ครู คือ ผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์ให้สูงสุดกว่าสัตว์ดิรัจฉาน ครูคือผู้สร้างสมอุดมการณ์ มีวิญญาณเพื่อมวลชนใช่ตนเอง ...เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ผมไปเข้าห้องน้ำนักเรียนมัธยมโรงเรียนหนึ่งเห็นข้อความที่นักเรียนเขียนไว้ว่า
"การบ้านคือยาพิษ วันเสาร์อาทิตย์คือสวรรค์ วันจันทร์คือนรก วันแจกสมุดพกคือวันตาย"
อ่านแล้วสะท้อนบรรยากาศการเรียนการสอนในโรงเรียนพอสมควร ซึ่งครูบางคนอาจคิดเช่นเดียวกับเด็กในบางประโยคก็ได้ วันนี้จึงมีเรื่องของครูเฉลิมมาเล่าให้ฟัง...
ครูเฉลิม สอนวิชาสังคมศึกษามาหลายปี มีลูกเล่นที่แพรวพราวทุกรูปแบบ จนหัวหน้าหมวดวิชาและผู้บริหารโรงเรียนตามไม่ทัน ครูเฉลิมได้รับสมยานามว่าเป็นจอมเบี้ยวประจำโรงเรียน เพราะแกค่อนข้างจะรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง อาศัยที่เป็นครูเก่าแก่ ไม่ค่อยมีใคร่กล้ายุ่งเกี่ยว แกเลยเอาตัวรอดไปวันวัน
วันหนึ่ง ครูในหมวดวิชาสังคมศึกษาคนหนึ่งเกิดป่วยกะทันหัน โทรศัพท์มาขอลาป่วย 3 วัน หัวหน้าหมวดวิชาเลยต้องจัดครูในหมวดสอนแทน ครูเฉลิมซึ่งมีชั่วโมงสอนปกติน้อยกว่าเพื่อน เลยถูกจัดให้สอนแทนห้อง ม.3/1 วันละ 1 ชั่วโมง ทั้ง 3 วัน
ชั่วโมงแรกที่ครูเฉลิมเข้าสอนแทน ได้ถามนักเรียนประโยคแรกว่า นักเรียนรู้ไหมว่า
“ชั่วโมงนี้ครูจะสอนอะไร” นักเรียนตอบพร้อมกันทั้งชั้นว่า
“ไม่ทราบครับ” ครูเฉลิมเลยพูดว่า
“อะไรกัน ครูจะสอนอะไรก็ยังไม่รู้ แสดงว่าพวกเธอไม่มีการเตรียมพร้อม ฉะนั้นวันนี้ครูไม่สอน”
ชั่วโมงที่สอง ครูเฉลิมเข้าสอนแทนห้องเดิมก็ยังคงถามนักเรียนในประโยคเดิมอีก นักเรียนรู้ทันจึงตอบพร้อมกันว่า
“ทราบครับ” ครูเฉลิมจึงพูดต่อว่า
“ถ้าเธอทราบก็ดีแล้ว ครูจึงไม่ต้องสอน”
ชั่วโมงที่สาม ครูเฉลิมก็เข้ามาถามประโยคเดิมอีก นักเรียนได้นัดแนะกันไว้ก่อนแล้ว นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า
“ไม่ทราบครับ” นักเรียนอีกคนหนึ่งตอบว่า “ทราบครับ” ครูเฉลิมจึงพูดว่า
“ดีแล้วที่มีคนที่รู้และคนที่ไม่รู้ ฉะนั้น ขอให้คนที่รู้สอนคนที่ไม่รู้”
"การบ้านคือยาพิษ วันเสาร์อาทิตย์คือสวรรค์ วันจันทร์คือนรก วันแจกสมุดพกคือวันตาย"
อ่านแล้วสะท้อนบรรยากาศการเรียนการสอนในโรงเรียนพอสมควร ซึ่งครูบางคนอาจคิดเช่นเดียวกับเด็กในบางประโยคก็ได้ วันนี้จึงมีเรื่องของครูเฉลิมมาเล่าให้ฟัง...
ครูเฉลิม สอนวิชาสังคมศึกษามาหลายปี มีลูกเล่นที่แพรวพราวทุกรูปแบบ จนหัวหน้าหมวดวิชาและผู้บริหารโรงเรียนตามไม่ทัน ครูเฉลิมได้รับสมยานามว่าเป็นจอมเบี้ยวประจำโรงเรียน เพราะแกค่อนข้างจะรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง อาศัยที่เป็นครูเก่าแก่ ไม่ค่อยมีใคร่กล้ายุ่งเกี่ยว แกเลยเอาตัวรอดไปวันวัน
วันหนึ่ง ครูในหมวดวิชาสังคมศึกษาคนหนึ่งเกิดป่วยกะทันหัน โทรศัพท์มาขอลาป่วย 3 วัน หัวหน้าหมวดวิชาเลยต้องจัดครูในหมวดสอนแทน ครูเฉลิมซึ่งมีชั่วโมงสอนปกติน้อยกว่าเพื่อน เลยถูกจัดให้สอนแทนห้อง ม.3/1 วันละ 1 ชั่วโมง ทั้ง 3 วัน
ชั่วโมงแรกที่ครูเฉลิมเข้าสอนแทน ได้ถามนักเรียนประโยคแรกว่า นักเรียนรู้ไหมว่า
“ชั่วโมงนี้ครูจะสอนอะไร” นักเรียนตอบพร้อมกันทั้งชั้นว่า
“ไม่ทราบครับ” ครูเฉลิมเลยพูดว่า
“อะไรกัน ครูจะสอนอะไรก็ยังไม่รู้ แสดงว่าพวกเธอไม่มีการเตรียมพร้อม ฉะนั้นวันนี้ครูไม่สอน”
ชั่วโมงที่สอง ครูเฉลิมเข้าสอนแทนห้องเดิมก็ยังคงถามนักเรียนในประโยคเดิมอีก นักเรียนรู้ทันจึงตอบพร้อมกันว่า
“ทราบครับ” ครูเฉลิมจึงพูดต่อว่า
“ถ้าเธอทราบก็ดีแล้ว ครูจึงไม่ต้องสอน”
ชั่วโมงที่สาม ครูเฉลิมก็เข้ามาถามประโยคเดิมอีก นักเรียนได้นัดแนะกันไว้ก่อนแล้ว นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า
“ไม่ทราบครับ” นักเรียนอีกคนหนึ่งตอบว่า “ทราบครับ” ครูเฉลิมจึงพูดว่า
“ดีแล้วที่มีคนที่รู้และคนที่ไม่รู้ ฉะนั้น ขอให้คนที่รู้สอนคนที่ไม่รู้”
วันนี้มีเรื่องขำ เลยเขียนซะตัวใหญ่เลย คนแบบครูเหลิมไม่น่ามีหรอก แต่คล้ายๆ มีเยอะ เอาตัวรอดไปวันๆ อ้างสารพัดเลย