คนเป็นพ่อแม่ ความปรารถนาสูงสุด น่าจะเป็นความสำเร็จของลูก ไม่เคยหวังไว้สูงส่ง ทุกครั้งจะบอก ขอให้เป็นคนดี ชีวิตเราเอาเงินทองเป็นตัวตั้งไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็ยากจะมีความสุข หาเงินจนรวย แต่สุขภาพกายสุขภาพจิตแย่ ต้องอดตาหลับขับตานอน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือจนคุณภาพชีวิตที่ดีเราต้องต้องสูญเสีย อย่างนี้คงไม่ไหว

คิดดูก็แปลก ความสามารถของยีน(gene)โดยแท้ แม้จะเลี้ยงดูอบรมลูกทั้งสองมาในสภาพแวดล้อมเดียวกัน จนไปเรียนต่อก็ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน อยู่หอพักด้วยกัน แต่ทั้งคู่ต่างกันมากมาย โดยเฉพาะนิสัยและความยากง่ายของชีวิตที่ผ่านมา

(ภาพโดย : ครูกาญจนา สุวรรณเจริญ)

ลูกสาวดูจะราบรื่นไปหมด ตั้งแต่สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ความขยันขันแข็งหรือความพยายามในการเรียนหรืออ่านหนังสือจะน้อย จนจวนเจียนจะถึงเวลาสอบก็ยังไม่เอาใจใส่ จากที่ไม่เคยเข้มงวดให้ลูกอ่านหนังสือเลย แต่ครั้งนั้นอดรนทนไม่ไหว “ลูกจะเอายังไงกับตัวเอง คิดว่าแค่นี้จะสู้เขาไหวหรือ ไอ้ที่อยากจะเรียน ถ้าไม่ลงมือทำ ก็คงได้แค่อยาก หรือแค่ฝันลมๆแล้งๆเท่านั้น” หลังจากนั้นก็จริงจังขึ้นบ้าง แต่พอผลสอบถูกประกาศ เหตุการณ์ก็คลี่คลาย ทุกคนพากันยิ้มออก โดยเฉพาะพ่อแม่(ฮา)

การเรียนในมหาวิทยาลัยก็ยังเช่นเดิม ดูไม่จริงจังอยู่นั่นเอง แต่ก็สวนทางกับผลการเรียนที่ดีมาตลอดจวบจนจบปริญญาตรี หรือวิชาที่ลูกเรียนเป็นการฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งเน้นทักษะ หากได้ฝึกได้ใช้หรือตั้งใจเรียนในชั้นแล้ว ก็คงผ่านการประเมินได้ ทฤษฏี หลักการ หรือแนวคิดต่างๆ คงไม่ต้องศึกษาทำความเข้าใจมากเหมือนกับบางวิชากระมัง

สำหรับลูกชายถ้าเป็นเรื่องเรียนแทบตรงกันข้าม ทั้งที่ขยันอ่านและดูเรียนหนักกว่ามาก วันที่รู้ว่าผลการสอบโควต้าเข้ามหาวิทยาลัยพลาด เนื่องจากอยู่คนละโรงเรียน เราจึงคุยกันทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่ห่อเหี่ยวทั้งสองฝ่าย กลับมาถึงบ้านพบลูกนอนซมในชุดนักเรียนอยู่คนเดียวบนม้ายาวรับแขก ภาพที่ปรากฏประกอบกับตาแดงช้ำบนหน้าเศร้าหมองของลูกซึ่งไม่ค่อยได้เห็น ทำให้หัวใจพ่อแม่เจ็บแปลบยิ่งขึ้น น้ำตาแห่งความสงสารเอ่อล้นออกมาไม่น้อยไปกว่า “เอาใหม่ลูก พยายามอีก โอกาสเรายังมี” วันนั้นเค้นคำปลอบโยนลูกทั้งเสียงสั่นเครือได้แค่นั้น

ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ผลการเรียนต้องลุ้นกันทุกเทอม เฉียดฉิว คาบเส้น ได้แต่ให้กำลังใจ เพราะเชื่อมั่นศักยภาพบางอย่างที่ลูกมี “เราอาจเรียนไม่เก่งเท่าคนอื่น แต่พ่อเห็นลูกมีความพยายาม ต้องเอาข้อดีของเราเข้าสู้ ไม่มีอะไรเกินความพยายาม”

ตั้งแต่เด็กแล้ว ถ้าได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง เจ้าลูกชายไม่เคยถอดใจง่ายๆ ท้อแล้วเลิกแทบไม่เห็น มีแต่ไม่ได้ไม่เลิก ไม่เสร็จไม่หยุด ยิ่งเป็นงานที่ชอบหรือถนัดด้วยแล้ว ความพยายามจะเพิ่มเป็นทวีคูณ ยังเคยเทียบกับตัวเอง “ความเป็นนักสู้” เราคงไม่ได้เสี้ยว

ใจหายใจคว่ำกับลูกชายอยู่อย่างนี้ตั้งแต่เข้าเรียนปีแรก และต่อๆมาทุกภาคเรียน จะไหวหรือไม่ไหว ปีสามปีสี่เหตุการณ์ค่อยดีขึ้นบ้าง(ฮา) จนเมื่อซัมเมอร์ที่เพิ่งผ่านมานี้เอง ก็ได้สิทธิ์ลุ้นระทึกครั้งสำคัญ จบหรือไม่จบ และแล้วความสำเร็จก็มาเยือนจนได้ ทุกคนพากันโล่งอก หลังจากหายใจไม่คล่องกันมา 3-4 ปีเต็มๆ(ฮา)

ความต่างของลูกทั้งสอง เป็นบทเรียนให้กับชีวิตครูตัวเองได้เป็นอย่างดี คนเราต่างกันจริงๆ ขนาดมาจากครอบครัวเดียวกัน เลี้ยงดูอบรมเหมือนกัน นิสัยใจคอหรือการดำเนินชีวิตกลับต่างกัน

สำหรับลูกศิษย์ซึ่งห้องหนึ่งมีร่วม 30-40 คน ครูเราต้องเรียนรู้ให้หนักในเรื่องเหล่านี้ แค่ลูกสองคนยังต้องสนองให้สอดคล้องด้วยคนละวิธี เมื่อลูกศิษย์มากถึง 30-40 คน ก็คงต้องอาศัยสัก 30-40 วิธีเป็นอย่างน้อย