ผมกำลังทำโครงการสนุกๆ เล่น สองโครงการคือ รถตุ๊กถอดได้  คือ จะใช้รถมอไซค์ธรรมดาเป็นตัวลากเก๋งรถตุ๊กสามารถนั่งได้สองคน จะเป็นเก๋งพ่วงท้าย   เป็นเก๋งจริงๆด้วย  รวมทั้งด้านคนขับก็เป็นเก๋งด้วย  มีการติดแอร์ โดยไฟฟ้าที่จะขับแอร์จะมาจากระบบไฮบริด (hybrid) คือมาจากพลังรถที่เบรกตัว (ระบบเดียวกับที่ใช้ในโตโยต้าพรีอุส)  ....ซึ่งน่าจะเป็นรถพ่วงในลักษณะนี้คันแรกของโลก   ความยาวรถไม่เกินสองเมตร ความกว้าง ๑ เมตร ....ความยากอยู่ตรงการออกแบบให้รถพ่วงมีเสถียรภาพ ไม่พลิกคว่ำง่ายๆ และการออกแบบระบบไฮบริด 

 

ผมกำหนดว่าต้องมีราคาถูกด้วย ผมกำหนดว่าตัวเก๋ง ไม่รวมมอไซค์ต้องไม่เกิน ๓ หมื่นบาท  ซึ่งถูกกว่าตุ๊กๆมาก ซึ่งทุกวันนี้ราคาแสนกว่าเข้าไปแล้ว  อีกทั้งติดแอร์ ไฮบริดด้วย จุดขายสำคัญคือ ผู้ประกอบการสามารถถอดรถมอไซค์ออกได้โดยง่าย ใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที ก็จะได้เอารถมอไซค์ไปใช้งานส่วนตัวได้ ไม่ต้องลากกระดองไปให้หนัก

 

โครงการณนี้จะทำร่วมกับเพื่อนชาวเยอรมัน ที่มีฝีมือและความชำนาญในการประดิษฐ์รถ เคยสร้างรถไฮบริดด้วยตัวเองมาแล้ว  ถ้าเราทำสำเร็จน่าจะเป็นนวัตกรรมการขนส่งมวลชนแบบใหม่ สำหรับเงินโครงการ ประมาณ 3 แสนบาทว่าจะขอจากมหาลัย  ถ้าไม่ได้จะไปนั่งขอทานริมถนน (ส่วนใหญ่เอามาเป็นค่าจ้างฝรั่ง)

 

 

อีกโครงการคือ รถยนต์บิน  นั่งได้สองคนเช่นกัน ไม่มีล้อ ไม่มีปีก แต่บินได้ด้วยใบพัด ๕ ใบ (ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ด้วย) โดยเราโมมาจากการบินระบบ 4 ใบพัด ซึ่งในขณะนี้ก็บินกันเกร่อแล้ว แต่เป็นของเล่น ลำเล็กๆ คุมด้วยคอมพิวเตอร์   ของเราถ้าทำสำเร็จจะเป็นลำแรกในโลกที่มีการบินด้วยคน  

 

ผมลองออกแบบแล้วมันยากมาก โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย (ไม่พลิกคว่ำกลางอากาศ) แต่ผมคำนวณแล้วว่ามันทำได้แน่  ขนาดเท่ารถยนต์เก๋งปกติ   แต่จะเร็วกว่ามาก ผมกำหนดให้ความเร็วเดินทาง 300 กม.ต่อ. ชม. ข้อดีมีหลายอย่างเช่น

รวดเร็ว ประหยัดน้ำมัน ไม่ต้องการถนน ราคาคันละประมาณ 5 ล้านบาท 

ผมเป็นคนออกแบบ  ส่วนเพื่อนผู้เป็นเจ้าของบริษัทการผลิตจะเป็นผู้ผลิต  ของทุกอย่าง (ยกเว้นคอมพิวเตอร์ควบคุม) จะผลิตในประเทศไทย โดยฝีมือคนไทย  

 

 

เราจะปากกัดตีนถีบทำกันเองตามยถากรรม เราไม่อยากไปขอทุนจากหน่วยงานรัฐ เพราะพวกนี้ให้ทุนนิดเดียว แต่จะขอเป็นเจ้าของสิทธิบัตร หรือ ขอครึ่งหนึ่ง ซึ่งผมว่ามันง่าวมากๆ  อีกทั้งยังเป็นการฉุดรั้งการพัฒนาชาติด้วย

 

 

ที่ usa หน่วยงานของรัฐห้ามจดสิทธิบัตรใดๆ สิทธิบัตรตกเป็นของผู้รับทุนทั้งหมด ซึ่งก็ถูกแล้ว เพราะเขาสามารถจดสิทธิบัตรได้ แม้มีเพียงแนวคิด โดยไม่ต้องทดลองให้เห็นจริง การที่รัฐโยนเศษเงินมาให้นิดหน่อยแล้วขอเป็นเจ้าของทั้งหมดหรือครึ่งหนึ่งจึงเป็นการเอาเปรียบมหาศาล แต่ที่แย่กว่านั้นคือ มันเป็นการบ่อนทำลายชาติ เพราะหากคุณทำเช่นนี้แล้วใครเขาจะอยากขอทุนล่ะ นอกจากพวกลด. (หลอกแดก)  คือพวกไม่ได้มีความเก่งจริง ๆ ไม่ได้เชื่อหรอกว่าการคิดค้นของตนจะสัมฤทธิ์ผล ก็เลยมาของเงินหลวงมากๆ เล่น เอาไปล้างผลาญกันสนุกสนาน โดยอ้างว่าจะจดสิทธิบัตรได้ ไอ้องค์กรรัฐหน้าโง่ก็ออกเงินให้กันใหญ่ บางโครงการให้เป็น 100 ล้าน สุดท้ายไม่ได้กลับคืนสู่การพัฒนาชาติเลย   ...นี่แหละวิจัยขายชาติ ที่รัฐร่วมมือกับพรรคพวกช่วยกันทำลายชาติไทย

 

 

ส่วนโครงการที่เจ้าของเขารู้ว่ามันทำได้แน่ เขากระเสือกกระสนทำเองตามยถากรรม เขาไม่มาของเงินรัฐให้ง่าวหรอกครับ โครงการผมทำแบบนี้มาเป็นสิบแล้ว (และสัมฤทธิผล 100% ด้วย)  ยังมีอีกร้อยโครงการที่รออยู่ แต่ไม่ขอเงินมันให้ง่าวหรอกครับ  ให้ความคิดมันหายไปกับการตายของเรายังสมศักดิ์ศรีกว่าไปขอเงินจากไอ้พวกนี้

 

...คนถางทาง (๑๑ สค. ๒๕๕๕)