เป็น Facilitator ดีหรือเป็น Coach กันแน่

จากห้องเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การพัฒนาครู Facilitator มีพี่ท่านหนึ่งได้เล่าประสบการณ์กึ่งตั้งคำถามกึ่งบอกเล่า ว่าบางทีตนก็เป็นโค้ช บางทีก็เป็นฟา แต่ดูเหมือนจะเป็นโค้ชซะมากกว่า ปุ้ยก็เลยคิดว่าน่าจะเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเล่าสู่กันฟังแบบคร่าวๆ นะคะ

Facilitator หรือตามความหมายภาษาไทย คือ ผู้อำนวยความสะดวก, วิทยากรกระบวนกร ผู้ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มที่ได้มาร่วมประชุม หรือมาร่วมเรียนรู้ให้บรรลุตามจุดหมายที่กำหนดไว้

ส่วน Coach คือ ครูฝึก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการกีฬา กระทั่งมาถึงปัจจุบันที่โค้ชได้มีอิทธิพลเข้ามาในวงการธุรกิจ ซึ่งหน้าที่หลักของโค้ชคือช่วยผู้เล่นในทีมดึงศักยภาพสูงสุดของตนเองออกมา ด้วยกระบวนการหลักสามประเภท คือการบอกให้เห็นมุมมอง เล่าเรื่องสะท้อนความคิด และตั้งคำถามกระตุ้นให้เกิดการคิด อันนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง

บทบาทหน้าที่ของกระบวนกรและโค้ชที่แตกต่างกัน คือ

Facilitator

Coach

  • มุ่งไปที่กระบวนกรและผลของการเรียนรู้

  • พัฒนาในระดับการเรียนรู้

  • บทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกของกลุ่ม

  • หน้าที่ดึงข้อมูลจากกลุ่มมาสร้างเป็นกระบวนการเรียนรู้

  • Action Learning

ด้วยการนำกลุ่มให้เกิดการตัดสินใจ หรือการลงมือทำ

  • มุ่งที่ขีดความสามารถและการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

  • พัฒนาในระดับประสิทธิผล

  • บทบาทเป็นกระจกสะท้อนมุมมองของกลุ่ม

  • ดึงศักยภาพของกลุ่มมาเป็นผลิตผลและผลิตภาพที่ดีขึ้น

  • Self-Learning by Reflection

การให้ผู้เรียนได้ตระหนักรู้จากข้อมูลที่มีอยู่ในตนเอง

อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.amauta-international.com/iaf99/Thread3/Wild.html

ด้วยลักษณะของบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกัน จึงมีการใช้คำที่ต่างกัน อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ หรือจะเป็นโค้ชต่างก็มีจุดหมายเดียวกัน คือ มุ่งให้ผู้เข้าร่วมมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น หรือเรียกสั้นๆ ว่าการพัฒนานั่นเอง

ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็จะเป็นเรื่องของ โทรศัพท์ กับ มือถือ ซึ่งต่างก็มีหน้าที่หลักคือ ใช้เพื่อการสื่อสาร แต่ใครจะมีลักษณะเด่นและลูกเล่นแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะ โดย

  • โทรศัพท์ มีประโยชน์สำหรับคุยกับโทรศัพท์ด้วยกันในอัตราเดียว 3 บาทต่อครั้ง ที่สำคัญโทรศัพท์ยังเป็นจุดเชื่อมต่อกับสัญญาณอินเตอร์เน็ทเข้าไปที่คอมพิวเตอร์ของเรา
  • มือถือ ก็มีความสะดวกสบาย สามารถติดต่อสื่อสารนอกสถานที่ ติดตามตัวได้ทุกที่ทุกเวลา
  • สมาร์โฟน อย่างเช่นพวกไอโฟน กาแล็กซี่โน้ต HTC นี่ยิ่งเป็นมากกว่าโทรศัพท์มือถือที่รับสาย โทรออก ส่งข้อความ เพราะยังยังสามารถเป็นได้มากกว่าทั้งโหลดเพลง เล่นเกมส์ ลงแอพลิเคชั่น เข้าเฟซบุ๊ค ถ่ายรูป ทำงาน วาดรูป และอื่นๆ อีกสารพัด

คนที่ใช้มือถือรุ่นปกติก็คงจะคิดว่าสมาร์ทโฟนไม่แตกต่างกันหรือก็ไม่จำเป็น ด้วยก็เป็นโทรศัพท์เหมือนกัน

ผู้ที่ยังไม่เคยใช้ก็เพียงได้แค่”มองเห็น” มีก็เพียงผู้เคยใช้งานแล้วเท่านั้นจึงจะรู้จักและ”ใช้เป็น” แต่ไม่ว่าจะแตกต่างกันในส่วนไหนก็ตาม คงไว้ด้วยหลักการของ การสื่อสาร

และเราในที่นี้ผู้ซึ่งรักการเรียนรู้และชอบแบ่งปัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องเผยแพร่แก่สาธารณชน มิเช่นนั้นเราอาจติดกับดักระบบอัตโนมัติของสมอง นั่นคือ สมองชอบเหมารวม ...

สุดท้ายการเรียนรู้เพื่อการพัฒนา ก็จะกลายเป็นการเรียนรู้เพื่อรักษาอัตตาไปโน้น :D

ทีนี้คุณคงมีคำตอบแล้วนะคะ ว่าจะเป็นกระบวนกร (ฟา) ตอนไหน และเป็นโค้ชเมื่อไหร่ดี และไม่ว่าคุณจะเป็นฟา หรือจะเป็นโค้ช เราต่างก็มุ่งไปที่เป้าหมายเดียวกันคือ การพัฒนาตนและพัฒนาคน....จริงไหมคะ :D