ต้นตระกูลเดินเท้าบุกป่า ฝ่าดงจากทุ่งสงมาตรัง ผ่านกระบีี่ เมื่อ 200ปีก่อน
หญิงสาวแรกรุ่นดรุณีที่หน้ากร้าน พวงแก้มพราวเกลื้อน อยู่กับฝูงควายและเด็กผู้ชายวัยรุ่น กลางทุ่งนา นามว่า "ญา" เป็นพี่ของน้องสาวสองคนที่ต้องป้องภัยแทนพ่อที่จากไป
อย่างไม่วันกลับ เธอจึงดูเด็ดเดี่ยวกร้านชีวิต เป็นที่ครั้นคร้ามของเด็กผู้ในวัยเดียวกัน ครั้นวัยเจริญพันธ์มาถึงจึงเป็นธรรมดาที่ธรรมชาติจัดสรรค์ ให้มีหนุ่มบ้านเดียวกัน ทายาท"หอมหวล"ที่ต้นตระกูลเดินเท้าบุกป่าฝ่าดงจากทุ่งสง ผ่านตรังมาทางกระบี่ เมื่อ200 ปีก่อน มาพบรักที่ พังงา มีทายาทมากมาย ทายาทคนหนึ่งมาหมายปองสาวแก้มพราวเกลื้อนจนถึงขั้นแต่งงานกัน
สร้างรังรักทำมาหากินด้วยความขยันขันแข็ง มีพยายนรัก 4 คน เป็นชาย2 คน หญิง 2 คน ครอบครัวกำลังสุขสันต์ มีข้าวปลาอาหารก็แบ่งปันเกื้อกูล เป็นที่รักของคนในชุมชน แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็อุบัติขึ้น เมื่อเกิดโรคระบาด "ไข้น้ำ" อหิวาห์ตกโรคระบาดทั่วประเทศ ในปีเล่ากันว่า"ผีวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์"ปรากฎกายอาละวาดหลอกหลอน
แม่ พี่ชาย 1 พี่สาว 2 ต้องสิ้นชีพไปพร้อมกับแม่ด้วยโรคระบาด แม่และลูกต้องนอนในหลุมเดียวกัน4 ศพ เพราะมีคนตายมากขุดหลุมไม่ทันฝังกันไมไหว เหลือลูกน้อย อายุ 2 วัน กับพ่อที่ร่อแร่แต่ก็รอดชีวิตมาได้ ส่วนพ่อก็ไปมีแม่ใหม่ มีน้องออกมาให้เลี้ยงดูอีก 10 คน จึงไม่มีเวลามาให้กับลูกคนเล็กภรรยาแรก
ยายจึงรับภาระเลี้ยงดูหลานชายได้เติบโตมาด้วย"น้ำหม้อ"(น้ำซาวข้าวที่หุงตอนข้าวเดือดต้องเช็ดน้ำรินน้ำออกเพื่อไม่ให้ข้าวเปียก)
แม่ไม่โอกาสได้สอนลูกชาย แต่น้าสาวฉายภาพแม่ ย้ำเตือนให้ฟังอยู่เสมอ แม่เป็นนักอ่าน "อ่านสิ้นดาษห่อเคย"แม่เป็นนักสู้ ปกป้องน้าสาวทั้งสองจากการข่มเหงของผู้ชาย
แม่รักความเป็นธรรม ถึงแม่จะไม่ได้สอนลูกชายแต่การบอกเล่าของน้าสาวยืนยันคำสอนแม่อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แม่เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด น่ารักที่สุด .....รักแม่.....
แ่ม่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของลูกครับ...
ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ แม่นแท้เลยค่ะว่าบัง แม้ดาษห่อเคยก็อ่านสิ้น :) ซึ้งค่ะ
เป็นอีกบันทึกที่อ่านแล้วเศร้าในวันนี้
แม้เป็นลูกที่แม่ไม่ได้สอนแต่ก็เป็นคนดีได้
เป็นกำลังใจให้ค่ะบัง
ถ้าแม่บังยังอยู่ ต้องภูมิใจลูกชายแบบบังแน่แน่ๆค่ะ
อ่านบันทึกนี้แล้ว
คิดถึงนวนิยายเรื่อง "แม่" ของแม็กซิม กอร์กี้มากๆ เลยครับ
อาลัยแม่หญิงสาวแก้มพราวเกลื้อนกลางฝูงควาย
เคยได้ยินเรื่องเลี้ยงด้วยน้ำข้าวแทนน้ำนม ได้มาฟังเรื่องจริง..ทึ่งมากค่ะ.. น้ำข้าวที่สร้างคนดีให้สังคมอีกคนหนึ่ง
แม้ไม่เคยได้พบหน้าแม่ แต่วอญ่าท่านผู้เฒ่า สามารถบรรยายจนคนอ่านมีความสุขได้ค่ะ
ร่วมรำลึกถึงแม่ของลูกชายคนดีของสังคมค่ะ..
สวัสดีน้องทิมดาบ ..(แ่ม่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของลูกครับ...)ยายก็เป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับผม วิชาบีบนวดติดตัวมาเพราะต้องนวดยาย ได้มาถึงวันนี้
เรียนอาจารย์ จัน น้าสาวชอบเล่าเรื่องแม่ให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องที่แม่ปกป้องน้าสาวจากการถูกผู้ชายรังแก
และเรื่องที่แม่ชอบอ่านหนังสือ
น้าสาวหาว่าผมบ้าตอนที่ขายเครื่องมือหากิน เรือ เครื่องยนต์และอวน ในราคา 800 บาท สมัยปี 2513 เพื่อมาเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าที่ปากพะยูน
สวัสดีน้องหนูรี นึกบ้านถ้ำ นึกถึงบ้านที่อยู่ริมเขาริมควน แล้วมีต้นเรียน พอเรียนหล่นก็จะกลิ้งมากองรวมกัน ง่ายต่อการเก็บเชาะร้อยพวงหาบหลบบ้าน
แต่บางสวนอยู่ที่ราบ ต้องเดินหามากองรวมไว้ พอได้หาบก็กลับบ้าน
นึกเรียนบ้านเพื่อนผมต้นไหนอร่อย ยุมดี หนวยแรกเขาจะเอาไปหวายพระ
ผมจึงได้รู้ได้เห็นวิถีพุธจากเพื่อนหลายอย่าง
สวัสดีคุณ แก้ว ฟังน้าสาวเล่า ให้ฟังแม่เป็นนักสู้ นักเรียนรู้ ผมภาคภูมิใจที่เป็นลูกแม่
แรงใจเป็นแรงผลักดันให้มีกำลังงานในทุกวันนี้
สวัสดีค่ะ มาซาบซึ้งคิดถึงแม่ก่อนนนค่ะ
ลูกแม่ไม่ได้สอน...แต่สอนได้โดยสายเลือด...สวัสดีครับ
วิญญาณคุณแม่มาอยู่ในตัวท่านบังวอญ่านี้แล้ว เป็นนักจิตอาสา นักเขียน ไม่ทิ้ง ดาษห่อเคยก็อ่านสิ้น ขอบคุณบันทึกดีดีครับ
เรียนอาจารย์ แผ่นดิน ภาพแม่ที่ส่งผ่านมาทางลูก ตอนเด็กๆและหนุ่มๆ คนเฒ่าคนแก่รุ่นๆแม่ มักทักและถามว่าลูกใครหว่า
พอมีคนบอกว่าเป็นลูกแม่ คนเฒ่าคนทักมักพูดว่า" เหม"มันยัง ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจ ว่า "เหม"คืออะไร
(เหม = สายเลือด เชื้อสาย เผ่าพงศ์ วงวาน ว่านเครือ)