วันนี้เหมือนมีแรงดึงจากครูเรียกสติให้เต็มพร้อม เข้ากราบหลวงปู่ ซึ่งก็ได้กราบพร้อมน้องภัส ด้วยเจตนาในใจเหมือนได้รับมอบหมายจากครูให้เตือนสติน้อง พอเข้าไป น้องใส่ชุดธรรมดา หนูใส่เสื้อขาวผ้าถุงดำ
หลวงปู่เอ่ยถามว่า “ศีลอะไร ศีล 5 รึศีล 8”
น้องภัสจึงกราบเรียนหลวงปู่น้องขอโอกาสไปทำภารกิจต่าง ๆ ในช่วงเสาร์อาทิตย์
หลวงปู่นิ่งแล้วก็บอกว่า “อืม”
หนูจึงกราบเรียนต่อว่า
“หนูมากราบรายงานตัวเจ้าค่ะหลวงปู่ จริง ๆ แล้ว เสาร์ อาทิตย์นี้ก็มีประชุมที่เขาใหญ่เจ้าค่ะ แต่ก็ขอโอกาสมารักษาศีลที่นี่”
หลวงปู่หันมาถามว่า “เอาศีลอะไรหล่ะ ศีล 5 หรือ ศีล 8 ถ้าจะศีล 8 ก็ได้ครึ่งวันละ” แล้วท่านก็หัวเราะ
หนูยิ้ม เพราะก่อนออกจากที่ทำงานมาก็ทานหลังเที่ยงค่ะ จึงเอ่ยกราบเรียนหลวงปู่ต่อว่า
“ก็เลยว่าจะชวนน้องภัสให้เปลี่ยนใจอยู่รักษาศีลด้วยกันเจ้าค่ะ”
หลวงปู่ตอบว่า “อ้าวคืนนี้อยู่นอนวัดด้วยไม่ใช่รึ” ท่านหันไปถามน้อง
แล้วหลวงปี่ก็เทศเรื่องศีล โดยย้ำกับหนูทั้งสองคนในข้อ 3 และข้อหนึ่ง หลวงปู่เอ่ยข้อ 3 ก่อนว่า
“ศีลข้อ 3 กามเมสุมิฉาจารา ต้องไม่ผิดผัวผิดเมียคนอื่น”
ส่วนศีลข้อหนึ่งก็ อย่างยุ่งมากัด บางคนก็เป่ามัน อันนี้ก็ดีอยู่ ที่ไม่ตีมันบางคนนี่ตีทันที ส่วนบางคนก็ปล่อยให้มันกินจนอิ่ม อันนี้ก็เป็นการทำทาน พอมันกินอิ่มแล้วเลือดมันก็แข็งไปไหนไม่ได้ ยุงกินอิ่มแล้วมันก็ตาย ยุงมันเป็นสัตว์เล็กน้อย เป็นกรรมเล็กกรรมน้อย ถ้าฆ่าสัตว์ใหญ่ วัว ควาย ช้าง ม้า ก็กรรมหนักขึ้น อย่างบางคนฆ่าไก่เชือดคอเขา สักวันก็จะโดนเชือด หลวงปู่เอามือมาขึ้นที่บริเวณคอให้ดู
“ใจหนูระลึกถึงครั้งหนึ่งเคย ศึกษาพิษของสารสกัดสมุนไพร แค่ศึกษากรรมวิธี ทำได้ตัวเดียวเหมือนไม่ไหวกับตนเอง แล้วติดตรึงในใจตลอดเวลา กับการทำบาปครั้งใหญ่ครั้งนั้นระลึกถึงหนูก็จะแผ่เมตตาให้เหล่าสัตว์ทดลองทั้งหลาย”
หลวงปู่เทศน์ต่ออีกว่า
การที่เขาเกิดมาเป็นสัตว์ ไม่ใช่ว่ามาเป็นอาหารของคน เวลาไปจับเขา ๆ ก็วิ่งหนี เขาก็กลัว
ยิ่งฆ่ามนุษย์ยิ่งหนักมาก บางคนต้องจำคุกตลอดชีวิต ยิ่งทำบาปกับผู้มีศีล มีธรรม กรรมก็จะหนักขึ้นไปอีก
ใจหนูระลึกขึ้นมา
“ต้องตั้งสตินะติ๋ว ครูก็เตือนมาว่า ถ้าขาดสติมันจะลามปาม เดี๋ยวจะเป็นกรรมหนัก ขาดสติอาจจะมีเรื่อง ต้องตั้งสติ อดทน”
แค่มากราบใช่ไหม
มารักษาศีลก็ดี ศีลก็อยู่ในกาย ในวาจา ในใจ
“รึว่าออกจากวัดแล้วไม่มีศีลเหรอ ศีลให้รักษาตั้งแต่ตื่นจนหลับ”
“รักษาศีลให้เป็นเครื่องติดตัว ศีลเป็นเครื่องประดับ ไม่มีศีล ก็เหมือนไม่มีเสื้อผ้า ไปที่ไหนก็น่าอาย
รักษาให้ดีก็รักษาที่ใจ”
หลวงปู่หยุดไปนิดหนึ่ง แล้วน้องภัสก็เอ่ยว่า
“พอดีว่าวันนี้หนูไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาเจ้าค่ะหลวงปู่ หนูมาแต่ตัวเลยเจ้าค่ะหลวงปู่ไม่มีเสื้อผ้า”
หลวงปู่ตอบว่า
“มารักษาศีลไม่ต้องเอาอะไรมา มาแต่ตัวก็ได้ ก็รักษากาย รักษาวาจา รักษาใจ นั่นก็เป็นศีลแล้ว ไม่ต้องเอาอะไรมาเยอะ
หากรักษาได้รักษาใจอย่างเดียวก็พอ”
แล้วเราก็กราบลาออกมาค่ะ
“ศีลข้อ 3 กามเมสุมิฉาจารา.... ต้อง...ไม่ผิดผัวผิดเมียคนอื่น” ข้อนี้สำคัญมาก... "เป็นศีล กำกับ จิใจได้จริงๆๆ ค่ะ" ในสังคมปัจจุบัน....มีปัญหาเรื่องนี้มาก นะคะ
ใช่แล้วค่ะ ท่านยังย้ำอีกค่ะอาจารย์ว่า ให้รักษาศีลตั้งแต่ตื่นจนหลับ เพราะศีลคือ เครื่องประดับ คือ เสื้อผ้า (_) ขอบพระคุณค่ะที่แลกเปลี่ยน