คำตอบคือฟินแลนด์สร้างระบบการทำงานที่ให้เกียรติภูมิต่อครูทำให้ฐานะในสังคมของครูสูงมีการจัดตั้ง Teacher Researcher Network เพื่อให้ครูวิทยาศาสตร์ม. ปลายได้ร่วมกับอาจารย์มหาวิทยาลัยในการวิจัยด้านการเรียนรู้ทำให้ครูของฟินแลนด์มีบทบาทโดยตรงในการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาซึ่งมีผลต่อฐานะทางสังคมของครู
ผมได้แรงบันดาลใจในการเขียนบันทึกนี้จากการอ่านบทบรรณาธิการเรื่อง
Empowering Science Teachers เขียนโดย Sheila Tobias
(นักเขียนด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์) and Anne Baffert
(ครูเคมี)ในวารสาร Science ฉบับวันที่ ๔ พ.ค. ๕๕
เรื่องที่เขาเขียนเป็นเรื่องของประเทศสหรัฐอเมริกาแต่เหมือนของไทยอย่างไม่น่าเชื่อ…วงการศึกษาจัดการแบบ
empowerment ไม่เป็น
เขาเริ่มโดยบอกว่าสรอ. ขาดแคลนครูม.
ปลายสายวิทย์ทั้งๆที่แต่ละปีสรอ.ผลิตบัณฑิตระดับป. โท -
เอกสายวิทยาศาสตร์สาขาเคมี, ฟิสิกส์, earth sciences,
ชีววิทยาจำนวนมากที่อยากประกอบอาชีพครูแต่ไม่เลือกเป็นครูเขาบอกว่าสรอ.
ต้องหันไปดูตัวอย่างประเทศฟินแลนด์ที่สามารถดึง "the best and the
brightest" มาเป็นครูวิทย์ในระดับม.
ปลายแต่สหรัฐล้มเหลวในเรื่องนี้คือคนที่จบบัณฑิตศึกษาสายวิทยาศาสตร์ไม่นิยมประกอบอาชีพครูมุ่งไปเป็นนักวิจัยเป็นเป้าหมายหลักจึงควรศึกษาว่าฟินแลนด์ทำอย่างไร
คำตอบคือฟินแลนด์สร้างระบบการทำงานที่ให้เกียรติภูมิต่อครูทำให้ฐานะในสังคมของครูสูงมีการจัดตั้ง
Teacher Researcher Network เพื่อให้ครูวิทยาศาสตร์ม.
ปลายได้ร่วมกับอาจารย์มหาวิทยาลัยในการวิจัยด้านการเรียนรู้ทำให้ครูของฟินแลนด์มีบทบาทโดยตรงในการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาซึ่งมีผลต่อฐานะทางสังคมของครู
แต่วงการศึกษาในสรอ.
เดินไปในทางตรงกันข้ามครูจำนวนมากทำงานภายใต้บรรยากาศ“command-and-control”โดยผู้บริหารที่ขาดความเข้าใจแท้จริงว่าจะพัฒนาระบบการเรียนรู้อย่างไรครูที่ปฏิบัติและรู้จริงในการยกระดับการเรียนรู้ไม่ได้รับempowerment
ให้ทำหน้าที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงผลการสอบถามความพึงพอใจในการเป็นครูในสรอ.
จึงไม่แปลกที่ครูเพียงร้อยละ๔๔พอใจ
ในสรอ.
มีเขตการศึกษาทั้งหมด ๑๔,๐๐๐ เขต
มีน้อยมากที่ผู้อำนวยการเขตมาจากครูวิทย์ในรัฐหนึ่งที่มี ๑๘๙ เขต
ผู้อำนวยการเขตมาจากครูวิทย์เพียง ๖ คน
ผู้เขียนเสนอให้จัดตั้ง Science Teacher Council
ของแต่ละเขตการศึกษาทำหน้าที่กำหนดแนวทางคัดเลือกและว่าจ้างครูวิทย์ในระดับม.
ปลายประเมินและเลื่อนระดับครูวิทย์ดำเนินการเพื่อบรรลุมาตรฐานด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐรวมทั้งประเมินผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนรู้ของนักเรียน
ครูต้องไม่เพียงทำหน้าที่สอนนักเรียนเท่านั้นแต่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์กับนักวิทยาศาสตร์เขายกตัวอย่างPartner
in Science ProgramของM.J. Murdoch Charitable Trust,
Science Teacher and Researcher
ProgramจัดโดยCalifornia State University, Summer Research Program for Science
Teachersของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียแต่โครงการเหล่านี้มีน้อยไปและที่สำคัญต้องให้ครูได้มีโอกาสฝึกประยุกต์และเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในบริบทการทำงานจริงในสถานประกอบการ
อ่านบทบรรณาธิการนี้แล้วผมเห็นโอกาสทำงานพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยอีกมากมาย
วิจารณ์ พานิช
๗ พ.ค. ๕๕
เท่าที่ผมทราบ อาชีพครูในอเมริการายได้ค่อนข้างต่ำครับ $12,000-24,000 ต่อปีครับ คนอเมริกันเลยไม่ค่อยเลือกเป็นกันเท่าไหร่ครับ ปัญหานี้อาจจะมีส่วนคล้ายกับประเทศไทยอยู่บ้างครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ที่ต้องดึงเด็กรุ่นใหม่เข้ามาเพื่อสร้างเยาวชนรุ่นต่อๆไป เพราะเท่าที่ทราบ วงการศึกษามีวัฒนธรรมองค์กรที่ซับซ้อนมากมาย ยากจะเยียวยา หากคนนอกวงการไม่ยื่นมือไปช่วยเหลือค่ะ
ครู อาจารย์ ที่สอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ในระดับม้ธยม โดยเฉพาะ มัธยมปลาย ควรจะต้องจบ วท.บ. เป็นอย่างน้อย แล้วมาเพิมวิชาครูอีก 1 ปี หากเป็น กศ.บ. หรือ ศศ.บ.หรือ ค.บ. ก็ต้องเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ไม่น้อยกว่าพวกเรียน วท.บ. จึงจะเพียงพอ 50 ปีที่แล้วจะมีการไปเรียนต่อ ค.บ.หรือ ไปสอบเอา ป.ม. หรือ พ.ม. เราจึงได้ครู อาจารย์ ที่เก่งๆ ด้วยมาตราฐานการศึกษาปัจจุบันนี้ ควรจะจบปริญญาโท ชนิดมีการทำวิทยานิพนธ์ ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต ทาง วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ จึงจะดีขึ้น