แม่พิมพ์ของชาติ

  ติดต่อ

  • ความจริงดิฉัน มีลูกสาว 4 คน คนที่ 4 คนเล็กสุด เพิ่งคลอดเมื่อ เดือนมกราคม 2548 ที่ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์
  • แรกคลอดน้ำหนัก 30 กิโลกรัม  สูง 145 ซม.
  • ชื่อเล่น ชื่อ แอ๋ว
  • สุขภาพปานกลาง (แกบอกเอง ดิฉันไม่ทราบข้อเท็จจริง)
  • นิสัยขี้อาย เรียบร้อย โตขึ้นอยากเป็นครู และชอบศิลปะ
  • ปีที่แล้ว เรียนอยู่ ป.6 ปีนี้ขึ้น ม.1 แล้ว
  • เลี้ยงง่าย จริงๆ เพียงเดือนละ 450 บาท เท่านั้น
  • ดิฉันปล่อยให้เป็นภาระของเนิสเซอรี่ที่ดีสุดแห่งหนึ่ง ซึ่งดูแลให้หมดทุกอย่าง ชื่อว่า มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

  

  • และความจริง อีกนั่นแหละที่ดิฉันไม่เคยเหลียวแลลูกคนนี้เลย
  • คนที่มาสะกิดให้ดิฉันคิดถึงลูกคนนี้ขึ้นมาจับใจ คือ เจ้าโอ
  • เจ้าโอ (คุณรัตน์ทวี  อ่อนดีกุล : หน่วยประกัน มน.) เดินทางไป ม. ราชภัฏเชียงใหม่กับดิฉัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (7 ก.ย. 49) เล่าให้ดิฉันฟังว่า
  • ดีใจที่ได้เรียน ป.โท ประกันคุณภาพฯ อีก 1 ปริญญา เพราะทำให้ได้เข้าสู่แวดวงการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • และประจักษ์ชัดว่า เด็กๆ ต่างจังหวัด (แม้แต่ในอำเภอเมือง) โดยการจัดการศึกษาที่ด้อยคุณภาพเป็นอย่างยิ่ง มีความรู้ที่กะพร่องกะแพร่งเป็นอย่างมากกก...  ทำให้อยากช่วยเด็กๆ  โอเล่าให้ฟังว่า

 

  • ที่โรงเรียนต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง 
  • ในชั่วโมงภาษาอังกฤษ ครูสอนคำว่า Table
  • หนูน้อยคนหนึ่ง กลับไปถึงบ้าน อ่านคำว่า Table ว่า แท็บ- เล่
  • พี่ที่เรียนอยู่ชั้นมัธยม ได้ยินเข้า จึงบอกกับน้องว่า ไม่ใช่  ต้องอ่านว่า เท- เบิ้ล
  • หนูน้อย ชักงง  ใครถูกกันแน่ ?? เชื่อครู หรือ เชื่อ พี่ ดี
  • กลับไปถามครู  ครูบอกว่า อ๋อ...ชั้นประถมให้อ่าน แท็บ-เล่ไปก่อน  พอขึ้นมัธยม ค่อยอ่าน เทเบิ้ล...!!
  • นี่เป็นเรื่องจริง นะคะ  ไม่ใช่ joke.... 

 

  • ถ้าเป็น joke ต้องเป็นชั่วโมงภาษาไทย สัปดาห์ที่แล้ว อีกเหมือนกัน ที่ฝึกเด็กให้เล่าเรื่อง แล้ว เจ้าพลอย ลูกสาวคนที่ 3 ของดิฉัน เล่าให้เพื่อนหน้าชั้นฟังว่า
  • คุณครู สั่งให้ ด.ช.แดง ไปท่องสูตรคูณมา พรุ่งนี้ มาท่องให้ครูฟัง
  • ด.ช.แดง กลับไปถามแม่ "แม่..สูตรคูณท่องยังงัย?"
  • แม่กำลังทำกับข้าวในครัว อารมณ์บ่จอย จึงตอบส่งๆ ว่า "อย่ามายุ่ง"
  • ด.ช.แดง เดินออกจากครัว ไปพบพ่อ ที่กำลังเปิดประตู รับแขกที่มาหา
  • ด.ช.แดง ถามพ่อว่า "พ่อ..สูตรคูณท่องยังงัย?"
  • พ่อ พูดออกมาว่า  "เชิญเลย คร๊าบ  เชิญเลย.."
  • ด.ช.แดง เดินไปหลังบ้าน พบพี่ชาย กำลังจะนำขยะไปเท
  • ด.ช.แดง ถามพี่ว่า "พี่..สูตรคูณท่องยังงัย?"
  • พี่ชาย ตอบแบบเสียไม่ได้ว่า "ขยะ กองใหญ่ๆ"
  • ด.ช.แดง เดินกลับเข้าบ้าน ไปพบน้องสาว
  • จึงถามน้องว่า "รู้มั้ยน้อง..สูตรคูณท่องยังงัย?"
  • น้องตอบว่า "ปิคกาจู ปล่อยแสงฟ้าฟาด"
  • วันรุ่งขึ้น ครูเรียก ด.ช.แดง ไปท่องสูตรคูณ
  • ครูถามว่า ด.ช.แดง "สูตรคูณ ท่องยังงัย?"
  • ด.ช.แดง ตอบว่า "อย่ามายุ่ง"
  • ครูชักตะหงิด ตะหงิด บอกว่า "อย่างงี้ หมายความว่าจะให้ครูไล่ออกนอกห้องใช่มั้ย?"
  • "เชิญเลย คร๊าบ  เชิญเลย.." ด.ช.แดง ตอบ คิดว่าสูตรคูณนี้ ถูกแน่ 
  • ครูโมโหกึ๊ก "นี่เธอ...เห็นโรงเรียนเป็นอะไร เหอ..."
  • "ขยะ กองใหญ่ๆ"
  • " อะไรนะ!   แล้งครูหล่ะ... เธอเห็นเป็นอะไร? "
  • "ปิคกาจู ปล่อยแสงฟ้าฟาด"
  • หุ หุ (หัวเราะแบบสมัยใหม่)  สนุกมั้ยคะ

 

  • ดังนั้น  ดิฉันตั้งใจว่า จะส่งหนังสือนิทานสวยๆ ภาษาอังกฤษ พร้อมเทปไปให้ลูกแอ๋ว ลูกสาวคนที่ 4 เร็วๆ นี้
  • ถ้าเขาชอบศิลปะ คงต้องหาอุปกรณ์ สำหรับวาดเขียนไปให้ด้วย
  • อ้อ!  ต้องไม่ลืม หนังสือดีดีที่แฝงคุณธรรมสำหรับเด็ก อีกซักหน่อย

 

  • คิดแล้ว ปีหน้า มีลูก อีกสักคน ดีไหมน้อ....     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธนารุณ บอก...Dhanarun's Blog

หมายเลขบันทึก: 49144, เขียน: , แก้ไข, 2012-02-11 15:51:23+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #การศึกษาขั้นพื้นฐาน#มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (7)

ขอขอบคุณอาจารย์มาลินี...                                 

  • เรื่องที่อาจารย์เล่าทำให้นึกถึงเรื่องเล่าของคุณแอ๋ว(พยาบาลการไฟฟ้าแม่เมาะฯ) ท่านอุปถัมภ์เด็กผ่านมูลนิธิหนึ่ง(ดูจะเป็นมูลนิธิเด็ก) > ให้ความช่วยเหลือจนจบปริญญา

มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (The education for development foundation) และมูลนิธิเด็กก็เป็นมูลนิธิที่น่าสนใจเช่นกัน

  • เท่าที่จำได้... อาจารย์สมคิดท่านได้ทุนไปเรียนต่อญี่ปุ่น + พกแคนไปด้วยแบบอีสานแท้
  • วันหนึ่งท่านมีโอกาสเดินทางไปเกาะแห่งหนึ่ง  > เทวดาฟ้าดินคงดลใจให้ท่านทนเหงาไม่ไหว ถึงกับหยิบแคนขึ้นบรรเลง

