กลับมาที่การบ้านข้อสองเจ้าค่ะ หลังจากที่ต้องเสียน้ำตากับความรู้สึกเจ็บแค้นในใจตนเองกับความจริงที่เห็นในใจว่า “อกตัญญูต่อครู”
ครูบาอาจารย์ให้อะไรหนู ให้โอกาสในการฝึกฝนตนบนเส้นทางแห่งความพ้นทุกข์ หยิบยื่นให้อย่างไม่มีประมาณ คอยปลอบโยนยามท้อแท้ คอยทุบยามจิตหลงระเริงหรือโดนกิเลสครอบงำ ให้โอกาสสั่งสมบารมีเพื่อให้มีพละในการก้าวพ้นออกจากความชั่วในจิตใจ
บางทีหนูก็ไม่อาจรู้ได้ว่า การดุ การห้ามของท่าน คือ ความช่วยเหลือประคับประคอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปหยิบเรื่องราวต่างๆของชีวิตมาพิจารณา ก็เห็นว่าครูเมตาช่วยเหลืออย่างไม่มีประมาณ
แต่ในความเป็นผู้โง่ที่จิตยังคงเป็นปุทุชน ก็ยังพลาดบ่อย
ครูบาอาจารย์ คือ ผู้ถ่ายทอด ผู้สอน การดำรงชีวิต การเผชิญสิ่งต่าง ๆ การเผชิญโลก ทำเช่นใดจึงจะอยู่กับสิ่งเหล่านี้อย่างนิ่งเย็นและไม่หวั่นไหว สังเกตเห็นกายใจตนเองให้ชัด
พอหันมองดูเห็นความชั่วในตนเอง ก็คร่ำครวญเสียใจรับไม่ค่อยได้ แต่พอมีกำลังก็จะเข้าใจและยอมรับ เป็นการเรียนรู้ที่จะละจริง ๆ แต่ก็ยังเห็นกับตนเองว่า “ข้างในยังมีความชั่วอีกมากให้เพียรละ”
ถ้าชีวิตนี้ไม่มีครู ไม่มีผู้มีพระคุณคอยถ่ายทอดวิชา คงอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ทำอาหารไม่เป็น สื่อสารกับผู้คนไม่รู้เรื่อง การที่ได้รับโอกาสในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากครู ทำให้มีโอกาสได้นำความรู้มาพัฒนาตนเองทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