เมื่อวันพุธ ๑๑ ก.ค. ๕๕  มีเรื่องขำๆ ที่เมื่อนึกถึงเมื่อไหร่ก็อดที่จะขำไม่ได้   เข้าวันนั้น  ยืนเป็นเวรอยู่หน้าประตูโรงเรียนตามปกติ  โดยส่วนตัวแล้ว คุณครูแคท – คัทลียา รัตนวงศ์  ชื่นชอบหน้าที่นี้เป็นที่สุด  เพราะเป็นช่วงเวลาเดียวที่จะได้มีโอกาสพบกับนักเรียนในชั้นอื่นๆ ที่เคยสอนมา และยังทำให้ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของนักเรียนแต่ละคนด้วย

 

และเช้าวันนั้นก็ได้พบกันไบรท์  นักเรียนมัธยมรุ่นที่ ๓ ของโรงเรียน  ซึ่งตอนนี้อยู่ชั้น ๑๒ เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันกับไบรท์เรียนจบและได้ไปเรียนต่อกันหมดแล้ว  แต่เนื่องจากไบรท์ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ฟินแลนด์ ๑ ปี  ทำให้ไบรท์ต้องเรียนช้ากว่าเพื่อน ๑ ปี  ไบร์ทจึงเป็นเด็กมัธยมคนสุดท้ายที่ครูแคทเคยสอน

 

ตอนที่ครูแคทสอนอยู่ชั้นมัธยมนั้น  ครูแคทมักจะเตือนเด็กๆ เรื่องการแต่งการบ่อยๆ เพราะเด็กวัยรุ่นมักจะมีสไตล์การแต่งกายเป็นของตัวเอง  และที่สำคัญพวกเขามักจะไม่ชอบเอาเสื้อเข้าในกางเกง  อาจจะเป็นเพราะว่านี่เป็นสัญลักษณ์ของการยอมจำนนต่อครู และกฎระเบียบกระมัง  แต่ถึงอย่างไรครูแคทก็จะไม่ยอม  แม้ว่าเรื่องนี้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย  แต่ก็ทำให้เด็กนักเรียนที่อยู่ในตึกมัธยมระมัดระวังไม่ให้เสื้อออกนอกกางเกง (อย่างน้อยๆ ก็เมื่ออยู่ต่อหน้าครูแคท) 

 

เช้าวันนั้นก็เช่นเคย  ไบรท์เดินเข้าโรงเรียนมาพร้อมกับชายเสื้อที่อยู่นอกกางเกง  โดยที่ครูแคทยังไม่ทันทำสายตาดุ และยังไม่ได้กล่าวเตือนอะไรทั้งสิ้น  เมื่อไบรท์มองมาเห็นครูแคทยืนอยู่ที่หน้าทางเข้าเขาหยุดยืนนิ่งเอาเสื้อใส่ในกางเกง  พร้อมกับยกมือขึ้นข้างหนึ่ง ทำท่าเหมือนจะห้ามไม่ให้ครูแคทพูด  พร้อมกับพูดว่า “เดี๋ยวนะครับครูแคท” พร้อมกับรีบเอาเสื้อเข้าในกางเกงให้เรียบร้อย แล้วเดินเข้ามาสวัสดีครูแคท และเดินเข้าไปในอาคารมัธยม

 

แอบอมยิ้มภูมิใจอยู่เล็กๆ ว่าอย่างน้อยๆ เขาก็รู้ว่าเมื่อเจอครูแคทต้องทำตัวอย่างไร  เขารับรู้ในความคาดหวังของครู  และครูแคทก็หวังว่าในเรื่องอื่นๆ ไบร์ทก็คงเป็นเช่นกัน

 

และในเช้าวันเดียวกันนี้  เป็นวันที่ครูแคทจะต้องจัดตารางเวลามาพบกับครูใหม่เพื่อทำบันทึก KM  และเมื่อพบหน้ากันในเช้าวันพุธแบบนี้  ครูใหม่ก็จะต้องถามว่า  “วันนี้มีอะไรดีๆ มาเล่าให้พี่ฟังบ้าง”

 

พอถึงเวลาทำงานก็ได้เล่าเรื่องนี้ให้ครูใหม่ฟังขำๆ (อวดลูกศิษย์เล็กน้อย) ว่าไบร์ททำอะไรเมื่อเช้า  พอฟังจบ  ครูใหม่ก็ขำยกใหญ่เลย   ครูแคทก็เลยงงๆ มันไม่ขำขนาดนั้นเสียหน่อย  ฟังจบน่าจะชมเด็ก หรือไม่ก็ชมครูสักหน่อย นี่เอาแต่ขำอย่างเดียวเลย

 

แล้วครูใหม่ก็เฉลยว่า “เหมือนแคทเลย!!”   

 

โอ๊ะ!!  จริงด้วย...  เหมือนกันทั้งท่าทางและคำพูดเลย *_* ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่าทุกครั้งที่เจอหน้าครูใหม่ โดยที่ครูใหม่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย  ครูแคทก็ทำมือคล้ายๆ กับไบรท์  พร้อมกับพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวนะคะพี่ใหม่” แล้วก็หยุดคิดนิดหนึ่งว่าวันนี้จะเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง เพื่อกลั่นออกมาเป็นบันทึกดี

 

เรื่องเล่าขำๆ เรื่องนี้  เป็นเครื่องยืนยันว่าคาถาที่ครูเพลินทุกคนจำได้ขึ้นใจว่า “เด็กเป็นอย่างที่ครูเป็น ไม่ได้เป็นอย่างที่ครูสอน” จริงแท้แน่นอน...

 

ในความเป็นครู  เราจะต้องเตรียมหลายสิ่งหลายอย่างที่จะช่วยทำให้เด็กเข้าใจในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนดีๆ สื่อเยี่ยมๆ เรื่องราวที่ตื่นเต้นเร้าใจ และอื่นๆ อีกมากมาย  แต่... สิ่งที่หนึ่งเราจะลืมเสียไม่ได้เลย  นั่นก็คือ  ครูจะต้อง เป็นอย่างที่เราบอกให้เขาเป็นให้ได้เสียก่อน