วันนี้บังเอิญไฟฟ้าดับ ผมเลยก่อเตาถ่านหุงข้าว คอยใช้ทัพพีคนข้าวจนเคี่ยวได้ที่ แล้วหาไม้ขัดหม้อยกลงมารินน้ำข้าวใส่ถ้วย จนน้ำสะเด็ดแล้วก็นำไปดง(ทำให้น้ำข้าวที่ยังรินไม่สะเด็ดแห้ง)พลิกไปพลิกมากับเตาถ่าน ก็ได้ข้าวสวยพร้อมน้ำข้าวหอมฉุยไว้รับประทาน
ระหว่างหุงข้าวแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงตอนเป็นเด็ก เราทำแบบนี้เป็นวิถีชีวิตปกติ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ด้วยความซนในวัยเด็ก พอรินนำข้าวเสร็จนำขึ้นเตาไปดงไว้บนเตา ก็เผลอไปเล่นเพลินจนข้าวไหม้ เลยถูกแม่เอาไม้ขัดหม้อนั่นแหละไล่ตี
มีวิถีชีวิตอีกหลายอย่างที่พอแลหลังย้อนอดีตแล้วทำให้เราชุ่มชื่นหัวใจ ตอนเป็นหนุ่มเวลาเกี้ยวสาว ก็เขียนจดหมายรักพรรณนาจนได้อารมณ์ เมื่อวานนี้ได้ดูละครช่อง 3 เรื่องธรณีนี่นี้ใครครอง เห็นณเดชเขียนจดหมายจากไร่ถึงญาญ่า อีกฝ่ายก็รอคอยจดหมายกัน ดูแล้วได้อารมณ์จริงๆ(เราอาจจะโบราณไปก็ได้)
แต่พอเห็นหนุ่มสาวในยุคปัจจุบัน SMS,เฟสบุ๊คฯลฯ เจ๊าะแจ๊ะกัน ด้วยภาษาวัยรุ่น คำสองคำ แล้วคลิ๊กถึงกันได้ทันใจ ทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตปัจจุบันแทบทุกอย่างผูกติดอยู่กับระบบดิจิตอล ทำอะไรก็ทำด้วยความร้อนรน ไม่รู้จักการรอคอย จิตใจแข็งกระด้าง คิดถึงแต่ประโยชน์ของตัวเอง ความกตัญญูรู้คุณคนหดหาย ไม่พอใจอะไรก็ตอบโต้ด้วยอารมณ์ชั่ววูบฯลฯ เราจึงเห็นข่าวการยกพวกตีกัน การทะเลาะเบาะแว้ง การหย่าร้าง เปลี่ยนคู่ คิดสั้น หิวกระหายเงิน รักกันด้วยผลประโยชน์ฯลฯ
นึกถึงชีวิตในสังคมวัยเด็กจนถึงหนุ่มสาว เรามีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ มีครอบครัวที่อบอุ่น โดยไม่มีเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกใดใดให้เราใช้ เรารู้จักการรอคอย มีความสุขที่ได้รอคอยจดหมายจากคนรัก ได้เขียน ได้อ่านจดหมายที่ให้อารมณ์ความรู้สึก รักกันด้วยใจไม่มีสิ่งใดแอบแฝง ปฎิบัติต่อญาติผู้ใหญ่ด้วยความเคารพ นอบน้อม กตัญญู ปฏิบัติต่อเพื่อนคนทั่วไปอย่างจริงใจ รู้จักการแบ่งปัน เอาแรงกัน ฯลฯ
เทคโนโลยีทำให้ชีวิตเราแย่ลงใช่ไหม? ก็คงไม่ใช่เช่นนั้นทั้งหมด ทุกอย่างมีด้านดีด้านไม่ดี มีด้านบวกด้านลบเสมอ เทคโนโลยีทำให้เราสะดวกสบายขึ้นมากทีเดียว แต่ถ้าเราใช้มันอย่างขาดสติ ขาดสัมปชัญญะ(ปัญญา) ก็จะติดยึดอยู่กับเปลือกนอก ให้เทคโนโลยีครอบงำเรา ก่อให้เกิดการสะสมกิเลสตัณหาที่เป็นสมุทัยแห่งทุกข์วันแล้ววันเล่า จนแทบไม่เหลือจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ให้เห็น อย่างนี้เรียกว่าความเจริญงอกงามได้หรือไม่
ขณะที่โลกแห่งเทคโนโลยีเข้ามาในวงจรชีวิตเราอย่างรวดเร็วจนแทบตามไม่ทัน และนี่แท็ปเล็ทก็กำลังเข้ามาแทนที่กระดานชนวนในชั้น ป.1 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ต้องคอยดูแลบุตรหลานให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างมีสติและปัญญาก็แล้วกัน...
