บ่ายของวันนี้...หลังจากที่เสร็จการประชุมเกี่ยวกับการป้องกัน และควบคุมโรคมือ เท้า ปาก
ผมมาโรงพยาบาล เพื่อมาเอา Urine Bag สำหรับเก็บกักปัสสาวะ... ของคนไข้พิการ...ที่มีความลำบากในการเดินทางมารับเอง....พิการมานานหลายปี...ตกจากเครื่องเสียงที่สูงมาก....เครื่องเสียงที่เป็นส่วนหนึ่งของการฉายหนังกลางแปลง...คนไข้จึงอัมพาตตั้งแต่ช่วงล่างลงไป....ไม่ถึงปี...ภรรยาทิ้ง...อยู่กับลูกสาวอีก 2 คน...แต่บ้านก็รายล้อมด้วยญาติและเพื่อนบ้านที่เห็นใจในชะตากรรม
ผมทำบัตรปกติตามขั้นตอน...ระหว่างนั่งรอแพทย์เข้าตรวจ เพื่อสั่ง Urine Bag ให้...
น้องพยาบาลที่ทำงานจิตเวชเจอผมเข้า...จึงมาทักทาย...บอกผมว่า...อย่าเพิ่งกลับ เดี๋ยวหนูพาแม่คนไข้เข้าพบแพทย์...แล้วหนูจะออกมาหา
เวลาผ่านไปตามหน้าที่ของมันสักครู่....ผมและน้องก็เจอกัน...พร้อมผู้หญิงสูงวัยท่านหนึ่ง...ซึ่งเป็นแม่ของคนไข้...หน้าตาของท่านเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์ที่เก็บเรื่องราวแสนเศร้าไว้มากมาย
น้องพยาบาลบอกว่า...พี่...คนไข้จิตเวชอยู่ในพื้นที่ของพี่....ขาดยามา 1 ปี....คุณแม่ของคนไข้มาขอรับยาให้...เพราะอาการคนไข้ผิดปกติจากเดิม...วันนี้มียากิน และยาฉีด...แต่ไม่รู้ว่าจะพาไปฉีดยาที่อนามัยอย่างไร? เพราะตอนนี้คนไข้ชอบอยู่แต่บนบ้าน...คุยไม่รู้เรื่อง...ยาเม็ดก็ไม่ค่อยกิน...คุณแม่ต้องแอบบด...และผสมใส่กับข้าวให้
ผมบอกกับคุณแม่ของคนไข้ หลังจากทราบข้อมูลคร่าวๆ และทีอยู่...ว่า...พรุ่งนี้..ใกล้เที่ยงเดี๋ยวผมจะไปฉีดยาให้....
เช้าวันรุ่งขึ้น...
ผมมาทำงาน...คนไข้ก็มารอที่อนามัยมากมาย...ตรวจโรคทั่วไป...และล้างแผล...ผู้รับบริการช่วงนี้จะมาก...ผมตั้งขอสังเกตว่า...คงเป็นเวลาก่อนฤดูกาลทำนา....แต่พอเข้าช่วงดำนา...ผู้รับบริการจะลดลงเท่าตัว...และเผลอๆ คนไข้เบาหวาน หรือโรคเรื้อรังที่นัดไว้...ก็ไม่มารับบริการตามนัด...จนต้องได้ติดตาม เพราะกลัวไม่ได้ทานยา
พอเวลาใกล้สามโมงเช้ากว่าๆ...ผมเดินทางมา อบต. เพื่อมาประชุมพิจารณาโครงการที่ชุมชน...ส่งเข้ามาของบประมาณจากกองทุนสุขภาพตำบล...ด้านส่งเสริมและป้องกันโรค
ผมเจอ อสม. ท่านหนึ่งที่อยู่กับหมู่บ้านเดียวกันคนไข้จิตเวช...อสม.เลยบอกว่า...เดี๋ยวพอเสร็จประชุมจะพาคุณหมอไปนะ...ผมรู้สึกโชคดีที่มีผู้สนับสนุนให้ผมได้ทำงานอย่างไม่โดดเดี่ยว
แล้วผมก็เดินทางมาบ้านคนไข้จิตเวช...ผู้คนแถวนั้นพอเห็นคุณหมอมา...เลยเดินตามผมด้วย...
บ้านคนไข้เป็นบ้านไม้สองชั้น...หน้าต่างหน้าบ้านว่างเปล่า เพราะกระจกแตก...แอบมองเข้าไปในตัวบ้านมืดมิด
ประตูหน้าบ้าน เหมือนไม่เคยเปิดมานาน...คงปิดตายกับอาคันตุกะที่มาเยือน...ผมเดินทางตามแม่คนไข้..เข้าบ้านผ่านประตูแคบๆ ข้างบ้าน
แม่ของคนไข้...ร้องเรียกคนไข้ให้ลงมาข้างล่าง...หลายครั้ง...คนไข้เงียบ..และเริ่มพูด...เริ่มตะโกนว่า..ไม่ลงไป
คุณแม่คนไข้ และผมขึ้นบันไดไปชั้นบนก่อน...ก่อนที่ผมจะขึ้นไปชั้นสองของบ้าน...
