เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

 

สิ่งที่ผมคิดไม่ถึง

 

 

          หลายวันก่อน...ดร.พิสุทธิ์พงษ์  เอ็นดู ลูกศิษย์ของผมคนหนึ่งซึ่งจบปริญญาเอกจากอินเดียและเป็นอาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งที่สุรินทร์ ส่งต้นฉบับหนังสือมาให้ผมตรวจทานให้ พร้อมทั้งขอให้ผมช่วยตั้งชื่อหนังสือและช่วยเขียน "คำนิยม" ให้ด้วยเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ในฐานะที่ผมเคยสอนเขามาก่อน และเป็น "ต้นแบบ" หรือ "Idol" ของเขามาตลอด

          ผมรับฟังแบบงงๆ อย่าง "คิดไม่ถึง" เนื่องจากผมไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าผมได้กลายเป็น "Idol" ของเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่  และไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชาวบ้านคนหนึ่งจะกลายเป็นต้นแบบหรือแรงบันดาลใจให้กับใคร

          ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือ เขาเลือกที่จะให้ผมเขียน "คำนิยม" ให้กับหนังสือที่เขาจะพิมพ์ขาย ทั้งๆ ที่ผมเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง  ในขณะที่เขาจบปริญญาเอกจากผลงานการทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับงานเขียนของ "ชาติ  กอบจิตติ" และวิทยานิพนธ์ดังกล่าวก็กำลังจะถูกตีพิมพ์จำหน่ายในประเทศเยอรมนีในเร็วๆ นี้

          ผมบอกเขาไปว่า ผมเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ เท่านั้นเอง  ไม่มีใครรู้จักมักคุ้นอะไรเลย ทำไมถึงอยากให้ผมเขียนคำนิยมให้  เขาก็บอกว่า  "ก็เพราะแบบนี้แหละ  ผมถึงอยากให้อาจารย์เขียนให้มาก กว่าคนอื่น   ผู้อ่านจะได้รู้สึกงงและพากันสงสัยว่าอาจารย์คือใครน่ะ  เขาจะได้รู้จักอาจารย์มากขึ้น...ของแปลกครับ ของแปลก  อิอิอิ "  ผมเลยยิ่งงงหนักเข้าไปอีก 

          เขาบอกว่าที่ผ่านมาผมเป็นแรงบันดาลใจให้เขามาตลอด ทั้งเรื่องเรียน การใช้ชีวิต วิธีคิด และการใช้ชีวิตคู่  (โดยที่ผมไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย) เขายังจำคำพูดของผมได้เกือบทุกประโยค(ในขณะที่ผมจำเรื่องราวของเขาได้เป็นบางเรื่องเท่านั้นเอง) เมื่อถึงเวลานี้ เขาก็เลยคิดถึงผมเป็นคนแรก

          ผมฟังแล้ว ก็รู้สึกขนลุกและตื้นตันใจมากๆ เลยนะครับ  ที่ตนเองมีลูกศิษย์ "ยอดกตัญญู" แบบนี้

          ตอนนี้ผมเลยต้องช่วยเขาอย่างเต็มที่ ทั้งการตรวจทาน แก้ไข ตั้งชื่อหนังสือ และเขียนคำนิยมให้

          ลืมบอกไปว่า....เขาเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ตรงที่เขาได้พบในขณะอยู่ที่อินเดียล้วนๆ อ่านไป ขำไป  ลีลาการเขียนใช้ได้เลยทีเดียว  ด้วยเหตุนี้ผมก็เลยตั้งชื่อหนังสือให้เขาว่า  "เรื่องเล่าจากอินเดีย"  เพื่อให้ล้อกันกับ "เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด" ของผม  ส่วนเขาจะชอบหรือไม่นั้น อันนี้ก็สุดแล้วแต่เขานะครับ   555

 

          ปลื้มใจครับ ปลื้มใจมากๆ ที่ตนเองได้รับเกียรติอันสูงส่งนี้    วันนี้ ก็เลยนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

          ยังไงๆ  ก็อย่าหาว่าผมขี้โม้นะครับ   คิคิคิ

         

         

         

แบบปกหนังสือของเขาที่กำลังจะตีพิมพ์จำหน่ายในประเทศเยอรมนี