัตนตรัยลงใจ ไม่ใช้สะเดาะห์เคราะห์แก้บน หรืออกหักผิดหวัง หนีทุกข์ใดใดทั้งสิ้น 

หรือ...

แม้แต่การทำงาน R2R ที่ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน R2R ประเทศไทย ก็เป็นโอกาสอย่างมากมายที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมาตอบแทนคุณประเทศไทย แม้ยากลำบากก็ไม่เคยเกี่ยง สิ่งใดเป็นประโยชน์เป็นคุณค่าและข้าพเจ้าพอมีศักยภาพทำได้ ข้าพเจ้าไม่เคยปฏิเสธ ... หรือจะปฏิเสธก็ต่อเมื่อปัญหาอุปสรรคมันมากมายจึงต้องค่อยๆ คลาย...ให้เบาบางก่อน แต่ไม่ใช่ละทิ้งหรือหลีกหนี

วันนี้...ได้เข้าไปวัดดั่งเช่นทุกวัน... ได้สัมผัสถึงความเบิกบานอันผ่องใส

ข้าพเจ้ารู้สึกว่านี่คือ "โอกาสอันประเสริฐของชีวิต" ที่ได้รับได้เรียนรู้ และได้รับความเมตตาจากองค์หลวงปู่ที่นำพาและฉุดรั้งให้เกิดความเจริญในความเป็นมนุษย์...ที่มนุษย์คนหนึ่งพึงจะเจริญได้มากเท่าศักยภาพที่ได้สั่งสม

เมื่อย้อนมองกับไป...เส้นทาง พบว่า ไม่ได้มาอย่างง่ายดาย อาศัยความอดทนอันประเสริฐ พึ่งวิถีแห่งการสั่งสมบารมี๑๐ และฝึกฝนการเจริญสติและปัญญา...

นำธรรมนำวิถีชีวิต...ไม่เปิดโอกาสให้กิเลสนำหรือหากว่าเมื่อใดพลาดก็จะรีบแก้ไข

จากที่นั่งอยู่โต๊ะซักประวัติ ...

ทำให้ได้ย้อนกลับมาซักประวัติตนเอง...ซักในทัศนะที่เป็นความปรากฏออกมา เมื่อออกมาแล้วก็ต้องบันทึกไว้

...

๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๕

 

รูปภาพ : IMG_8083