ธุ อ.ธนิตย์ค่ะ..

 

อ่านจบแล้ว..รู้สึกเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อมากขึ้น (พ่อตัวเอง)    เมื่อก่อนตอนยังเด็ก..ต้อมก็จะเข้าใจ (เอาเอง)ว่า พ่อเรานี่แปลกคน   อยากให้เราเรียนซ้ำชั้น  ทั้งที่เราจะพาสชั้นขึ้นไปก็ได้   ทำไมนะ..ทำไม..   ไม่เข้าใจพ่อเลยจริงๆๆ

แต่พอโตขึ้นก็เข้าใจ   คงเพราะพ่อรู้จักเราดีเสียยิ่งกว่าใคร   พ่อไม่อยากให้เราลำพอง  ไม่อยากให้เราผยอง   พ่ออยากกำหลาบเราไว้   ให้เดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ และงดงาม   

 

พ่อไม่เคยมานั่งสอนการบ้าน   วันไหนที่ไม่เข้าใจการบ้าน   พ่อโยนหนังสือ key ให้หาคำตอบในนั้นเอง    คนอื่นอาจจะคิดว่า "เฮ้ย! ทำไมครูทำแบบนี้?"    แต่วินาทีที่พ่อโยนให้   ต้อมก็เข้าใจนะว่าพ่ออยากให้ค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง   มันไม่ใช่แค่การเปิดดูคำตอบ   แต่หมายถึง..พ่ออยากให้คิดเอง - ทำเอง - เรียนรู้ด้วยตัวเอง      และแน่นอน..ว่า..ดูเหมือนพ่อไม่เคยสอนอะไร     แต่..นั่นคือวิธีสอนของพ่อ    ซึ่งต้อมเข้าใจในสิ่งที่พ่อทำ (แต่ก็แอบคิดอยู่ดีว่าพ่อเราไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเลยว่ะ 55)  

 

ในวันที่สอบโควต้า  สอบอะไรได้  พ่อไม่เคยทำหน้าดีใจให้เห็น  และเช่นกันในวันที่สอบตกสัมภาษณ์..พ่อก็ไม่เคยดุด่าว่าบ่น (ดูเหมือนจะเป็นน้อยคนที่ตกสัมภาษณ์  เพราะลูกของพ่อไม่ยอมคุยกับคนแปลกหน้า 55)     พ่อก็ยังเป็นพ่อที่ไม่ได้บังคับว่าลูกจะต้องไปเรียนโน่นนี่นั่น  พ่อก็แค่บอกว่า.. "ไปเรียนพยาบาลสิ  มีโควต้าอยู่    ไม่ก็ไปสมัครเรียนตำรวจเหมือนลูกศิษย์พ่อ"     แต่พับผ่า..ต้อมดันไปเรียนไฟฟ้า    ซึ่งพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร     ก็คงเหมือนตอนที่พ่อให้ไปเรียนต่อโรงเรียนดัง แต่ลูกดันแอบเก็บชุดนักเรียนใส่ถุงกระดาษมาเปลี่ยนเพื่อสมัครเรียนในโรงเรียนเดิม  ฮา...  

อ่านบันทึกของอาจารย์แล้ว..  ณ ตอนนั้นพ่อของต้อมก็คงจะลุ้นเหมือนกันนะคะในแต่ละช่วงของลูก  เพียงแต่พ่อไม่พูด  555   คนเป็นครูนี่..งานหนักนะคะ   แถมยังต้องเป็น "พ่อ" อีก

 

(=^^=)  ยินดีกับน้องๆ ด้วยค่ะ ที่เรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัย