แทนที่จะแสวงหาแต่ความสุขจากการได้ ลองหันมาแสวงหาความสุขจากสิ่งที่มี

ลูกรัก

หลังจากที่เราคุยกันเสร็จ แม่เปิดเสียงธรรมของพระไพศาล วิสาโลฟังอีก

วันนี้ฟังเรื่องเกี่ยวกับความสุขและความทุกข์ 

จึงคัดลอกบางส่วนมาส่งให้ลูกอ่านและคิดตาม

พระอาจารย์สอนว่า เราควรหลีกเลี่ยงจากการเป็น ผู้ทุกข์
ให้เป็นเพียง คนที่เห็น ทุกข์

ขณะเดียวกัน ในแต่ละวัน วินาที ตลอดเวลาอย่างนั้นนั่นเอง ขอให้ มองให้เห็นสุข เสมอ

แม่แปลความตามประสาแม่ได้ว่า

สุขแบบง่าย ๆ สุขกับปัจจุบัน สุขกับความแข็งแรงของร่างกาย
สุขกับความหนาวเย็นที่เราไม่ได้จะอยู่กับมันตลอด เวลานี้เป็นช่วงดีที่ได้มีประสบการณ์ ได้เรียนรู้ว่า เป็นอย่างนี้นี่เอง คนทางบ้านเมืองเขาจึงอยู่แต่ในบ้าน หมกตัวอ่านหนังสือ (หรือเล่นเกม_ ไม่ใช่นะ แม่แซว)

สุขกับอาหารแบบแปลก แปลกไปจากที่เราเคยกิน เหมือนพายแบบนี้ ที่เขาเขียนไว้บนรายการอาหารว่า Cornish Pie แล้วแม่พาซื่อคิดว่าเป็น พายข้าวโพด ฮา

*

สุขกับการหัดทำขนมสโคน ง่ายมาก เดี๋ยวแม่จะเล่าให้ฟังอีกฉบับ

ขนมแม่ทำเอง อร่อยจนหมดในครัว มีเหลือกลับห้องแค่สามชิ้น ทั้งที่แม่ลงทุนซื้อแยมมารอไว้ ยังไม่ทันได้เปิดขวดแยม (ขนมอร่อยจนหมดก่อน ขนาดนั้นเลย)

*

โดยสรุปคือ


คนเราทุกคนมีความสุขเสมอ อยู่ที่มองเห็นความสุขหรือเปล่า

บ่อเกิดแห่งความสุขมีอยู่กับเราทุกคนในขณะนี้อยู่แล้ว
เพียงแต่เรามองข้ามไปหรือไม่รู้จักใช้เท่านั้น

เมื่อใดที่เรามีความทุกข์ แทนที่จะมองหาสิ่งนอกตัว ลองพิจารณาสิ่งที่เรามีอยู่และเป็นอยู่ ไม่ว่า มิตรภาพ ครอบครัว สุขภาพ ทรัพย์สิน รวมทั้งจิตใจของเรา

สิ่งเหล่านี้ล้วนสามารถบันดาลความสุขให้แก่เราได้ทั้งนั้น ขอเพียงแต่เรารู้จักชื่นชม รู้จักมอง และจัดการอย่างถูกต้องเท่านั้น

แทนที่จะแสวงหาแต่ความสุขจากการได้ ลองหันมาแสวงหาความสุขจากสิ่งที่มี

หรือจากสิ่งที่ มี เช่นมีเวลาเหลือเฟือในห้อง ในหอพักสำหรับอ่านหนังสือ สำหรับหัดทำขนม มีความหนาวให้สัมผัสไม่ต้องเสียค่าไฟเปิดเครื่องปรับอากาศ

ขั้นต่อไปคือการแสวงหาความสุขจากการ ให้

กล่าวคือยิ่งให้ความสุข ก็ยิ่งได้รับความสุข

(ทำขนมแล้ว สำเร็จ แบ่งให้เพื่อนชิม ให้เฮกันหลังจากลุ้นกับมือใหม่)

สุขเพราะเห็นรอยยิ้มของเพื่อน
สุขเพราะภาคภูมิใจที่ได้ทำความดีและทำให้ชีวิตมีความหมาย

สุขเพราะเพียรฝึกตนในเรื่องเรียน(ของลูก)
สุขเพราะแต่ละวันได้พบวิธีที่เพิ่มความรู้ให้เรากลับไปตั้งแล็บกล้ามเนื้อได้(แม่)

 

จากจุดนั้นแหละก็ไม่ยากที่เราจะค้นพบความสุขจากสิ่งที่มี

และสุขได้้จากการ ไม่มี

หมายถึงเดิมแม่คิดว่าเหงา ไม่มีเพื่อน ไม่มีร้านข้าวแกงอร่อยให้กิน ไม่มีส้มตำ(อันนี้ทำใจยากเชียว)

นั่นคือสุขจากการปล่อยวางในที่สุดไม่ยึดถือในสิ่งที่มี และเพราะเหตุนั้น แม้ไม่มีหรือสูญเสียไป ก็ยังเป็นสุขอยู่ได้


เกิดมาทั้งที น่าจะมีโอกาสได้สัมผัสกับความสุขจากการ ให้ และ การ ไม่มี

เพราะนั่นคือสุขที่สงบเย็นและยั่งยืนอย่างแท้จริง

 

รักลูกมาก(แม่) รักเยอะ(สำนวนพ่อ)

แม่เอง

 

มาสรุปไว้เพิ่มเติมว่า เป็นบันทึกว่าด้วย พื้นที่ความสุขเล็ก ๆ ที่เรามีได้จาก

สุขจากสิ่งที่ มี อยู่รอบตัว
สุขจากการ ไม่มี 
และ
สุขจาก การให้