การเรียนการสอนที่มุ่งให้นิสิตเป็นศูนย์กลาง (Student Centered Learning) ทั้งนิสิตและนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ขณะที่อาจารย์ก็ไม่ได้ละเลย หรือทิ้งขว้างให้นิสิตในแต่ละกลุ่มเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังโดดๆ หากแต่ยังมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็น “ครู” ด้วยสไตล์ของการเป็น “โค้ช” (Coaching Style) ที่เฝ้าดูและหนุนเสริมอยู่ใกล้ๆ

วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕  เป็นอีกวันที่ผมไม่ต้องนั่งจำเจอยู่ในห้องทำงาน  เพราะมีโอกาสได้ออกพื้นที่สังเกตการณ์โครงการ “การจัดการโรงอาหารของโรงเรียนตามาตรฐาน GMP” ของภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนาศาสตร์

โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในกิจกรรมตามนโยบายเชิงรุกของการ “บริการวิชาการแก่สังคม” (หนึ่งหลักสูตร หนึ่งชุมชน) ที่มุ่งให้คณาจารย์และนิสิตบูรณาการความรู้จากสาขาวิชาชีพไปประยุกต์ใช้กับสังคมและชุมชน ภายใต้กลไกหลักคือ “เรียนรู้คู่บริการ”

 


 

เงียบหายไปนานแต่ขับเคลื่อนได้รวดเร็วและมีพลัง >>>


สารภาพตรงนี้ว่าเดิมโครงการดังกล่าว “นิ่งเงียบไปนานจนน่าใจหาย”   ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าประสบปัญหาอะไร  ได้แต่ลุ้นอยู่อย่างเงียบๆ ว่าเมื่อไหร่จะได้เวลาเปิดตัวกับใครเขาซะที  กระทั่งมีการลงนามความร่วมมือเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงเห็น “พลัง” บางอย่างฉายเด่นอย่างน่าทึ่ง  เพราะแทนที่จะมีแต่ภาควิชาฯ กับชุมชน (โรงเรียนพระกุมารมหาสารคาม) เท่านั้น  แต่เห็นว่ายกทีมความเป็น “คณะเทคโนโลยี” มาทั้งหมดเลยก็ว่าได้

และถัดจากนั้นไม่นานนัก ผมก็ได้รับรู้ถึงโปรแกรมการปฏิบัติการในชุมชนที่ระบุชัดแจ้งว่าจะมีขึ้นในห้วงวันที่ ๑๓,๑๖ และ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ –

 

 

ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับทีมงานหลายท่านในโครงการนี้  สิ่งที่ประทับใจมากก็คือระบบการทำงานอย่างเป็น “ทีม”  มีกระบวนการ PDCA อย่างเป็นระบบ  นับตั้งแต่สำรวจความต้องการของโรงเรียน  ทำการ SWOT  ค้นหา “โจทย์” ที่ต้องร่วมกันดำเนินการ

  • ซึ่งน่าภาคภูมิใจไม่น้อยที่มหาวิทยาลัยสามารถทำงานร่วมกับโรงเรียน/ชุมชนอย่างสนิทแน่น  ดังจะเห็นได้จากทางโรงเรียนมุ่งมั่นถึงขั้นเสนอแนะปรับแก้เอกสารโครงการ  ร่วมกำหนดวัตถุประสงค์ ร่วมกำหนดกลุ่มเป้าหมายต่างๆ อย่างฉะฉาน  ทำให้งานครั้งนี้ครอบคลุม “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Stakeholders) ครบถ้วน ทั้งครู นักเรียน แม่ครัว ผู้ปกครอง รวมถึงอาจารย์และนิสิต

 

 

 

 

ออกแบบกิจกรรมให้นิสิตเป็นกลไกหลักของการขับเคลื่อน>>>


นอกจากนี้คณะทำงานจากภาควิชาฯ  ยังบอกเล่าให้เห็นถึงกระบวนการที่เป็นรูปธรรมทั้งในมิติ “อาจารย์กับอาจารย์” และ “นิสิตกับนิสิต” หรือแม้แต่ “นิสิตกับอาจารย์”  กล่าวคือ ...

