“สติ” เพิ่งจะมา!!!.................. แย่แล้วเรา........ แย่จริงๆเรา..... ผมแทบจะเขกหัวตัวเอง ทำอะไรลงไปหนอ!!!!

<เลียนแบบกัลยาณมิตรบางคน ที่กำลังเล่าประวัติตัวเองอย่างสนุกสนาน เป็นตอนๆ ที่ยังไม่รู้จะจบตอนไหน และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบในเร็วๆนี้ ............ฮิฮิ> 

 

สืบเนื่องจากบันทึก....... จุด “เปลี่ยนแนว”

 

ผมได้ออกไปช่วยขนหินอยู่ได้ไม่อีกวัน  เช้าวันหนึ่ง ระหว่างที่ผมนั่งอารักขาอยู่ข้างๆหลวงปู่ (หลวงปู่นั่งบนเก้าอี้พลาสติกที่มีพนักพิง ส่วนผมนั่งพื้น) โดยมีญาติโยมเข้ามากราบหลวงปู่เช่นเคย

ผมได้ยินเสียงคนเรียกเสียงเบาๆมาจากด้านข้างค่อนไปทางด้านหลัง (จำไม่ได้ว่าใครครับ) เหตุที่ผมก็บิดลำตัวเร็วไปนิดหน่อยเพื่อรับฟังว่าเขาจะบอกอะไร ผลก็คือ ผมมีความรู้สึกคล้ายๆกับว่ากล้ามเนื้อแผ่นหลังของผม ขาดปึ๋ง!!!! ความเจ็บปวดแผ่นหลังขนาดเกินบรรยาย

เขาขอให้ผมช่วยขยับตัวไปหยิบเก้าอี้ด้านหลังหลวงปู่มาอีกตัว เพื่อจะมาวางจานขนมปัง นมข้น ที่วางอยู่บนพื้น เพื่อหลวงปู่จะได้ไม่ต้องก้มๆเงยๆหยิบขนมปังเหล่านั้นมาฉัน (พี่หมอ พี่เภสัช เขาเห็นอาการที่ผมคงเก็บไม่อยู่ ถึงกับอุทาน) ผมพยายามจะบิดตัวกลับ ผมนึกในใจ “แย่แล้ว.....ตู  หลัง “พัง” อีกแล้ว...... “  ผมนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง (โดยไม่มีใคร เร่งรัดใดๆ เพราะเขาคงจะเข้าใจว่าผมกำลังพยายามจะลุกไปเอาเก้าอี้นั้นอยู่ แต่ยังทนต่ออาการปวดนั้นไม่ไหว)

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไปพร้อมๆกับที่หลวงปู่กำลังสนทนากับญาติโยมถึงเรื่องขนมปังที่หลวงปู่กำลังฉันอยู่นั้น.....  ขนมปังนี้ทำมาจากอะไร   มีอะไรเป็นส่วนประกอบ........

 

 ระหว่างที่หลวงปู่ซักถาม และกำลังฉันขนมอยู่นั้น ผมพอได้จังหวะ ทนต่อความปวดได้แล้วก็รีบลุกขึ้นเพื่อที่จะไปเอาเก้าขี้มา แล้วย้ายจานขนมขึ้นมาตั้งบนเก้าอี้แทน หลวงปู่จะได้ไม่ต้องก้มหยิบของบนพื้น

 

ด้วยความที่รีบร้อนจะปฏิบัติภารกิจนี้ให้เร็วที่สุด มือหนึ่งก็วางเก้าอี้ หลังก็ปวด อีกมือหนึ่งก็เอื้อมไปหยิบจานขนมของหลวงปู่มาวางบนเก้าอี้ จัดแจงจัดวาง.......ด้วยความรวดเร็วเสร็จสรรพ......  สติ!!!!  (ผมอุทานในใจ)

 

“สติ” เพิ่งจะมา!!!..................  แย่แล้วเรา........ แย่จริงๆเรา.....  ผมแทบจะเขกหัวตัวเอง ทำอะไรลงไปหนอ!!!!

ของเหล่านั้นประเคนไปแล้ว......................   ผมถามตัวเองทำไมถึงไม่มีสติอย่างนี้?????  รู้ทั้งรู้ว่าข้าวของที่ประเคนแล้วเราไปหยิบขึ้นมาอีกไม่ได้....(ที่สำคัญคือตัวผมเป็นคนประเคนหลวงปู่เองกับมือ)...ไม่เช่นนั้นเราต้องประเคนพระท่านใหม่......... ขณะนั้นหลวงปู่มือข้างหนึ่งถือขนมปังอยู่  ยังไม่ทันจะจิ้มนมเลย (สภาพเหมือนตอนที่เรากำลังทานขนมอย่างเอร็ดอร่อย แล้วจู่ๆก็มีคนมาดึงเอาจานขนมนั้นไปต่อหน้าต่อตา.......ตอนนี้ผมนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นก็ได้แต่ยิ้มตลกตัวเอง แต่วันนั้นขำไม่ออกจริงๆครับ  และถ้าไม่อยู่ต่อหน้าครูบาอาจารย์ ผมยังต้องตำหนิตัวเองดังๆออกมา)   

 

หลวงปู่เห็นผมทำอย่างนั้น และคงไม่อยากให้ผมรู้สึกผิดมากไปกว่านี้ ท่านก็บอกให้ผม เอาจานขนมนั้นไปแจกญาติโยมให้ลองชิมดู บอกให้ช่วยกินหน่อย ขนมมันเยอะมากเกินไป...........

 

(ภายหลังพี่ที่อุปัฏฐากหลวงปู่มานานบอกผมว่า กฎวินัย ข้อวัตรต่างๆ หลวงปู่จะเคร่งมากๆ อะไรๆที่ผิดวินัย หลวงปู่จะไม่จับ ไม่ต้อง หรือเข้าใกล้ โดยเด็ดขาด......ผมสังเกตก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ)

 

 

วันนั้น ไม่มีใครดุผม  หลวงปู่ก็ไม่ดุ...........  พี่ๆที่อยู่นั้นก็ไม่ดุ.........  สงสัยว่าเขาคงรู้ว่าแค่นี้ผมก็รู้สึกผิดจะแย่แล้ว........

 

 

ในใจก็ขออโหสิกรรมหลวงปู่และทุกๆคนด้วยนะครับ...............

 

มีต่อตอนต่อไป แต่จบไม่เกินตอน 2 (เฉพาะเรื่องนี้)   555+5......แซวกันเล่นๆนะครับ  K ชลัญฯ