ความขัดแย้ง...บางครั้ง...บางอย่าง... “พบกันครึ่งทางหรือต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าว...”ดูเหมือนจะเป็นวาทกรรมยอดฮิตเมื่อเกิดการเผชิญหน้ากันทางความคิดที่แตกต่างยืนอยู่คนละขั้วชัดเจน...โดยกระบวนการของการพบกันครึ่งทางก็ขึ้นอยู่กับวิธีการนำเสนอของแต่ละบุคคลว่าจะให้แต่ละฝ่ายปลดชนวนความขัดแย้งหรือถอยคนละก้าวที่ประเด็นใด ทัศนะคติของมายาภาพที่ให้แต่ละฝ่ายพบกันครึ่งทางเป็นวิธีแก้ปัญหาได้ผลจริงหรือไม่นั้น...ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนที่จะให้น้ำหนักและปลดชนวนของปมขัดแย้งที่ประเด็นใดเป็นสำคัญ
หากการพบกันครึ่งทาง สามารถหาค่าเฉลี่ยทางความคิด ออกมาได้เป็นตรรกะทางคณิตศาสตร์ได้ก็คงจะดีและทุกคนโดยส่วนใหญ่ก็คงจะได้ข้อสรุปที่ตรงกัน แต่การพบกันครึ่งทางของตรรกะทางความคิดมันเป็นคนละเรื่องกัน การที่จะหาค่าเฉลี่ยทางความคิดของแต่ละฝ่ายเพื่อนำมาประเมินและหาจุดกึ่งกลางทางความคิดเป็นไปได้ยาก...เพราะความเห็นที่แตกต่างกันมันมีมูลเหตุมาจากหลาย ๆ ปัจจัยทั้งจาก องค์ความรู้ของแต่ละคน การได้รับข้อมูล (ก็จะมีประเด็นปัญหาอีกว่าจริง – เท็จ หรือเชิงลึกเพียงใด) ความสนใจในประเด็นของต้นเหตุของความขัดแย้ง เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งของต้นทุนทางความคิดที่นำเข้าไปสู่กระบวนการของการผลิตโดยปัญญาแล้วได้ผลผลิตออกมาทางการพูดและการกระทำของแต่ละบุคคล จนนำไปสู่การยึดติดถือมั่นทางความคิดและเกิดเป็นความเชื่อและความศรัทธาตามมา…แล้วจะให้หาค่าเฉลี่ยจุดกึ่งกลางของการพบกันครึ่งทางได้อย่างไร?...
ในเมื่อ...ต้นทุนในการผลิตขององค์ประกอบ (องค์ความรู้ของแต่ละคน การได้รับข้อมูล คนสนใจติดตามในประเด็นความขัดแย้ง... เป็นต้น) ทางความคิดของแต่ละคนและแต่ละฝ่ายมีไม่เท่ากันและบางครั้งก็บิดเบือนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะพื้นฐานของมนุษย์โดยส่วนใหญ่ทุกคนมีต้นทุนของการรักตัวเองและมีความกลัว (จะเสียสิทธิ์และถูกละเมิดสิทธิ์) อยู่เป็นอย่างมาก โดยถูกกำกับขับเคลื่อนผ่านช่องทางของ “ผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง” เป็นที่ตั้ง
การพบกันครึ่งทางเพื่อนำไปสู่ทางออกของปัญหาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายยึดมั่นในผลประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริงเป็นที่ตั้ง โดยผ่านกระบวนการทำงานทางด้านคุณภาพของความคิดและปัญญา ซึ่งก็เป็นผลมาจากระดับคุณภาพทางการศึกษาและการเรียนรู้จากหลาย ๆ มิติที่สามารถแยกแยะ ถูก – ผิด หรือ ดี – เลว ตามตรรกะของความสมเหตุสมผลได้อย่างแท้จริงโดยมีระดับของคุณธรรมกำกับอย่างเข้มข้น...แล้วในความเป็นจริงปัจจุบันสังคมไทยได้ก้าวข้ามพ้นผ่านไปถึงจุดนั้นแล้วหรือยัง…?...
น่าคิด...