 

  • ในระยะต้นก่อนเปิดเรียนนั้น  ภายในภาควิชามีการประชุมวางแผนการดำเนินงาน มอบภารกิจให้อาจารย์ทุกคนมีส่วนรับผิดชอบต่อกิจกรรม นับตั้งแต่การศึกษาค้นคว้ากรอบแนวคิดที่เกี่ยวข้อง  เพื่อแปลงสู่การจัดทำเอกสาร และออกแบบกิจกรรมเป็นฐานการเรียนรู้จำนวน  ๖ ฐาน  ซึ่งฐานที่ว่านั้น  ก็มาจากหลักเกณฑ์ของสุขลักษณะที่ดีในสถานที่ผลิตและให้บริการอาหาร หรือ (GMP : Good Manufacturing Practice)  

  • ซึ่งผมมองว่า เป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นการมีส่วนร่วมของคนในองค์กร (Participative Style)  ที่น่าสนใจ  ไม่ใช่ทำกันเพียงไม่กี่คน แต่นี่คือ “ทำงาน” กันทั้ง “ภาค” ก็ว่าได้

 

 

กระทั่งเมื่อเปิดเรียน อาจารย์ก็เปิดรับสมัครนิสิตในวิชาเรียนฯ  เข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละฐาน โดยแต่ละฐานจะระบุจำนวนคน  คุณสมบัติของคน และเนื้อหาในฐานแต่ละฐานไว้อย่างชัดเจน

 

  • เมื่อนิสิตสมัครเข้าฐานการเรียนรู้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  อาจารย์ประจำฐานก็ประชุมร่วมกับนิสิต อธิบายภาพรวมโครงการให้รับรู้ร่วมกัน  รวมถึงวิเคราะห์ความถนัดของนิสิตว่า “เหมาะกับฐานเรียนรู้” หรือไม่  เป็นการเปิดโอกาสให้นิสิตได้ “ทบทวนตัวเอง” อีกครั้ง 

  • ส่วนจะมีการเปลี่ยนใจ หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับนิสิต  ยกเว้นบางคนเท่านั้นที่อาจารย์จำต้องหยิบจับให้เปลี่ยนกลุ่ม เพื่อเสริมกระบวนการให้มีพลังมากขึ้นกว่าเดิม เสมือนการใช้คนให้ตรงกับงาน (Put the Man on the Right Job)

 

ถัดจากนั้นอาจารย์ได้เปิดพื้นที่ให้  “นิสิต” ออกแบบกิจกรรมในฐานของตัวเองว่า...”จะทำอะไร  จะสื่อสารเนื้อหาต่อกลุ่มเป้าหมายอย่างไร  รวมถึงการประดิดประดอยอุปกรณ์ต่างๆ ประกอบการเรียนรู้ในแต่ละฐานอย่างประหยัด  และแบ่งหน้าที่การทำงานในแต่ละฐาน”...

 

นอกจากนั้นยังแบ่งหน้าที่นิสิตออกเป็น ๓ กลุ่มใหญ่ๆ คือ (๑) เอกสาร (๒) ปฏิคม (๓) ปฏิบัติการฐาน  ซึ่งในกลุ่มที่จัดทำเอกสารนั้น  นิสิตถึงขั้นวาดภาพประกอบเอกสารเองก็มี ส่วนบางภาพก็ดาวน์โหลดมาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เรียกได้ว่าเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน

 

 

 

เรียนรู้แบบบันเทิงเริงปัญญา>>>

 


สำหรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๓ มิถุนายนนั้น  ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ๒ กิจกรรมคือ ๑) บรรยายให้ความรู้ในเรื่องโรงอาหารมาตรฐาน GMP (กลุ่มเป้าหมาย คือ ป.๔-ป.๖)  และ ๒) กิจกรรมฐานการเรียนรู้โรงอาหารมาตรฐาน GMP (กลุ่มเป้าหมาย คือ ป.๑-ป.๓)  

 

 

ผมชื่นชมกระบวนการเหล่านี้มาก  โดยเฉพาะการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมในแต่ละฐาน  เพราะนิสิตสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ  ครบอรรถรสในแบบ “บันเทิงเริงปัญญา”  นิสิตมีทักษะในการรับมือกับ “เด็กๆ”  ได้อย่างมหัศจรรย์  สามารถสื่อสารความเป็นวิชาการให้น้องๆ นักเรียนได้ซึมซับอย่างไม่รู้สึกเบื่อ  มีการประเมินผลก่อนเรียนรู้   พอเข้าฐานแต่ละฐานก็ประเมินซ้ำอีกรอบว่าเด็กๆ ได้เรียนรู้อะไร  เข้าใจอะไร..