อสม. และผู้คนที่มาด้วยบอกว่า...คุณหมออย่าเพิ่งไป รอไปพร้อมกัน...กลัวคนไข้ทำร้ายคุณหมอ
ในวินาทีนั้น...ผมแทบไม่คิดเรื่องนี้เลย
บนชั้นสองของบ้าน...พื้นบ้าน...เต็มไปด้วยข้าวของ...เสื้อผ้า...หนังสือพิมพ์...และก้นบุหรี่มากมายเป็นกองๆ
แล้วมองไปข้างหน้า...เห็นมุ้งสีฟ้าอ่อน...มองทะลุเห็นเงาของคนไข้จางๆ ...พอเข้าไปแทบติดมุ้ง...เห็นหน้าตาคนไข้ไม่ชัดเจน...ผมมองเห็นแต่ก้นบุหรี่มากมาย...เป็นห่วงว่า...จะไฟไหม้มุ้ง และไหม้
พัดลมที่เปิดทั้งคืนทั้งวัน...สายไฟที่เก่ากรอบ...ผมห่วงไฟไหม้บ้านจริงๆ
พวกเราเกลี้ยกล่อมให้คนไข้ออกมา...แต่คนไข้ไม่ยอม...บอกว่า อยากเห็นหน้า...อยากคุยด้วย...ยังไม่มีการขอฉีดยาเลย
ผมไข้พูดกระต่ายขาเดียวว่า...ไม่ยอมออกมา..ตนเองไม่ได้ป่วย...ไม่ได้เป็นบ้า...จะมาเยี่ยมทำไม?
พูดไปพูดมาไม่ยอมออกมา...ตะโกนเสียงดัง...จนคุณแม่คนไข้ไหว้และขอโทษผม...ผมบอกคุณแม่ว่า...อย่าไหว้และขอโทษผมเลย...ผมไม่เป็นไร...ผมสงสารคนไข้และคุณแม่มากกว่า
พวกเราเลยลงมานั่งชั้นล่างบริเวณหน้าบ้าน...
แม่คนไข้เอาน้ำแข็ง และน้ำหวานมาให้ผมดื่ม...แม่เขาเตรียมต้อนรับผม...ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี...ผมขอดื่มเพียงน้ำเปล่า
แล้วเรื่องราวมากมายของบ้านและคนไข้ก็พรั่งพรู…
คนไข้ อายุ 35 ปี...ป่วยทางจิตมานานเกือบ 10 ปี...ทานยามาเรื่อยๆ ...ขาดกินยา 1 ปี... อาการก่อนหยุดกินยา...สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้อย่างเข้าใจ...ชอบถีบจักรยานและเดินรอบๆ หมู่บ้าน...
3 เดือน..คนไข้เริ่มผิดปกติ...เก็บตัวอยู่บนบ้าน...ลงมาเฉพาะเข้าห้องน้ำ...แม่ยกข้าวยกน้ำ และหาบุหรี่ให้...ส่งขึ้นบนบ้าน...เริ่มดุด่า และบ่นโวยวาย…แม่เลยตัดสินใจไปเอายาให้ที่โรงพยาบาล
10 ปี ก่อนน้องชายคนไข้...ใช้ปืนยิงตัวเองตายบนบ้าน...เป็นคนไข้จิตเวชเหมือนกัน...แม่เล่าว่า...คงเป็นเพราะยาบ้า
ตอนนี้มีคนอยู่ด้วยกันในบ้าน.. เพียง 3 คน...พ่อ แม่ และคนไข้
พ่อไม่ชอบอยู่บ้าน...แม่บอกว่า...คงทุกข์ใจที่เห็นลูกสภาพอย่างนี้
แม่ช่วงนี้...ไม่ได้ไปรับจ้างไหนเลย...หลบไปทำบุญ-นั่งสมาธิที่วัดบ้าง
ผมเห็นน้ำตาของแม่ของคนไข้..ผมสะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก
ผมลาแม่คนไข้ และทุกคน...ผมคงจะได้กลับมาที่นี้ไม่ช้านี้....และรีบโทรศัพท์บอกน้องพยาบาลจิตเวชว่า...
ทีมงานเราต้องรีบมาจัดการแล้ว...อาจจะอาศัยตำรวจ...มาช่วย...เพราะคนไข้อาการไม่ดี...น่าจะได้เป็นคนไข้ใน...ในโรงพยาบาลจิตเวช...เพราะแม่ยินยอมรักษาทุกทาง...อยากให้ลูกชายอาการดีขึ้นบ้าง
ผมมองเห็นความรักของแม่...