แคนอีสานเป็นชุดขลุ่ยไม้ไผ่ (panflute) คล้ายเครื่องดนตรีโบราณของญี่ปุ่นที่มีไม้ไผ่เรียงกันเป็นรูปวงกลม

  • คนญี่ปุ่นท่านหนึ่งฟังแล้วคิดถึงสมัยคุณย่าคุณยายจนทนไม่ไหว... เข้าไปถามท่านว่า มาจากไหน
  • ท่านว่า มาจากอีสาน ประเทศไทย

คนญี่ปุ่นถามว่า รวยนักหรือ ถึงได้มีเงินมาเรียนญี่ปุ่น

  • ท่านตอบไปว่า คนอีสานจน ไม่มีทางได้มาเรียนญี่ปุ่นดอก เพียงแต่สอบชิงทุนได้ ข้อยเลยได้มาเรียนแดนปลาดิบ
  • คนญี่ปุ่นถามท่านว่า ไปดูของจริงได้ไหม...
  • ท่านบอกว่า ได้

เมื่อคนญี่ปุ่นท่านนั้นไป "สัมผัส" กับชาวอีสาน กินอยู่บ้านคนอีสานถึงได้เข้าใจชีวิต...

  • ท่านระดมทุนจากคนญี่ปุ่นช่วยคนอีสานได้จำนวนหนึ่ง
  • พอครบปีก็จัดทัวร์ "ไปนอนบ้านลูก(บุญธรรม)"
  • คนญี่ปุ่นไม่เคยเห็นคนจนมีน้ำใจมาก่อน พอมาเห็นคนอีสานเข้าถึงได้ซึ้ง...
  • เลยให้ทุนกันมาอีกหลายปี

ต่อมามีข่าวว่า ไทยกำลังจะเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย...(ก่อนจะเป็นเสือกระดาษในยุค IMF)...

  • ผู้ให้ทุนญี่ปุ่นเริ่มมองที่จะขยับขยายทุนไปประเทศที่จนกว่าแทน...
  • ผู้ประสานงานอีสานเลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นขอแนะนำลาว...
  • ทุกวันนี้คนญี่ปุ่นใจดีคงจะให้ทุนชาวลาวกันแล้ว
  • ขอขอบคุณชาวญี่ปุ่นผ่านทางบันทึกนี้...

ขอให้สาธุการ > สาธุ สาธุ สาธุ... สำหรับทุกท่านที่มีส่วนในการอุปถัมภ์เด็กยากไร้ ขอกุศลผลบุญนี้พึงส่งเสริมให้ท่าน ครอบครัว ตลอดทั้งญาติสนิทมิตรสหายมีความสุข ความเจริญให้สมกับอานุภาพแห่งเมตตา กรุณาของท่านเทอญ... 

charatsri
IP: xxx.12.97.120
เขียนเมื่อ 

             อ่านบทความของอาจารย์ทั้ง 2 และต้องขอขอบพระคุณแทนเด็กที่ด้อยโอกาสที่ได้รับความช่วยเหลือ      

             ด้วยสภาพภูมิอากาศทำให้คนอีสานเป็นคนอดทนและมีความจริงใจ  ปัจจุบันเด็กที่รอความช่วยเหลือยังมี    มข.เป็นสถาบันที่มาหล่อหลอมให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีแต่ปัจจุบัน ทุนรัฐบาลที่เปิดโอกาสดึงเด็กอีสานไปศึกษาในสาขาที่มีความจำเป็นน้อยที่เมืองหลวง    เรื่องนี้สถาบันอุดมศึกษาในภาคอีสานน่าจะหากลยุทธดึงเด็กเพราะอย่างน้อยเมื่อเขาจบไป   เด็กเหล่านั้นบางส่วนจะกลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตน

อัจฉรา
IP: xxx.121.110.187
เขียนเมื่อ 

ขออนุโมทนาด้วยค่ะ

อ.มาลินีคะ สงสัยอาจารย์จะใส่วันเกิดลูกสาวสุดท้อง (คนปัจจุบัน-เชื่อว่าจะมีตามมาอีกหลายคน หลังจากที่อ่านบันทึกอาจารย์จบ...ขออนุโมทนาด้วยคนค่ะ) คลาดเคลื่อนไปไหมคะ ถ้าเธอเกิด "เดือนมกราคม 2548 " หนูแอ๋วคงน่าจะยังไปไม่ถึง ป.6 นะคะ พูดเก่งหรือยังไม่ทราบเลย เด็ก ยังไม่ 2 ขวบเนี่ย (ขอแซวอาจารย์หน่อยค่ะ)
มาลินี ธนารุณ
IP: xxx.155.14.4
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำอนุโมทนาสาธุของทุกๆท่าน และเรื่องเล่าจากคุณหมอวัลลภ ที่เล่าทีไร ก็สนุกทุกที

คุณโอ๋ คะ ดิฉันได้ลูกแอ๋วมาตอน ม.ค. 48 จริงๆ ค่ะ  เลยถือเสียว่าแกคลอดจากดิฉันตอนนั้น  อุปมา อุปมัย ไปอย่างนั้นเอง

เหมือนเกิดจากท้อง เพราะเราไม่ได้เลือกเอง จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ไม่สามารถทราบได้ล่วงหน้า แต่เมื่อตั้งใจที่จะมีลูก (รับอุปการะเด็ก) ก็รับเธอด้วยใจเต็มร้อยค่ะ

สนใจ จะมีลูกเลี้ยงง่ายโตไวอย่างนี้ ลองเข้าไปดูที่นี่ซิคะ http://www.worldvision.or.th/        

ขอขอบคุณอาจารย์มาลินี และอาจารย์ที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทุกท่าน...

  • ขอกราบอนุโมทนา และอนุโมทนาในกุศลเจตนาของท่านผู้อุปถัมภ์เด็ก หรือให้โอกาสทางการศึกษาทุกท่าน...
  • ผมเองก็ให้ทุนการศึกษาหรือทุนอื่นๆ ผ่านมูลนิธิฯ / วัดหลายแห่งเหมือนกันครับ... เพียงแต่ถือเป็นธรรมเนียมว่า จะไม่ระบุบุคคล

อาจารย์ JJ ท่านก็ให้ทุนการศึกษาเหมือนกัน

  • ท่านอาจารย์มาลินีเล่าว่า นิสิตนักศึกษาบางครั้งก็อดข้าวเหมือนกัน
  • ท่านอาจารย์ JJ ไปสอนรังสีเทคนิคที่นั่น
  • ท่านสอนการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) โดยมีนิสิตอาสาสมัครเป็นแบบให้ฝึก (subject)

ท่านสังเกตว่า นิสิตมีแก๊สในช่องท้องน้อยปกติ(เข้าใจว่า สอนช่วงบ่าย) ปกติคนเราจะกลืนลมไปพร้อมอาหาร หลังอาหารจึงน่าจะมีแก๊สในช่องท้องมาก สงสัยจะไม่ได้กินข้าวเที่ยง

  • สอบถามดู ปรากฏว่า ทุนกู้ยืมของ มน. ออกช้า นิสิตเลยไม่ได้กินข้าวเที่ยง > ท่านเลยสละค่าสอนเป็นทุนอาหารกลางวัน
  • นับว่า หมอดู JJ นี่เก่งไม่เบาเลย

นี่ก็เป็นความดีของท่านอาจารย์ JJ ที่ได้ยินแล้วขอกราบอนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุไปนานเหมือนกัน...

Oh O
เขียนเมื่อ 

Table --->> แท็บ เล่ แท็บ เล่

--->ขำไม่ออกเลยกะการศึกษาไทยอ่ะค่ะ