ผลกระทบที่ไม่อาจมองข้ามจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจนแทบไม่เหลือวิถีชีวิตแบบไทยๆของเราในอดีต
เทคโนโลยีทำให้ชีวิตเราแย่ลงใช่ไหม? ก็คงไม่ใช่เช่นนั้นทั้งหมด ทุกอย่างมีด้านดีด้านไม่ดี มีด้านบวกด้านลบเสมอ
12 คนชอบ
เทคโนโลยี ==> ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ทั้งทางที่ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น (เช่น ATM) ทางที่ไม่ดี ต้องระวังให้มากขึ้น ถ้าไม่ระวัง เงินอาจ โอนไปอยู่บัญชีผู้อื่นได้นะคะ
ขอบคุณบทความดีดีนี้นะคะ
ขณะบันทึกบทความนี้ผมก็ใช้เทคโนโลยีเหมือนกัน แต่ก็พยายามใช้อย่างมีสติ และไม่ลืมรากเหง้าของผมเอง
สวัสดีครับ สมัยนี้ พอไฟดับแล้วทำอะไรกันไม่ถูก เพราะไม่ได้เตรียมการไว้
ผมยังนึกถึงเวลาติดไฟแดงตามสี่แยกห้าแยก ปกติไฟแดงประมาณครึ่งนาที หรือเต็มที่ก็สองนาที (ไม่นับรถติดหนักๆ) ทั้งมอเตอร์ไซค์ ทั้งรถเก๋งดูเหมือนไม่อยากจะรอกันเลย ทั้งๆที่ใช้เวลาแป๊บเดียว
คนยุคเทคโนโลยีจะใจร้อนรออะไรไม่ค่อยเป็น แต่ก็ชอบทำให้คนอื่นรอ(ไม่ตรงเวลา) นอนดึกตื่นสายเพราะมัวเล่นเกมและแช็ตกัน คนสมัยก่อนสองทุ่มก็นอนแล้วและตื่นตีสี่ตีห้าออกไปทำมาหากิน
เยี่ยมชมบันทึกดีดีและส่งต่อกำลังใจคะ
การเข้ามาของเทคโนฯ ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนคะ
ดีในด้านความสะดวกสบาย ทันยุค ทันสมัย ทันโลก
จนบางครั้งหลายๆคนลืมนึกถึง..สิ่งสำคัญที่สุดคือ
วิถีแห่งความเป็นไทย สิ่งดีดี ที่ปลูกฝังสืบทอดต่อๆกันมา
ภาษาที่เด็กใช้ในการสนทนาในร้าน internet ได้ยินแล้ว
หนักใจคะ ..."อนาคตของชาติ" ได้แต่หวังว่าคงเป็นเด็กส่วนน้อย
ที่เป็นแบบนี้
ไม่ว่าโลกจะก้าวหน้าไปอย่างไร..หากจัดการด้วยสติที่รอบคอบ..ย่อมลดผลกระทบได้อย่างสมดุลค่ะ
ขอบคุณและเห็นด้วยกับความเห็นของทุกท่านครับ ทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป หมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอดเวลา เราคงพิจารณาและใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติและมีสัมปชัญญะ(ปัญญารู้ตัวทั่วพร้อม)ก็จะทำให้เรามีปัญญา เข้าใจคุณประโยชน์และโทษของเทคโนโลยีได้อย่างแยกแยะ
ขอบคุณ ดร.ขจิต ได้ติดตามผลงานด้วยความชื่นชมครับ ตอนนี้เกษียณแล้ว 2 ปี มีความสุขมากครับ "ปลูกต้นไม้ ปฏิบัติธรรม ออกกำลังกาย ไปท่องเที่ยว และช่วยเหลือสังคม" ได้ใช้ชีวิตที่พอเพียงย้อนยุคสมัยเป็นบุญถึงครับ
เราคิดว่า...ใช้เทคโนโลยี...ทันสมัย เราคิดว่า...ไม่ใช้เทคโนโลยี...ล้าหลัง
สับสนกับสื่อเทคโนโลยี ทุกวันนี้ครูกับนักเรียนคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง นักเรียนใช้สื่อเทคโนโลยีจนพูดไม่เป็น เขียนหนังสืออ่านไม่ออก มีอะไรก็บอกกับสื่อ ระบายกับสื่อเป็นส่วนใหญ่
เราชาวนาอยู่กับคันไถ ดินโคลน ทุ่งนาสีเขียว ไม่เห็นจะมีอะไรซับซ้อนเฉกเช่นมีเทคโนโลยี.
ก็อย่างว่าแหละครับ ทุกอย่างมีด้านดีด้านไม่ดี เราจึงต้องใช้สติและปัญญาพิจารณาใช้ให้เกิดคุณค่าไม่สร้างปัญหา เกิดผลกระทบแก่ตัวเอง ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสังคม เด็กๆวุฒิภาวะยังน้อย คงเป็นหน้าที่ของครู พ่อแม่ผู้ปกครองช่วยกันกล่อมเกลา และถ้าให้ดีตนเองก็ควรจะรู้จักเทคโนโลยีพอที่จะรู้เท่าทัน เป็นแบบอย่างและแนะนำเขาได้ แต่ที่ยากจะแก้ไขก็คือ กระแสค่านิยมสังคมที่โหมกระหน่ำยั่วยุเยามอมเมาเยาวชนตลอดเวลา เห็นใจครูและผู้ปกครองมากๆครับ
เรียกว่าต้องปรับตัวไม่ให้ตกยุคเดี๋ยวจะว่าเราเป็นไดโนเสาร์ ไม่ยอมพัฒนานะคะ