ผมมองเห็นหน้าต่าง...ที่ว่างเปล่า...ของคนไข้
ผมมองเห็นหน้าต่าง...ที่ว่างเปล่า...ของคุณแม่คนไข้
ผมมองเห็นหน้าต่าง...ที่ว่างเปล่า...ของตนเอง....
-มาเคารพในคุณทิมดาบมากเลยนะครับ
-มาขอใช้เป็นเครื่องสำนึกว่า...
-เราทำงานไปทำไม...ครับ
ชยพร แอคะรัจน์
"พร้อมผู้หญิงสูงวัยท่านหนึ่ง...ซึ่งเป็นแม่ของคนไข้...หน้าตาของท่านเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์ที่เก็บเรื่องราวแสนเศร้าไว้มากมาย" อ่านบทความจบ ...คุณหมอเปรียบได้แทนคำอธิบาย จริง ๆ สวัสดีครับ
หน้าต่างที่บานเกล็ดหาย เพราะต้องการรัดสายให้หน้าต่างปิด? เราคิดว่ามียา ที่ช่วยรักษาผู้ป่วยจิตเวชอันมีประสิทธิิภาพ..ถ้ากิน หมอมีหน้าที่ให้ยา แต่คนไข้จะรับยาไหม คนรอบข้างเขาจะปลอดภัยไหม เป็นหน้าที่ของ ? .. ขอบคุณการสะท้อนเรื่องราวอันมีคุณค่านี้ค่ะ
ความรักของแม่
ความเมตตาการุณของผู้มีหน้าที่เช่นคุณหมอทิมดาบและทีมงานที่ไม่ดูดาย
แม้ไม่อาจทำให้เขาหายป่วยไข้ในเร็ววัน
แต่จิตวิญญาณของสังคมและโลก ได้รับการเยียวยาและปลอบประโลมแล้ว
ดีใจแทนคุณหมอทิมดาบและทีมงานอีกหลาย ๆ ท่าน... โชคดีจังเลยที่ได้ทำหน้าที่นี้ เพราะคงมีอีกหลายคนอยากได้ทำเช่นนี้...โดยไม่มีโอกาสเลย :)
...กระจกบานที่ส่องสะท้อนเห็นเงาจากภายนอกเปรียบเหมือนร่างกาย(บำบัดภายนอก)...
...กระจกบานที่หายไปเหลือเพียงช่องว่างให้มองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในเปรียบเหมือนหัวใจ(บำบัดภายใน)...
...ขอบพระคุณค่ะ...
แวะมาทักทายและขอบคุณบันทึกดีๆ ของคุณทิมดาบที่มีหน้าต่างชีวิตและเสียงดนตรีที่ปลุกพลังชีวิตอย่างดีเยี่ยมครับผม
สวัสดีค่ะ
ยังดีที่มีโครงสร้างของบ้าน มีหลังคาบ้าน มีผนังบ้าน มีบานหน้าต่าง ถึงแม้หน้าต่างบางชิ้นจะขาดหายไปบ้าง แต่......ก็ยังมีที่ "คุ้มแดด...คุ้มฝน...สายลม...น้ำค้าง" นะคะ มองอีกมิติหนึ่ง หรือ มองเชิงบวก (Postive) = เรากับคนไข้ หรือ ตัวจะรู้สึกดี ดี ถึงแม้บางครั้ง จะเป็นการปลอดใจตนเอง (มีคนบอกว่า ถ้าเรามองคนที่ ต่ำกว่า ด้อยกว่า อย่างน้อย ก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยๆ ก็มีคน "ลำบากกว่าเรา หรือ ลำบากเท่าเรา)
ขอบคุณมากๆ สำหรับบทความดีดีนี้นะคะ
ปล. ส่งหนังสือไปให้หลานแล้วนะคะ
ให้กำลังใจให้ช่วยคนไข้ได้สำเร็จค่ะ
มนุษยธรรม เมตตาธรรม ปฎิบัติธรรม
หมอทำแล้ว หมอถึงแล้วของความเป็นหมอดีที่ประชาชนต้องการ ขอแสดงความภาคภูมิใจในตัวหมอทิมดาบด้วยครับ
เป็นกรณีศีกษาที่ผู้มีหน้าที่จ่ายยาต้องเรียนรู้ว่า
"ทำยังไงนะ คนไข้ถึงจะได้รับยาอย่างมีประสิทธิภาพ"
ชื่นชม ซาบซึ้งใจค่ะ
ขอบคุณที่ในโลกนี้มีคนดีอยู่จริง ๆ
(n____n)
...หน้าต่างบานนี้ จะเปิดรับสายลม แสงแดด ของธรรมชาติ ได้สักวัน ด้วยกำลังใจที่น่าชื่นชมของคุณหมอ ...ประวัติศาสตร์บนใบหน้าของแม่ จะบันทึกร่องรอยใหม่ในความทรงจำที่ดี ในเร็ววัน ...ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งคนไข้และคุณหมอครับ
อ่านแล้ว ช่วยเติมกำลังใจในการทำงาน ขอบคุณค่ะ