กระบวนการสร้างครูที่เพลินกับการพัฒนา (๙๑) : ประทับไว้ในใจ


 

เคยสงสัยมาตลอดว่า  การที่เราจะเป็นคนดี  มีคุณธรรม มีความอ่อนโยนต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวนั้น  จะต้องทำอย่างไร  ประสบการณ์แบบไหนที่เราควรได้รับในวัยเด็ก  จนกระทั่งมาเป็นครูความสงสัยนี้ก็ยังไม่หายไปไหน

 

จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คุณครูแคท - คัทลียา รัตนวงศ์ ก็ได้ค้นพบคำตอบในขณะที่เด็กๆ ชั้น ๒ กำลังตามหารากพิเศษชนิดต่าง ๆ ที่มีในโรงเรียนไปตามแผนผังที่ครูสร้างขึ้น  หลังจากที่สังเกตและบันทึกด้วยการวาดภาพรากกาฝากของต้นไทรเสร็จ และตั้งแถวเพื่อจะไปตามหารากชนิดอื่นต่อไปจินจิน ๒/๓ ถามขึ้นมาว่า  “ครูแคทคะทำไมในแผนผังครูแคทถึงเขียนว่า ‘รากแห่งการทำลายล้าง’ คะ”

 

ครูแคทจึงเล่าให้นักเรียนทุกคนฟังว่า “ก็เพราะว่ารากกาฝากมันทำหน้าที่ดูดอาหารจากต้นมะม่วงที่มันไปเกาะอยู่ เพื่อให้มันเจริญเติบโต พอมันเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มันก็จะต้องการอาหารจากต้นมะม่วงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามไปด้วย แล้วต้นมะม่วงก็จะตายลงในที่สุด”

 

หลังจากที่ได้รับฟังคำตอบ ใบหน้าและแววตาของเด็กๆ ก็หม่นเศร้าลงไปอย่างชัดเจน   ส่วนสีหน้าของเจ้าของคำถามก็เช่นเดียวกัน  พอสบตากับครูแคทเท่านั้นแหละ  น้ำตาเธอกำลังจะไหลออกมาพร้อมกับรำพึงกับตัวเองเบาๆ ว่า “ทำไมโหดร้ายแบบนี้”

 

ครูแคทคิดในใจ “แย่แล้วๆ ทำไงดี ๆ เด็กคนนี้กำลังรู้สึกไม่ดีกับต้นไทรแล้ว” หลังจากคิดแล้วก็นับ ๑ ๒ ๓ ในใจ เพื่อเรียกสติและปัญญา เมื่อสติมา ปัญญาก็เกิด!!!  ครูแคทสบตาจินจินอีกครั้งพร้อมกับยิ้มให้อย่างเข้าใจ  แล้วก็คุยกับเด็กๆ ทุกคนว่า  “เด็กๆ จำที่ครูแคทเคยเล่าเรื่องต้นไทรให้ฟังเมื่อตอนต้นภาคเรียนได้ไหมคะ...”

 

ต้นไทรเป็นไม้ใหญ่ ที่ให้ทั้งร่มเงา ทั้งให้ที่พักพิงหลบแดดหลบฝนของนานาสัตว์ ทั้งเป็นอาหารของสัตว์แทบทุกชนิดในป่า  เพราะฉะนั้นต้นมะม่วงต้นนี้กำลังเสียสละตัวเองเพื่อให้ต้นไทรต้นไทรได้เติบโต  ได้เป็นผู้ให้ของป่าต่อไป”  บรรยากาศนิ่งสนิท  เหมือนเด็กๆ ถูกสะกดด้วยเรื่องเล่าสั้นๆ นี้ไป ๒ นาที 

 

ครูแคทกวาดสายตาดูสีหน้าและแววตาของเด็กอีกครั้ง  เด็กๆ หลายคนทำหน้าตาทึ่งในความเสียสละ  จินจินยิ้มกว้างอย่างสบายใจ  เต็มพูดขึ้นว่า “โลกเราช่างประหลาดนะครับครูแคท มนุษย์เราก็ประหลาดด้วย” ครูแคทเลยหันไปยิ้มให้เต็มพร้อมกับตอบเต็มเบาๆ ว่า “นั่นสิคะ ครูแคทก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” 

 

แม้ว่าวันศุกร์นั้นจะมีทั้งคาบสอนและชั่วโมงประชุมต่อกันยาวทั้งวัน  แต่ความดีงามภายในตัวของเด็กที่เผยออกมาจากคำพูด สีหน้าและแววตาเหล่านั้นกลับทำให้รู้สึกมีความสุขเกินคำบรรยาย  มันเป็นวันศุกร์ วันสุข วันสุข จริงๆ

 

คำถามที่เคยถามมานานแสนนานเลยได้คำตอบว่า ที่ตอบก็ไม่ใช่คำตอบใหม่อะไร  เพราะได้ยินกันบ่อยๆ จากพระและผู้ปฏิบัติธรรมว่า “จิตเดิมแท้ประภัสสร” ก็เพิ่งจะประจักษ์ชัดในใจวันนี้นี่เอง 

 

การเพียรพยายามสอนธรรมะของเราที่ให้เด็ก ๆ จำศีล ๕ ข้อให้ได้  และพร่ำบอกว่า “อย่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  ห้าม ๆ ห้าม ๆ”  ซึ่งไม่เคยเข้าไปสั่นสะเทือนความรู้สึก  และจิตสำนึกของเด็ก จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเลย  แต่เรื่องเล่าเล็กๆ นี้  กลับสะเทือนจิตใจของจินจินจนทำให้น้ำตาคลอได้ 

 

แต่มุมมองใหม่ก็ทำให้จินจินเห็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของต้นมะม่วงได้ไม่ยาก  เพราะในภาวะจิตที่สับสน ค้นหาคำตอบ  เมื่อได้พบคำตอบที่ดีงามน่าฟังแบบนั้น  จินจินและเพื่อนก็รับเอาคุณธรรมว่าด้วย “การเสียสละ” ที่ยิ่งใหญ่และชัดเจนประทับเข้าไปในใจ โดยที่ครูไม่ต้องพยายามยกตัวอย่างให้เหนื่อยเลย   

 

นี่ก็คงเป็นคำตอบให้กับตัวเองได้ว่า แท้จริงแล้วการสอนคุณธรรมอาจไม่จำเป็นต้องแยกออกมาเป็นชั่วโมงวิชาคุณธรรมก็ได้  เพราะเราสามารถสอนได้ทุกเวลา  และคุณธรรมเหล่านั้นก็ปรากฏอยู่ในบริบทของเหตุการณ์จริง ที่ช่วยสอนให้เด็กเกิดความเข้าใจได้อย่างประจักษ์ชัด โดยไม่ต้องท่องคำนิยาม

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 495854เขียนเมื่อ 24 กรกฎาคม 2012 17:22 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 กรกฎาคม 2012 19:29 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี