"หว่านด้วยรัก ฟูมฟักความผูกพัน มีความสุขด้วยกัน สานฝันขององค์กร" ตอนที่ 4


หว่านด้วยรัก ฟูมฟักความผูกพัน มีความสุขด้วยกัน สานฝันขององค์กร ตอนที่ 4

 

      ก่อนจะถึงวันงานไม่กี่วัน คือวันที่ 28 มิถุนายน 55 เราก็เชิญพี่  ๆ คณะกรรมการ มาร่วมกันตัดสินภาพถ่าย และ music video ซึ่งส่งกันมาเยอะพอสมควร เกือบ 60 % ของหน่วยงานในโรงพยาบาล เชื่อมั้ยเราใช้เวลาในการตัดสินเกือบ 3 ชั่วโมง สำหรับภาพถ่ายก็สวยงาม เห็นถึงความรัก ความผูกพัน บางหน่วย ก็ทำมาหลาย ๆ ภาพในรูปเดียวกัน ขนาดเราเป็นคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในหน่วยงานเขา เรายังสัมผัสได้ถึงความรู้สึก สุข และดี แล้วถ้าเจ้าของรูปมาดูเอง ก็คงได้อะไร อะไรบ้างเนอะ แล้วสำหรับ music video ก็เหมือนกัน แต่มันจะลึกซึ้งกว่าภาพถ่ายเพราะมันได้มีการร้อยเรียงเรื่องราวสิ่งที่เกิดขึ้นในหน่วยงานของเรา ออกมาเป็นเรื่องราว ประกอบกับการมีเพลงที่ช่วยสร้างความรู้สึกเพิ่มเข้าไป ก็ยิ่งก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกร่วมกันยิ่งขึ้นไปอีก

      ทั้ง 2 กิจกรรมนั้น เบื้องหลังมันก็คือ ความคิดที่ต้องการให้บุคลากรในหน่วยงานนั้นได้นำความรู้สึกที่มีต่อกันออกมาเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้พบเห็นได้ซึมซับความรู้สึกดี ความรู้สึกผูกพันที่มีอยู่มากระตุ้นเตือนจิตใต้สำนึก และจิตสำนึกว่า เราได้เคยมีประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้ร่วมกัน มีความสุขร่วมกันมา ทุกข์สุขมาด้วยกัน ดังนั้นเมื่อไหร่ที่เกิดความทุกข์เข้ามา เกิดความขุ่นข้องหมองใจเพื่อนร่วมงานขึ้นมา สิ่งนี้ก็เป็นตัวกระตุกความทรงจำดี ๆ ขึ้นมา ให้เราเห็นถึงคุณค่า เห็นถึงความดีงามของกันและกันด้า

สิ่งที่ตัวเราเองได้เรียนรู้เพิ่มมา ก็คือ

1.      ทุกหน่วยงานที่ส่งจะมีคนไม่กี่คนที่เป็นตัวตั้งตัวตี เหนื่อยยากกับการทำเรื่องนี้ สำหรับภาพถ่ายมันไม่ยากหรอก แค่หารูปที่ถ่ายร่วมกันมาแค่ 1 รูป แล้วเขียนบรรยายเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่ใช่ทุกหน่วยงานจะส่งมา ซึ่งอาจมีด้วยกันหลายสาเหตุ เช่นบางหน่วยคนอาจไม่เคยทำกิจกรรมร่วมกัน ก็เลยไม่มีภาพถ่าย หรือได้ทำกิจกรรมร่วมกันแต่ไม่ได้ถ่ายภาพไว้ แต่บางทีมีทั้งรูปที่ทำกิจกรรมร่วมกัน แต่ไม่มีคนที่ยอมเหนื่อย ก็เลยไม่ได้ส่งรูปมาก็เป็นได้

