เคยสงสัยมาตลอดว่า การที่เราจะเป็นคนดี มีคุณธรรม มีความอ่อนโยนต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวนั้น จะต้องทำอย่างไร ประสบการณ์แบบไหนที่เราควรได้รับในวัยเด็ก จนกระทั่งมาเป็นครูความสงสัยนี้ก็ยังไม่หายไปไหน
จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คุณครูแคท - คัทลียา รัตนวงศ์ ก็ได้ค้นพบคำตอบในขณะที่เด็กๆ ชั้น ๒ กำลังตามหารากพิเศษชนิดต่าง ๆ ที่มีในโรงเรียนไปตามแผนผังที่ครูสร้างขึ้น หลังจากที่สังเกตและบันทึกด้วยการวาดภาพรากกาฝากของต้นไทรเสร็จ และตั้งแถวเพื่อจะไปตามหารากชนิดอื่นต่อไปจินจิน ๒/๓ ถามขึ้นมาว่า “ครูแคทคะทำไมในแผนผังครูแคทถึงเขียนว่า ‘รากแห่งการทำลายล้าง’ คะ”
ครูแคทจึงเล่าให้นักเรียนทุกคนฟังว่า “ก็เพราะว่ารากกาฝากมันทำหน้าที่ดูดอาหารจากต้นมะม่วงที่มันไปเกาะอยู่ เพื่อให้มันเจริญเติบโต พอมันเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มันก็จะต้องการอาหารจากต้นมะม่วงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามไปด้วย แล้วต้นมะม่วงก็จะตายลงในที่สุด”
หลังจากที่ได้รับฟังคำตอบ ใบหน้าและแววตาของเด็กๆ ก็หม่นเศร้าลงไปอย่างชัดเจน ส่วนสีหน้าของเจ้าของคำถามก็เช่นเดียวกัน พอสบตากับครูแคทเท่านั้นแหละ น้ำตาเธอกำลังจะไหลออกมาพร้อมกับรำพึงกับตัวเองเบาๆ ว่า “ทำไมโหดร้ายแบบนี้”
ครูแคทคิดในใจ “แย่แล้วๆ ทำไงดี ๆ เด็กคนนี้กำลังรู้สึกไม่ดีกับต้นไทรแล้ว” หลังจากคิดแล้วก็นับ ๑ ๒ ๓ ในใจ เพื่อเรียกสติและปัญญา เมื่อสติมา ปัญญาก็เกิด!!! ครูแคทสบตาจินจินอีกครั้งพร้อมกับยิ้มให้อย่างเข้าใจ แล้วก็คุยกับเด็กๆ ทุกคนว่า “เด็กๆ จำที่ครูแคทเคยเล่าเรื่องต้นไทรให้ฟังเมื่อตอนต้นภาคเรียนได้ไหมคะ...”
ต้นไทรเป็นไม้ใหญ่ ที่ให้ทั้งร่มเงา ทั้งให้ที่พักพิงหลบแดดหลบฝนของนานาสัตว์ ทั้งเป็นอาหารของสัตว์แทบทุกชนิดในป่า เพราะฉะนั้นต้นมะม่วงต้นนี้กำลังเสียสละตัวเองเพื่อให้ต้นไทรต้นไทรได้เติบโต ได้เป็นผู้ให้ของป่าต่อไป” บรรยากาศนิ่งสนิท เหมือนเด็กๆ ถูกสะกดด้วยเรื่องเล่าสั้นๆ นี้ไป ๒ นาที
ครูแคทกวาดสายตาดูสีหน้าและแววตาของเด็กอีกครั้ง เด็กๆ หลายคนทำหน้าตาทึ่งในความเสียสละ จินจินยิ้มกว้างอย่างสบายใจ เต็มพูดขึ้นว่า “โลกเราช่างประหลาดนะครับครูแคท มนุษย์เราก็ประหลาดด้วย” ครูแคทเลยหันไปยิ้มให้เต็มพร้อมกับตอบเต็มเบาๆ ว่า “นั่นสิคะ ครูแคทก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
แม้ว่าวันศุกร์นั้นจะมีทั้งคาบสอนและชั่วโมงประชุมต่อกันยาวทั้งวัน แต่ความดีงามภายในตัวของเด็กที่เผยออกมาจากคำพูด สีหน้าและแววตาเหล่านั้นกลับทำให้รู้สึกมีความสุขเกินคำบรรยาย มันเป็นวันศุกร์ วันสุข วันสุข จริงๆ
คำถามที่เคยถามมานานแสนนานเลยได้คำตอบว่า ที่ตอบก็ไม่ใช่คำตอบใหม่อะไร เพราะได้ยินกันบ่อยๆ จากพระและผู้ปฏิบัติธรรมว่า “จิตเดิมแท้ประภัสสร” ก็เพิ่งจะประจักษ์ชัดในใจวันนี้นี่เอง
การเพียรพยายามสอนธรรมะของเราที่ให้เด็ก ๆ จำศีล ๕ ข้อให้ได้ และพร่ำบอกว่า “อย่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ห้าม ๆ ห้าม ๆ” ซึ่งไม่เคยเข้าไปสั่นสะเทือนความรู้สึก และจิตสำนึกของเด็ก จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเลย แต่เรื่องเล่าเล็กๆ นี้ กลับสะเทือนจิตใจของจินจินจนทำให้น้ำตาคลอได้
แต่มุมมองใหม่ก็ทำให้จินจินเห็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของต้นมะม่วงได้ไม่ยาก เพราะในภาวะจิตที่สับสน ค้นหาคำตอบ เมื่อได้พบคำตอบที่ดีงามน่าฟังแบบนั้น จินจินและเพื่อนก็รับเอาคุณธรรมว่าด้วย “การเสียสละ” ที่ยิ่งใหญ่และชัดเจนประทับเข้าไปในใจ โดยที่ครูไม่ต้องพยายามยกตัวอย่างให้เหนื่อยเลย
นี่ก็คงเป็นคำตอบให้กับตัวเองได้ว่า แท้จริงแล้วการสอนคุณธรรมอาจไม่จำเป็นต้องแยกออกมาเป็นชั่วโมงวิชาคุณธรรมก็ได้ เพราะเราสามารถสอนได้ทุกเวลา และคุณธรรมเหล่านั้นก็ปรากฏอยู่ในบริบทของเหตุการณ์จริง ที่ช่วยสอนให้เด็กเกิดความเข้าใจได้อย่างประจักษ์ชัด โดยไม่ต้องท่องคำนิยาม