โตนี่ - ฟาง. GotoKnow.

* สมัยนั้นในบ้านเรายังมีประชากรไม่มากนัก  และงานก็ยังหาทำได้ยากเพราะยังไม่มีนักลงทุน  จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนมากมายนัก..แถมคนสมัยนั้นมักจะไม่ค่อยเลือกงานกันเหมือนคนสมัยนี้ จึงไม่มีปัญหาเรื่องแรงงานต่างชาติ.ผู้เขียนเองพอจบมัธยมต้นแล้วก็มีโอกาสทำงานหลายอย่าง เวลา ผ่านไปจึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟังเพื่อจะได้นำมาเปรียบเทียบกัน ระหว่างงานสมัยก่อนและงานสมัยปัจจุบัน.

 

 

ผู้ชายหลายอาชีพ.

เริ่มเขียนเมื่อ ๗ ก.พ. ๒๕๕๓

 

จะว่าไปแล้วการทำงานต่างๆนั้น  งานบางอย่างถือได้ว่าเป็นงานอาชีพหลัก มีงานบางอย่างอาจจะเป็นเพียงแค่อาชีพเสริม  ถึงแม้ว่าจะทำไปแล้วก็อาจจะไม่มีใครเรียกว่า  เป็นงานอาชีพก็ได้ครับ สาเหตุเพราะยังมีคนไทยอีกมาก..ที่ชอบตีความกัน. ผู้เขียนเองนั้น ถ้าจะเริ่มนับกันในเรื่องงานที่เคยทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาอันสั้น หรือยาว.จนถึงนานมาก.ทำให้ผมมีโอกาสได้นำเรื่องมาเขียนเล่าสู่กันฟัง มีหลายเรื่องทีเดียวครับ พออ่านจบแล้วท่านใด ? คิดว่างานเหล่านี้น่าจะถือเป็นอาชีพจริง หรือจะเป็นเพียงอาชีพเสริม   ก็แล้วแต่ท่านจะตัดสินใจกันน๊ะครับ ผมเองมีหน้าที่เขียนแต่ไม่เคยคิดที่จะให้คะแนน โดยเฉพาะการให้คะแนนตัวเอง.เกรงว่าจะได้คะแนนเต็มนั่นเองครับ !

๑.เมื่อผมขายขนมกล้วย  และขนมใส่ไส้.

ขนมกล้วย - ขนมใส่ไส้ ร้อนร้อน.

ผมคิดว่าผู้อ่านหลายๆท่าน..คงเคยลิ้มชิมรสขนมชื่อนี้มาก่อนเป็นแน่.บ่อยหรือไม่เท่านั้นเอง ! ฟังชื่อขนมก็น่ากินแล้วสิ  !  ผมคงต้องขอย้อนหลังไปหลายปีทีเดียวน๊ะครับ  สมัยที่ผมยังเป็นเด็กชายและเรียนอยู่ที่รร.มัธยมวัด ธาตุทอง พระโขนง กรุงเทพฯ ช่วงปี ๒๕๐๖ โน่นแหละครับ !  ตอนนั้นผมยังเรียนรอบบ่ายครับ และพักอยู่ที่บ้านพักตำรวจ. แถวซอยเฉลิมลาภ เลยสนามเป้าไปหน่อย ถ้าบอกว่าอยู่ตรงข้ามซอยอารีย์   ถนนพหลโยธิน ผมว่าผู้อ่าน หลายๆท่าน. คงจะร้องอ๋อเป็นแน่ก่อนที่ผมจะไปโรงเรียนตามปกตินั้น  ผมจะต้องรีบมาเข้าคิวเพื่อรับขนมกล้วยและขนมใส่ไส้ของป้าชลอ  อย่างน้อย ๑๐๐ ห่อ.  ป้าลอแกทำขนมขายที่บ้านพักตำรวจ  แบบขายปลีกและขายส่งครับ.

 

ขนมกล้วยขนมใส่ไส้  - ห่อละ ๑ สลึง.

