คนไทยเรานี่ส่วนหนึ่งเก่งในเรื่องที่ไม่ค่อยตรงไปตรงมากันได้ทั่วทั้ง นักธุรกิจเล็กใหญ่ ข้าราชการ ไปจนถึงนักการเมือง

เมื่อต้นเดือนเพื่อนเก่าเพื่อนร่วมแก่ นำข้าวสารไปให้สามสี่ลิตร เพื่อโชว์ฝีมือว่าข้าฯ ก็ทำได้ และผมก็พลอยภูมิใจกับเขา ท่านผู้นี้ลองหันไปทำนาหนึ่งไร่ เพื่อชดเชยความขาดโอกาสในวัยหนุ่มสาว เกษียณแล้วไปทำนาในที่ดินที่เคยซื้อไว้ 3 ไร่ทำแบบเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลองใช้เกษตรทฤษฎีใหม่ที่ได้ไปนิเทศโรงเรียนมาทั่ว

มื่อสัปดาห์ที่แล้วโทรหากันอีก เขาถามว่า ข้าวทานได้ไหม ผมบอกว่า ก็อร่อยอีกแบบ การทานข้าวให้อร่อยก็ต้องอยู่ที่วิธีการ ข้าวของนายถ้าให้ดีต้องเอาข้าวเหนียวปนลงไปสักสองสามกำมือก็จะเป็นข้าวญี่ปุ่นได้ทันที นี่หุงกินมาแล้วนะ เขาบอกว่าเพื่อนอีกคนบ่นว่าข้าวเรามันแข็งจัง ก็บอกว่าคงหุงไม่เป็นนะซี ทั้งนี้เพื่อไม่เสียกำลังใจ จะหาคนเกษียณที่ไม่เคยทำนา หาได้ง่ายๆ ซะเมื่อไหร่ แต่ก็ปวารณาตัวว่าจะลองหาข้าวพันธ์สักหยดไปให้ปลูกดู

เขาบอกว่าได้ข้าวมาไม่ถึงเกวียน หรือ 100 ถัง เอาไปขายส่วนหนึ่งแล้วเอาไว้กินเองอีกส่วนหนึ่ง และเล่าต่อไปว่า ชาวบ้านที่ไปช่วยไถ ดำ และเก็บเกี่ยว เขาเอาไปขายได้เวียนละ 9,000 บาท รายไหนถ้าไม่ร้อนเงินก็เอาไปจำนำได้เกวียนละ 15,000 บาท ขายได้แล้ว ก็เอาไปซื้อข้าวหอมมะลิมากิน ฟังอย่างนี้เหมือนสะดุดตอ เพราะคิดถึงการทุจริตในเรื่องข้าว ที่ได้ยินข่าวอยู่บ่อย ๆ เช่น http://www.manager.co.th/Business/Viewnews.aspx?NewsID=9550000101488  ก็ไม่แน่ใจว่าวิธีคิดของชาวนาอย่างกรณีนี้ มีอยู่มากน้อยแค่ไหน ถ้ามีมากๆ ที่ปลูกข้าวคุณภาพต่ำเอาไว้ขายแล้วเอาเงินที่ได้มาไปซื้อข้าวคุณภาพดีมากิน ก็น่าเป็นห่วง

หากชาวนาไทยหันมาปลูกข้าวคุณภาพต่ำไว้ขายกันมาก ๆ เพราะอยากเอามาจำนำให้รัฐบาล ต่อไปสงสัยอาจจะต้องไปซื้อข้าวเวียตนามที่แย่งการขายข้าวจากไทยไปเป็นอันดับหนึ่งของโลกไปครอง มากินหรือไม่หนอ ก็เอามาบอกกล่าวสำหรับท่านที่ไม่รู้ ให้รู้ไว้ว่า ปลูกข้าวไว้กินกับไว้ขายของชาวนาไทยในวันนี้ก็ทำกันได้แล้ว คนไทยเรานี่ส่วนหนึ่งเก่งในเรื่องที่ไม่ค่อยตรงไปตรงมากันได้ทั่วทั้ง นักธุรกิจเล็กใหญ่ ข้าราชการ ไปจนถึงนักการเมือง

หมายเหตุ โพสต์จากรถไฟไทย

ตามดูนาของ อ.เจษฎา  ได้ที่นี่ครับ http://www.gotoknow.org/posts/503670