พบกันครึ่งทาง .... ดีจริงๆๆ ... นะคะ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
เช้านี้เพิ่งคิดถึงคำว่า compromise เพราะอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องยอมลดความตั้งใจของเราลง แล้วทำร่วมกับความคิดของคนอื่น รู้สึกอึดอัดพอดูค่ะ ไม่อยากทำเท่าไหร่ ก็เลยลองถามตัวเองว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องทำแบบนี้ กับคนที่เรารัก คนในครอบครัวเราทำกันออกบ่อย แต่ก็ทำได้โดยไม่อึดอัดมากมาย เพราะความรักที่มีและความหวังดีที่เป็นทุน กับคนอื่นเรากลับยอมลำบาก ก็เลยถามตัวเองต่อว่ายอมแล้วเป็นการทำผิดหรือไม่ หากไม่ก็คงไม่เป็นไร ทีนี้ก็มีอีกคำถามหนึ่งโผล่ขึ้นมา หากยอม compromise บ่อยๆ เราจะถูกมองเป็นคนไม่มีหลักไม่มีจุดยืนของตัวเองไหม จากรูปสถานการณ์ที่ต้องก้าวไปข้างหน้าและเรามีเวลาไม่มาก ก็คงต้องตัดสินใจค่ะ
ไม่แน่ใจเหมือนที่อาจารย์พูดมาหรือเปล่า แต่ที่ผ่านมาเป็นการต่อสู้ของความคิดของตัวเองมากกว่า ในนัยนี้คงเพราะทั้งสองความคิดต่างก็เป็นไปเพื่อส่วนรวมเล็กๆ ของเราและตั้งอยู่บนจุดมุ่งหมายเดียวกัน เลยทำได้ง่ายกว่า
ขอบคุณค่ะ
ผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว..อคติ..อารมณ์..ขาดเมตตาธรรม..เป็นเครื่องกั้นของการปรองดอง..ขอบคุณค่ะ..
ขอบพระคุณ อาจารย์ P'Ple มากครับที่แวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจอยู่เสมอ... :)
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นที่มีมิติที่ดีมากเลยครับ คุณปริม...
การทำงานร่วมกันในองค์กร compromise ถือเป็นตัวเชื่อมที่สำคัญในการผลักดันองค์กรให้เดินหน้าต่อไป…แม้บางอย่าง...บางครั้ง...เราเองจะรู้สึกอึดอัดหรือขัดใจก็ตามที...แต่หากไม่ขัดแย้งกับคุณธรรมก็...เออน่านะ...:)
ความแตกต่างหรือความหลากหลายสะท้อนให้เห็นถึงอิสรภาพและความสวยงามทางความคิด...แต่ในบางเรื่อง...บางครั้ง...โดยส่วนตัวผมเองก็รู้สึกอึดอัดใจในหน่วยงานเหมือนกันครับคุณปริม...(โดยเฉพาะกับคนที่มีมานะและอีโก้สูง...) ซึ่งพักนี้ไม่รู้เป็นไงในหน่วยงาน...ผมเจอบ่อย...แต่มาคิดอีกทีก็เป็นเรื่องดีครับได้ฝึกตน
หากมีความขัดแย้งทางความคิด...ผมจะเลือกใช้วิธี compromise โดยยึดหลัก เมตตา กรุณา กัลยาณมิตร...ในการอธิบายเหตุและผลของเราด้วยภาษาดอกไม้...หาก
ผลออกมาบวก : ก็มุทิตาไปครับ
ผลออกมาลบ : ก็อุเบกขาไปครับ
พอคิดได้และได้ฝึกแบบนี้บ่อย ๆ ก็รู้สึกสบายใจ... :)
ผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว..อคติ..อารมณ์..ขาดเมตตาธรรม..เป็นเครื่องกั้นของการปรองดอง...
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ...ขอบพระคุณ อาจารย์พี่ใหญ่ มากครับที่แวะมาให้กำลังใจและความคิดเห็นที่ดี ๆ เสมอมา...
พบกันครึ่งทางหรือถอยคนละก้าวนั่นเอง ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คุณมะเดื่อ มากครับที่แวะมาทักทายและให้กำลังใจ... :)
ขอบคุณ คุณtuknarak มากครับที่แวะมาให้กำลังใจอยู่เสมอ... :)
สวัสดีครับ
แวะมาอ่านบทความดี ๆ นะครับ
คำว่าพบกันครึ่งทาง คงจะเป็นคำที่ให้ความหมายยาก พอ ๆ กับคำว่า ยุติธรรม เลยนะครับ
ครึ่งทางไหน และใคร เป็นผู้ให้ หรือคิด แบ่งอย่างไร ตอบยากครับ
เหมือนเราผ่าผลไม้สักลูกนะครับ ผมคิดคิดว่าคงไม่มีใครผ่าครึ่งได้นะครับ
แต่ถ้ามีคนกลาง อะไรก็ดีครับ
ขอบคุณ คุณลูกสายลม มากครับสำหรับความคิดเห็นดี ๆ ที่มีมาฝาก...:)
ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทุกท่านที่มอบผ่านดอกไม้มากครับ... :)