ป้าลอแกจะเริ่มนึ่งไว้ตั้งแต่เช้า  ขายเองหน้าร้านด้วย และส่งให้นร.อย่างผมและเพื่อนๆที่เอาดีทางค้าขาย.เพราะธุรกิจมักถือหลักแบบเข้าใจง่ายๆว่า..หนูได้ป้าก็ได้..เออ..เที่ยวนี้เอากี่ห่อละไอ้หนูโตนี่เอ๊ย ? พอได้ขนมครบแล้วผมก็จะรีบออกเดินบ้าง วิ่งบ้าง ไปตามซอยแยกต่างๆ โดยออกทางซอยกาญจนาคม เลยมาเข้าทางซอยสายลม. ถ้าขายหมดเร็วหรือขายไม่หมด  แต่เวลาหมดเสียก่อน. ผมก็จะรีบกลับมาเคลียร์เงิน แล้วจึงจะเตรียมตัวไปโรงเรียน  ถ้าขายหมดหนึ่งร้อยห่อผมจะได้เปอร์เซ็นต์ห้าบาทครับ ถ้าไม่หมด.ก็ลดหลั่นกันลงไป.  การขายขนมของผมนั้นไม่มีมาตรฐานหรอกครับ  เพราะมักจะเหลือบ้างและหมดบ้างสลับกันไปถ้าวันไหนได้เปอร์เซ็นต์มาก  ก็จะทำให้ผมมีเงินค่าขนมมากขึ้น..

ย่านนี้พวกข้าฯคุมโว้ย !

ปกติผมจะได้ค่ารถ  และค่าขนมจากทางบ้านเพียงวันละหกสลึง เท่านั้นเอง !  สมัยนั้นรถเมลสาย ๓๘ ที่วิ่งจากตลาดหมอชิต-เอกมัย เพิ่งจะเปิดวิ่งใหม่ๆค่ารถจากบ้านผมไปถึงเอกมัยเพียงหนึ่งสลึง.ต่อเที่ยว. พอมาถึงรร.และวางหนังสือแล้ว  ผมและเพื่อนๆก็มักจะทำการดวลเดี่ยว..ด้วยการเล่นลูกแก้วบ้าง  ลูกหินบ้าง เอาหนังวงมาเล่นยิงกลองบ้าง ผมไม่เคยใช้กระ เป๋าเลยครับเพราะว่าผม มีพี่-น้องถึงเจ็ดคน..พ่อผมท่านทำงานเพียงคนเดียว..เอาเถอะครับ..แค่ท่านได้ส่งเราเรียน ก็นับว่าบุญโขแล้วล่ะครับ.ผิดกับปัจจุบันมากเพราะเด็กหลายกลุ่มแต่งตัวไปโรงเรียนจริง.ไปเพื่อไล่ฆ่าคู่อริบ้าง ฆ่าผู้บริสุทธิ์บ้าง ยิงคนขับรถเมล์บ้าง ฯ  เขียนไปก็ได้แต่เศร้าใจแทนผู้ปกครองของพวกพี่พี่เหลือเกิน..

ผู้เขียนเคยมีจักรยานเสือหมอบแบบนี้.   - ซื้อด้วยเงินตัวเอง.

ปัจจุบันกีฬาพวกนี้คงหมดไปแล้ว และผมเชื่อว่านร. รุ่นใหม่ๆคงเอาแต่เล่นเกมส์ ในคอมพิวเตอร์เท่านั้นเอง ! ได้บ้างเสียบ้าง พอเสียก็มักจะซื้อคืนจากเพื่อนที่ได้นั่นเอง  แล้วก็มาเล่นกันต่อจนระฆังดังจึงเข้าเรียน.ส่วนเงินค่าขนมของผมและเงินที่ได้มาจากการขายขนมนั้น..ก็ได้กินบ้าง และหมดไปกับการซื้อของเล่นดังกล่าวบ้าง..ชีวิตนร.ของผมก็สนุกดีครับ.หลังเลิกเรียนแล้ว ถ้าผมไม่รีบกลับบ้านเพื่อนนร.ในห้องเคยชวนผมไปขายน้ำขวด ที่สถานีรถเอกมัยครับ แต่ไม่สามารถทำได้ครับ เพราะว่าบ้านอยู่ไกลพอสมควร. ผมจำได้ว่าผมขายขนมของป้าลออยู่ ๒-๓ ปีครับ..แต่ไม่รวยเหมือนผู้ค้ารายใหญ่..ยังไงๆก็พอมีเงินใช้เพิ่มนิดหน่อยครับ แต่เงินห้าบาทในสมัยนั้นก็ถือว่ามากสำหรับผมทีเดียว..

 

กำลังนึ่งขนมกล้วยและขนมใส่ไส้.  - ถ้าไม่ร้อนให้กินฟรี.

ผมสามารถนำไปซื้อของเพิ่มได้ตามต้องการ.โดยไม่ต้องรบ กวนจากผู้ปกครอง.  สมัยนั้นก๋วยเตี๋ยวชามละ ๕๐ สตางค์เท่านั้นเอง ! และของใช้ที่ออกจะฟุ่ม เฟือยก็ยังไม่มีให้นร.ไปหาซื้อเพื่อมาแข่งกันเหมือนกับสมัยนี้  ใครที่ยังเป็นนร.อยู่พออ่านเรื่องนี้แล้ว  อาจจะนำมาเปรียบเทียบกับตัวเองดูก็ได้น๊ะว่าสมัยที่ผมเรียนนั้นกับสมัยที่ท่านผู้อ่านเรียน จะแตกต่างกันมาก-น้อยเพียงใด ? ขณะที่เขียนเรื่องนี้ ขนมใส่ไส้ห่อละ ๒ - ๓ บาทแล้ว. ผมจำได้ว่า..ช่วงนั้นผมเก็บเงินเองซื้อจักรยานเสือหมอบได้หนึ่งคันราคาประมาณ ๘๐๐ บาท. เคยลงแข่งที่สนามศุภชลาศัยด้วย..ไม่ได้โม้ ! แต่ไม่ติดฝุ่นใดใดเลยครับ. จะว่าดีก็ดีเพราะถ้าเผอิญติดอันดับขึ้นมาจริงๆ..ผมคงต้องขายขนมรอบกลางคืนหลังเลิกเรียนอีกเป็นแน่..

 

ขนมกล้วย  ขนมใส่ไส้หรือขนมตาลดีครับ.  - ร้อนร้อนครับ.

ปกติขนมเหล่านี้ผู้ทำมักจะทำเครื่องหมายด้วยไม้กลัด. ไม้เดียวบ้าง สองไม้บ้าง หรือตัดใบมะพร้าวให้แหลมขึ้นบ้างแหลมลงบ้าง ฯ เพื่อเป็นเครื่องหมายเวลาหยิบขายเช่นไม้เดียวคือขนมกล้วย..สองไม้ขนมใส่ไส้หรือ หางแหลมขึ้นคือขนมตาล..หางแหลมลงขนมกล้วย เป็นต้น.ขนมกล้วยขนมใส่ไส้ไหมครับ ? ทุกวันนี้บางวันที่แฟนผมกลับจากตลาด  เธอมักจะซื้อขนมกล้วยขนมใส่ไส้มาฝากผมเสมอ  เวลากินขนมนี้ครั้งใด ? ผมคิดถึงอดีตทุกครั้ง  และผมมักจะสอนลูกเสมอว่าถ้าใครมาขายอะไร ? เราควรช่วยซื้อบ้างแม้จะเสียเงินไปแต่ก็ยังได้ของมา..ที่สำคัญทำให้ผมไม่เคยลืมว่า..ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นพ่อค้าขนมมาแล้ว..

สวัสดีครับ.

โตนี่ - ฟาง.

๑๖ มิ.ย.๒๕๕๕

* ขอบคุณภาพขนม และรถจักรยานเสือหมอบจากเน็ทกูเกิ้ล.