และที่สำคัญคือมีสมุดบันทึกการเรียนรู้ประจำตัวนักเรียนกันทุกคน-

 

 


การประเมินผลการเรียนรู้ประจำฐาน

 

โดยส่วนตัวผมมองว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นนั้น  เป็นกลยุทธของการเรียนการสอนที่มุ่งให้นิสิตเป็นศูนย์กลาง (Student Centered Learning)  ทั้งนิสิตและนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง (Learning by Doing)  ขณะที่อาจารย์ก็ไม่ได้ละเลย  หรือทิ้งขว้างให้นิสิตในแต่ละกลุ่มเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังโดดๆ  หากแต่ยังมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็น “ครู” ด้วยสไตล์ของการเป็น  “โค้ช”  (Coaching Style) ที่เฝ้าดูและหนุนเสริมอยู่ใกล้ๆ

 


ฐานการเรียนรู้ว่าด้วยเรื่องโรงอาหารในฝันที่ถูกสุขลักษณะ


ฐานการเรียนรู้ว่าด้วยเรื่องผู้ประกอบการอาหาร

  

 

 

บทสรุปของผู้สังเกตการณ์>>>

 

อาจกล่าวว่ากิจกรรมในครั้งนี้  เปิดตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เห็นการทำงานร่วมในสไตล์ของการมีส่วนร่วม (Participative) ที่เป็นรูปธรรมในมหาวิทยาลัย (ภาควิชา) และระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน  รวมถึงกระบวนการทำงานที่มุ่งเน้นสไตล์ของการสร้างเสริมมิตรภาพ (Affiliative Style)  อันเป็นหนึ่งเดียวระหว่างอาจารย์กับนิสิต  โดยใช้กิจกรรมการบรรยายและฐานกิจกรรมเป็นเครื่องมือของการ “เรียนรู้คู่บริการ” จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน

 


ผศ.ดร.อนุชิตา มุ่งงาม : ผู้รับผิดชอบหลัก

 

 

นอกจากนี้ผมยังมองว่า ความรู้ หรือความเข้าใจที่เกิดจากการเรียนรู้เช่นนี้  นักเรียนยังใช้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้น-ตรวจสอบกระบวนการในโรงอาหารได้เป็นอย่างดี  รวมถึงการนำความรู้กลับไปประยุกต์ใช้ที่บ้าน หรือครัวเรือนของตัวเอง

 

ยิ่งในวันที่ ๑๖ และ ๒๐ ที่จะถึงนั้น  จะมีการอบรมให้ความรู้แก่ครู  แม่ครัว พ่อครัว พ่อค้าแม่ค้า และผู้ปกครอง รวมถึงการสลับกลุ่มนักเรียนชั้นประถมปีที่ ๔-๖ มาเข้าฐาน และให้นักเรียนชั้นประถมปีที่ ๑-๓ สลับไปฟังบรรยายแทน  สื่อให้เห็นถึงการเรียนรู้ที่ครบวงจรในระดับหนึ่ง 

 


ฐานการเรียนรู้เรื่อง "ล้างพืชผักผลไม้"


ฐานการเรียนรู้เรื่องกระบวนการปรุงอาหาร

  

 

ส่วนกระบวนการของการสร้างแกนนำเป็นกลุ่มก้อนของนักเรียน  (อย.น้อย) หรือแม้แต่การประเมินคุณภาพของโรงอาหาร  ก็ยังต้องใช้เวลาหนุนเสริมและเฝ้าดูกันอีกต่อไป

  • ซึ่งผมมองว่าไม่ไกลเกินเอื้อม เป็นแน่ -