2.      สำหรับการส่ง music video นี่ก็ยิ่งยากกว่า เพราะต้องอาศัยคนที่มีความรู้ ความสามารถในการทำยิ่งกว่าภาพถ่าย แต่มันต้องใช้เวลาในการทุ่มเททำมากกว่ามาก ยิ่งทำให้เราได้เห็นถึงการทุ่มเทความรักให้กับหน่วยงาน มีตัวอย่างหนึ่งของตึกหญิง 6 พี่ตุ้น หรือพี่ผ่องพิศ อินทวิเศษ เป็นผู้ที่มุ่งมั่นมาก เมื่อได้ข่าวว่าจะมีการส่งประกวดเรื่องนี้ พี่เขามาหาบอกว่าเขาจะส่ง แล้ววันต่อมาเขาก็บอกว่าเขาได้ใช้กล้องไปถ่ายวีดีโอพี่ ๆ น้อง ๆ ในแผนกที่ร้องเพลงร่วมกัน แล้วเอามาให้เราดู มันก็ OK ระดับหนึ่งนะ แต่ไม่ได้เห็นเป็นเรื่องราวที่ร้อยเรียงได้ เราก็ให้คำแนะนำเขาไปว่า ถ้าจะให้ดีต้องมีการใส่เรื่องราวหรือภาพประกอบเพลงแล้วเอาอันนี้ไปรวม พี่ต้องไปหาโปรแกรมทำ ส่วนตัวเราก็กำลังฝึกอยู่ ใช้โปรแกรม Ulead ที่พี่แมว ห้องโสต เขาสอนเรามาอีกที ให้พี่ไปปรึกษาเขาก็ได้ แล้วพี่เขาก็หายไป พอเจอกันอีกวันเขาก็บอกว่าพี่ไปทำมาแล้ว save ไว้ แต่พอมาเปิดอีกทีก็เป็นกากะบาดหมดแล้ว ทำตั้งนานกว่าจะเสร็จตีสอง มันก็ใช้ไม่ได้เลย แต่พี่เขาไม่มีทีท่าที่จะละความพยายามเลยนะ เราให้เขาไปหาคนที่ทำเป็นทำให้ก็ได้ หรือบางแผนกเขาก็ไปจ้างเด็กทำให้เลย พี่ตุ้นก็ไม่เอา บอกว่าเกรงใจเขา จนวันสุดท้ายที่หมดเขตส่งผลงาน พี่เขาก็เอาแผ่นซีดีมาให้บอกว่า “ พี่ทำได้แค่นี้ ตอนหลัง ๆ ยังทำไม่ดี แต่ถ้ายังไม่มีใหม่มาส่งก็เอาอันนี้ไปให้คณะกรรมการดูก่อน จริง ๆ พี่ไม่ได้หวังรางวัลอะไร แต่อยากส่งผลงานของตึก ” ฟังแค่นี้เราก็รู้สึกแล้วว่าพี่เขาได้รับรางวัลไปแล้ว เขาได้เรียนรู้อะไรไปมากมายซึ่งใครจะมาเอาตรงนี้ไปจากเขาไม่ได้ แล้วก็จริงตึกเขาได้แค่รางวัลชมเชย จนวันที่เราจัดงาน พี่เขามาบอกเราด้วยสีหน้าดีใจว่า ตอนนี้พี่เขาทำเป็นแล้ว โอ้โห เห็นถึงความไม่ยอมแพ้ของเขาเลยจริง ๆ นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งตัวอย่างนะ ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบที่เราได้รับรู้ บางหน่วย หัวหน้า run เลย สั่งให้น้อง ๆ ทำ บางหน่วยก็ไม่ได้ส่งแต่พอเห็นเพื่อน ๆ ส่งกันก็อยากส่ง ไปนั่งทำกันไม่กี่คน บางหน่วยก็ช่วยกันอย่างดี ทำแล้วมาดูแล้วมาแก้กันตั้งหลายรอบ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวที่เป็นเบื้องหลังอีกเยอะ ส่งแล้วเราลืมให้กรรมการดู ต้องเรียกกรรมการมาดุใหม่ก็มี เวลาตัดสินแล้วไม่ตรงใจกรรมการทุกคนก็มี แต่ก็ต้องยอมรับในมติ แต่นั่นก็เป็นการเรียนรู้ร่วมกันอย่างหนึ่งเหมือนกัน นี่ยังไม่รวมความรู้สึกของหน่วยงานที่ได้รบทราบผลการตัดสินอีกนะ มันก็หลากหลายเหมือนกัน

3.      สุดท้าย เราก็ได้เห็นว่า คนของเรายังขาดทักษะการนำเสนอด้วยวิธีการแบบนี้ ซึ่งน่าเสียดาย เพราะเรามีความรู้ มีเรื่องราวดี ๆ มากมาย ถ้าเราสามารถสอนทักษะด้านการประชาสัมพันธ์ หรือการนำเสนอเรื่องราวแบบนี้ดี ๆ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กร และต่อประชาชนได้ เช่นถ้าเรานำเสนอความรู้เรื่องโรคต่าง ๆ ทางสื่อแบบนี้ หรือการดูแลตนเองของประชาชนเมื่อป่วยทางจิต  ก็จะดีนะ ก็เลยเกิดแผนในใจอีกแล้วว่า เราต้องจัดอบรมการทำ Music Video ให้กับคนในองค์กรของเรา โดยเชิญน้อง ๆ ที่มีทักษะในการทำ ( เราเล็งไว้แล้ว  หลายคนเหมือนกัน จากผลงานที่เขาส่งมานี่แหละ ) แต่จะจัดตอนที่คนไม่ได้มีการอบรมกันมากมายเหมือนตอนนี้ แล้วเรายัง plan ต่อไปอีกนะ ว่าปีหน้าเราจะสอนการทำหนังสั้นให้เป็น ( แหม คิดไปไกลนะ แต่ก็ดีไม่ใช่เหรอ )

เอาละ ตอนนี้ก็ได้เรียนรู้กันเยอะแล้ว เดี๋ยวจะให้ดูตัวอย่างรูปถ่ายและมิวสิกวีดีโอที่เขามาร่วมประกวดในตอนหน้า

หมายเลขบันทึก: 495660เขียนเมื่อ 22 กรกฎาคม 2012 17:30 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 กันยายน 2012 21:59 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

หว่านด้วยรัก

ฟูมฟักด้วยความพูกพัน

สุขด้วยกันทั้ง องค์กร

ขอบคุณมากนะคะ ข้อคิดดีดีนี้ค่ะ

รอเรียนรู้ สื่อรักประชาสัมพันธ์

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี