เพียงแค่ปลูกไว้ทานเองคงไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้มากมาย เพราะผลไม้เพียงต้นเดียวก็กินกันได้ทั้งบ้านแล้ว
ได้มีโอกาสเขียนเกี่ยวกับเรื่อง ซีเอ็นเรโช (C:N Ratio) การสะสมอาหาร การเตรียมต้น เตรียมดินเพื่อให้พืชไร่ไม้ผลมีความพร้อมต่อการออกดอกอยู่บ่อยพอสมควร เหตุผลส่วนหนึ่งเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้มีโอกาสทบทวนและมีมุมมองที่แตกต่างในหลายๆแง่มุม ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำให้พืชผักผลไม้พร้อมต่อการออกดอกโดยไม่ทรมานและอุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนในการเลี้ยงดอกผลในระยะยาว โดยไม่ต้องทรมานจากการขาดแคลนสารอาหารและน้ำอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปฏิบัติโดยที่เพราะอาจจะขาดความความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างชัดแจ้ง คิดว่าการอดน้ำ การรัดกิ่ง การใช้สารเคมีทำลายระบบน้ำย่อยไนเตรท (ไนเตรทรีดั๊กเตรท) ทำลายฮอร์โมนการเกิดยอด (จิ๊บเบอเรลริค แอซิด) อย่างโพแทสเซียมคลอเรท, พาโคบิวทราโซน การหยุดแร่ธาตุหรือสารอาหารตัวใดตัวหนึ่งเพื่อทรมานให้พืชนั้นเกิดความเครียดและสร้างดอกออกมาเพื่อดำรงรักษาเผ่าพันธ์เอาไว้มิให้สูญหายไปจากโลก
เทคนิคและวิธีการต่างๆนั้นในระยะยาวจะส่งผลทำให้พืชเกิดความอ่อนแอ รูปทรงโดยรวมบิดเบี้ยวผิดรูปทั้งใบอ่อนใบแก่อาจจะหงิกงอ สั้น กลม ไม่ยืดยาวเจริญเติบโตเป็นไปตามปรกติ เพราะถูกเทคนิควิธีการปฏิบัิตที่ผิดมาตั้งแต่ต้นและยาวนาน อีกทั้งตลอดช่วงอายุขัยของพืชก็จะสั้นกว่าปรกติ เพราะต้องโหมใช้พลังงานอย่างหนักมาตลอดเปรียบเหมือนช้าง ม้า วัว ควายที่ถูกใช้แรงงานโดยให้กินยาม้ายาบ้าเพื่อใช้แรงงานแบบไม่เป็นตามธรรมชาติมากเกินไป โดยเพียงหวังให้ได้ผลิตผลออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เทคนิควิธีการต่างๆ เหล่านี้จะได้ดีเฉพาะผู้ที่มีอาชีพรับจ้างเช่าสวนทำชั่วครั้งชั่วคราว เป็นมือปืนรับจ้างทำไปเรื่อยๆ เพียงเพื่อให้ได้ผลผลิตออกมากๆแล้วขายให้ได้มากๆ ใช้เทคนิคและวิธีการดังกล่าวไปสองสามคราว ความอุดมสมบูรณ์จากดินและลำต้นกิ่งก้านใบถูกดูดใช้อย่างเต็มที่จนหมด ต้นก็จะโทรม มือปืนรับจ้างเหล่านี้ก็จะอพยพเคลื่อนย้ายไปยังสวนอื่นๆ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆโดยไม่คิดการทำแบบยั่งยืนอาศัยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเจ้าของสวนที่คิดว่าจะได้คนมาเช่าเพื่ิอดูแลบำรุงรักษาสวนให้สะอาดร่มรื่น แต่หารู้ไม่ว่าเป็นการทำลายสวนของตนเองอย่างถาวรโดยไม่รู้ตัว
การปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์โดยการเติมอินทรีย์วัตถุอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้พืชมีแร่ธาตุ สารอาหารในดินอย่างเพียงพอ การปลูกแบบเชิงเดี่ยว ทำเป็นอาชีพเพื่อขายผลผลิตก็ควรจะต้องมีการดูแลให้อาหารทางใบเพิ่มเข้าไปด้วยอีกทางเพื่อให้พืชได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนทั้งธาตุหลัก(ไนโตรเจน, ฟอสรัส, โพแทสเซียม) ธาตุรอง (แคลเซียม, แมกนีเซียม, กำมะถัน) ธาตุเสริม (เหล็ก, ทองแดง, แมงกานีส, สังกะสี, โบรอน, นิกเกิ้ล, โมลิบดินั่มฯลฯ) และธาตุเสริมประโยชน์ ( ซิลิก้า, ไคโตซาน) เพื่อไม่ให้เกษตรกรเสียโอกาสในการรับรายได้ เพียงแค่ปลูกไว้ทานเองคงไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้มากมาย เพราะผลไม้เพียงต้นเดียวก็กินกันได้ทั้งบ้านแล้ว แต่ถ้าทำเป็นอาชีพ หรือมีอาชีพเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว ยังต้องหาค่าเทอมให้ลูก ยังมีหนี้สินให้ต้องชำระผ่อนส่งกับ ธกส. ยังต้องซื้อเชื่อแปะโป้งปุ๋ยยาเคมีมาประกอบอาชีพ ยังต้องคิดว่าพรุ่งนี้จะเอาอะไรกิน (ไม่ใช่คิดว่า "พรุ่งนี้จะกินอะไรดี") ก็ควรต้องเตรียมตัว เตรียมความพร้อมให้ดีเพื่อให้ได้ผลผลิตออกมาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ยิ่งประเทศไทยมีข่าวการปลูกข้าวมีผลผลิตต่อไร่แพ้กัมพูชา ลาว เวียดนามด้วยแล้วยิ่งต้องควรใส่ใจครับ ร่ายยาวเสียเพลินจนลืมเขียนเรื่องที่ตรงกับข้อไม่ทันในวันนี้ ขออนุญาตท่านผู้อ่านไว้ต่อพรุ่งนี้แล้วกันนะครับ
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com