นอนพักพอหมี่แฮ่งแล้ว  เลยมาเล่าต่อ

 

พื้นรองเท้านั้นต้องมีสมบัติดังนี้

 

1)                  เป็นยางที่นิ่มพอควร ไม่นิ่มมากเกินไปนัก  เอามือบีบแล้วต้องหยุ่นหนึบๆ แต่ไม่ยวบ

2)                  ดอกยางของพื้นรองเท้า ต้องมีขนาดใหญ่ปานกลาง ขนาดประมาณเหรียญบาท ถึงเหรียญ ๕ บาท   (เป็นเหลี่ยมหรือกลม ก็ได้ แต่ไม่ควรออกรี) ....ถ้าดอกใหญ่เกินไป หรือ เล็กเกินไป จะไม่หนึบ โดยเฉพาะพวกดอกเล็กๆ เป็นเส้นๆ มีขีด ทั้งขีดตรง และขีดหยักไปมา ดูเหมือนว่าจะหนึบ แต่ไม่เลย

3)                  ระหว่างดอกยางพื้น ต้องมีร่องขนาดปานกลางขวางไว้ด้วย ความกว้างของร่องควรประมาณ  2 มม. ถึง 5 มม.  

 

มีเท่านี้แหละครับ  ลองไปหาซื้อกันดู ถ้าจะให้ดีไปที่ร้านที่มีพื้นลื่นๆ มันๆ (ร้านส่วนมากก็เป็นแบบนี้อยู่แล้)  แล้วลองใส่ดูเลย เอาน้ำไปขวดหนึ่ง กระดาษทิชชูไปด้วย  เอาน้ำเทลงพื้น แล้วลองไถลเท้าดูว่าลื่นไหม เสร็จแล้วก็เช็ดให้เขาด้วย 

 

เหตุผลที่มันไม่ลื่นเพราะดอกยางมันรีดน้ำใต้รองเท้าออก แล้วน้ำออกไปที่ร่อง  การที่ดอกใหญ่ปานกลางและมีความหยุ่นกำลังดีนั้นนั้นมันทำให้มีพื้นที่รับน้ำหนักและแรงกดรีดน้ำที่กำลังดี  ถ้าดอกเล็กเกินไปดอกยางจะปลิ้นทำให้น้ำเข้าและลื่น ถ้าดอกใหญ่เกินไปจะรีดน้ำไม่ดี

 

ผมไม่เชื่อว่ารองเท้าเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อกันลื่นหรอก มันฟลุกมากกว่า   (เอ๊ะ หรือ ฟลุค ฟลู้ค ฟลู๊ก ตามสะกดราชบัณฑิตนะ) 

 

ถ้าดอกยางไม่รีดน้ำ แผ่นฟิล์มของน้ำจะไปคั่นอยู่ระหว่างพื้นรองเท้ากับพื้นห้อง ทำให้ลื่น  อย่าลืมทดลองบนพื้นที่มีฟองสบู่ แชมพูสระผมลื่นๆด้วยนะ ว่ามันหนืบเพียงใด ถ้ายังลื่นอยู่ก็ไปหาซื้อมาลองใหม่  แสดงว่ามันอาจนุ่มหรือแข็งเกินไป หรือบนดอกยางมีลายเล็กๆ หรือเปล่า (ไม่ควรมีลาย)

 

นอกจากคนแก่แล้ว พวกเด็กๆ ก็ลื่นกันมากเพราะพวกนี้ทโมน อาบน้ำไปเต้นกระดิ๊กๆไปพลาง

 

สุขสวัสดี ขอคนไทยอย่ามีภัยจากห้องน้ำอีกเลย

 

...คนถางทาง (๔ ตค. ๒๕๕๕)