พี่ผู้ช่วย...ขับรถ....ให้ผมนั่งสบายๆ...ไปเรื่อยๆ ...ฝนยังลงเม็ดบ้าง...พอให้ที่ปัดน้ำฝนได้ใช้งาน

ถนนที่เป็นดินลูกรัง...เจอฝนเข้า...เมื่อรถวิ่งผ่าน...ทำให้เกิดอาการรถเป๋ไปเป๋มา

สร้างความหวาดเสียวให้เราว่า...รถจะติดโคลนหรือเปล่า ?...หรือจะไถลลื่นลงข้างทาง

ผมเห็นกลุ่มต้นไม้มากมายไกลๆ ...นึกว่าต้องเป็นจุดหมายปลายทางของผม คือ วัดป่า

 

 

 

ก่อนจะถึงวัดป่า....ข้างซ้ายของผม... กำลังจะเป็นไร่ปลูกยางพารา

ข้างซ้ายของผม...เป็นไร่อ้อย

ตอนนี้...หมู่บ้านแถวๆ นี้...จะเริ่มปลูกยางพารา....จนอดคิดไม่ได้ว่า...

ต่อไปชาวบ้านต้องซื้อข้าวกินไหม ?

หรือเราจะจัดการสุขภาพอย่างไงดี...เพราะวิถีชีวิตเปลี่ยนไป...ภาวะสุขภาพของชาวบ้านย่อมเปลี่ยนไป

เรื่องเล่าจากชาวบ้านว่า...ต้องเร่งรีบดูแลต้นยางพารา...เวลากินข้าวกินปลาไม่มี

ขนาดอยากดื่มกาแฟ...ก็เอากาแฟซองทรีอินวัน...ซีกซองใส่ปาก...ให้ละลายให้ปากเลย

นับเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งวิถีชีวิต และพื้นที่ของป่า และต้นไม้...เพื่อถางและทำลายต้นไม้ เพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ

 

 

 

เมื่อมาถึง “วัดป่าธรรมสถาน”...

ความรู้สึกแรกๆ ของผม คือ สุขในใจที่ได้เห็นต้นไม้มากมาย

เป็นความสุขที่เกิดขึ้นง่าย...จากการมองเห็นต้นไม้

และมีเห็นพระพุทธรูปใหญ่สีขาวโพลน...ท่ามกลางเบื้องหลังที่ท้องฟ้ามีสีเทาขมุกขมัว...ยิ่งสุขและสงบในใจ

การได้เดินบนโคลนที่ติดรองเท้าหนักอึ้ง...ทำให้ผมสนุก ทั้งที่ต้องใช้เวลาก้าวทีละก้าวนานขึ้นกว่าปกติ

แต่ก็ทำให้ผมมีสติในการเดิน...เพราะพื้นดินลื่นด้วย...ทำให้ระมัดระวังในการหกล้ม

ยิ่งเข้าไปลึกต้องจำทางเข้าทางออกให้ดี...เพราะแต่ละกุฏิ และทางเดินเข้าไปคล้ายคลึงกันมาก...จนน่าจะหลงทิศหลงทาง

ยิ่งพระอาจารย์แต่ละรูป...ท่านสงบมาก...ถามคำหนึ่ง...ตอบครึ่งหนึ่ง...เหมือนปริศนาธรรมชวนให้ครุ่นคิด

 

 

พระอาจารย์ท่านหนึ่ง...ที่ผมได้สนทนาธรรมด้วย และมีความเป็นพระในการอนุรักษ์ป่าไม้ให้กับชุมชน

ท่านมีแนวคิดในการศึกษาธรรมะ...กับต้นไม้และธรรมชาติ

มีความคิดเช่นเดียวกับปู่สอน กล้าศึก...ที่ผมเคารพและศรัทธาแนวคิดท่าน

 

 

ต้นไม้บ้านเราน้อยลงเพราะ...คนปลูกวันละต้น...แต่คนโค่นวันละร้อย

เพราะมีแต่คนตัด...แต่ไม่มีคนอนุรักษ์...

ท่านให้ธรรมะที่ลึกซึ้งอีกว่า...

ต้นไม้ คือ ลมหายใจของผู้คนและโลก…

ต้นไม้ คือ ลมหายใจของธรรมะ...