ในการศึกษาพระกรุโบราณ พบว่ามีหลายกรุมาก เช่น ชินราชใบเสมา พระหูยาน มเหศวร และซุ้มกอ เป็นต้น ที่มีเนื้อแตกต่างกันค่อนข้างมาก
ตั้งแต่เนื้อดิน เนื้อชิน สนิมแดง เงิน และสำริด ที่น่าจะเป็นปกติของการสร้างพระ ที่อาจจะเป็นการวางแผนสร้างตามวัสดุที่มี
เนื้อดินอาจจะหาวัสดุได้ง่ายที่สุด แต่ต้องมีการวางแผนสร้างแตกต่างไปจากเนื้อชิน เนื้อโลหะ เนื่องด้วยวิธีการเตรียมการและชุดความรู้ที่ต่างกัน
กล่าวคือ เนื้อดินต้องเป็นการทำแม่พิมพ์ไว้กด แล้วเผาด้วยความร้อนที่ต่างกัน
แต่เนื้อชินคงต้องทำแม่พิมพ์เป็นชุดๆในการหล่อ ที่ในขณะเดียวกันต้องเตรียมเนื้อโลหะชนิดต่างๆให้พร้อม
ในกระบวนการหลอม อาจต้องเตรียมการหลอม ที่อาจเทโลหะจากร้อนมาหาเย็น หรือจากเย็นไปหาร้อน ก็แล้วระบบการทำงาน
ที่ทำให้มีการหลอมละลายของโลหะต่างกัน และทำให้ส่วนผสมของเนื้อพระต่างกัน กล่าวคือ โลหะบางชนิด เช่น ตะกั่ว หรือ เงินอาจจะหลอมเร็วกว่า และแข็งตัวช้ากว่าโลหะอื่นๆ
ทำให้มีส่วนผสมในแต่ละองค์เริ่มแตกต่างกัน
องค์พระที่เทขณะที่โลหะกำลังหลอมละลายที่ความร้อนสูง โลหะต่างๆอาจจะเข้ากันดี ในขณะที่โลหะส่วนที่เหลือ เริ่มเย็นลง และเริ่มแยกตัวออกจากกัน ทำให้มีความแตกต่างของโลหะที่เทในพระแต่ละองค์ แตกต่างกัน
และเมื่อเย็นลง ก็อาจเหลือเฉพาะโลหะบางชนิดที่หลอมละลายที่ความร้อนต่ำ
หรือแม้กระทั่งในองค์เดียวกัน ยังมีเนื้อไม่เสมอกัน
นี่น่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งในการเกิดความแตกต่างของเนื้อในพระแต่ละองค์
เพราะเท่าที่พบ จะมีความแตกต่างกันในรายละเอียด แต่ก็คล้ายคลึงกันในหลักการอยู่พอสมควร
ดังนั้นเนื้อที่ที่แตกต่างกัน อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญก็ได้ครับ