หากหนึ่งปีที่ผ่านมา เป็นหนึ่งปีแห่งความสุขและความงดงาม....ผมขอมอบให้กับครอบครัวของผม และเพื่อนๆ ชาว gotoknow ทุกๆ ท่านนะครับ

 

 

 

เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

หนึ่งปีใน Gotoknow ...กับหนึ่งล้านความรู้สึกที่ดีๆ และอบอุ่น






(๑)



               วันนี้(7 มิ.ย.2555) เป็นวันครบรอบ 1 ปีเต็มแล้วนะครับ  ที่ชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่งอย่างผมได้มีโอกาสเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน gotoknow.org  แห่งนี้

               ทั้งนี้  ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินชื่อและรู้จักชุมชนแห่งนี้เพียงผิวเผินเท่านั้น จากหน้าหนังสือพิมพ์และอินเตอร์เน็ต เพียงแต่ยังไม่เคยได้เข้ามาศึกษาหรือเรียนรู้รายละเอียดใดๆ เลย

               จวบจนเมื่อวันหนึ่งของปีที่แล้ว (พ.ศ.2554)  “คุณ ..ปริม pirimarj... หรือ “ดร.ปริมจิรา  ทัดบุบผา” น้องสาวที่แสนดีของผม(ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์) ได้แนะนำให้ผมเข้ามาอ่านเรื่องราวที่เธอเขียนใน blog ของเธอ พร้อมทั้งแนะนำให้ผมลองเข้ามาอ่านเรื่องราวและเรียนรู้ความคิดและความฝันของหลากหลายชีวิตในชุมชนแห่งนี้ดู

               ผมใช้เวลาอ่านเรื่องราวต่างๆ ด้วยความตั้งใจและใฝ่รู้อยู่ประมาณ 1 สัปดาห์เต็มๆ   ซึ่งทำให้ผมมองเห็นความงาม ความฝัน ความมีชีวิตชีวา ความสุข ความทุกข์ ปัญหาและทางออก ตลอดจนโอกาสในการแบ่งปันความงดงามต่างๆ ระหว่างกันและกัน

               ดังนั้น  ผมจึงไม่รีรอที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแห่งนี้ด้วยอีกคนหนึ่ง..... ด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจ

 


(๒)

               


                ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา  ผมชอบและรักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ รวมทั้งชื่นชอบการขีดเขียนมากเป็นพิเศษอีกด้วย  โดยมีหลายช่วงของชีวิตที่ผมได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอ่านและการเขียน ทั้งในฐานะของคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์เมื่อคราวที่ใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และคนทำงานด้านสื่อและประชาสัมพันธ์เมื่อคราวที่ใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพมหานครเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งทำให้ผมได้ทำงานอยู่กับการอ่านและการเขียนอยู่ตลอดเวลา

                แต่อย่างไรก็ตาม  ภายหลังจากที่ผมได้ตัดสินใจเดินทางกลับมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่ที่บ้านแม่ตาดแห่งนี้ ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2550  เป็นต้นมา  ผมก็ค่อยๆ ห่างเหินจากการอ่านและการเขียนลงไปเรื่อยๆ   และในที่สุดก็ลืมเลือนไปจนเกือบหมดสิ้น  ทั้งๆ ที่มีเรื่องราวมากมายหลายอย่างที่น่าสนใจและอยากจะนำเสนอต่อสังคมภายนอก หากแต่ไม่มีเวทีที่จะให้นำเสนอได้เลย

                น้องสาวที่แสนดีของผมเธอมองเห็นความรู้สึกดีๆ ที่มีอยู่ภายในใจลึกๆ ของผม เธอเกิดความรู้สึกเสียดายความคิดและประสบการณ์ต่างๆ ที่ผมมีอยู่ ก็เลยขอให้ผมกลับมาทำในสิ่งที่ตนเองรักและชอบอีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือ “การอ่าน” และ “การเขียน” โดยเธอจะคอยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำอย่างดี ซึ่งการอ่านและการเขียนในรูปแบบใหม่นี้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงสื่อกระแสหลัก และสามารถทำได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่

                การแนะนำของน้องสาวที่แสนดีของผมในคราวนั้น ได้เปิดโอกาสให้ผมได้ทบทวนความทรงจำเก่าๆ ของตนเองขึ้นมา ทำให้ผมมองเห็นโอกาสที่จะได้แบ่งปันความคิดและความรู้สึกดีๆ ของตนเองกับคนอื่นๆ ได้อีกช่องทางหนึ่ง

                หลังจากที่ผมได้ตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชุมชนแห่งนี้แล้ว ช่วงแรกๆ ผมยังรู้สึกงงๆ และมึนๆ  ทำอะไรยังไม่เป็น  ก็เลยได้แต่ติดตามอ่านเรื่องราวของเพื่อนๆ หรือกัลยาณมิตรท่านอื่นไปก่อน  จนกระทั่งพอจะรู้จักวิธีการใช้งานมากขึ้น จึงได้เริ่มเขียนบันทึกลงใน blog  โดยเริ่มจากการนำเอาบันทึกเก่าๆ ชื่อว่า “บันทึกริมทาง” มาทยอยลงให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน จากนั้นก็เขียนเรื่องราวต่างๆ ลงเรื่อยๆ เท่าที่โอกาสจะอำนวย

                ตอนแรกๆ  ผมยังไม่รู้จักวิธีการนำรูปลงไว้ในบันทึก เลยทำให้บันทึกที่เขียนขึ้นไม่มีภาพประกอบ แต่ต่อมาผมได้รับคำแนะนำจาก “คุณหนูรี” “น้องมะปรางเปรี้ยว” และ “น้องอาร์ม” เกี่ยวกับวิธีการนำรูปเข้าไปไว้ในบันทึก จนทำให้ผมทำเป็นมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้

                ในขณะเดียวกัน ในช่วงแรกๆ ผมยังตอบความคิดเห็นของเพื่อนๆ ไม่เป็น  “อาจารย์  ผศ.โสภณ เปียสนิท” ก็ได้กรุณาแนะนำวิธีการตอบความคิดเห็นให้เป็นอย่างดี จนสามารถตอบความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้อย่างดีมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

                นอกจากนี้ ก็ยังมีกัลยาณมิตรอีกหลายๆ ท่าน ที่คอยให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ คนละเล็กละน้อย รวมทั้งช่วยแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมและนำข้อมูลมาช่วยเสริมหรือเติมเต็ม จนทำให้บันทึกหลายเรื่องที่ผมเขียนมีความน่าเชื่อถือและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

                โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมานั้น ผมได้ติดตามอ่านบันทึกหรืองานเขียนของเพื่อนๆ ชาว gotoknow เกือบทุกวัน แม้ว่าบางช่วงตัวเองอาจจะไม่ได้เขียนบันทึกใดๆ ลงเป็นเวลานานก็ตาม  แต่ก็พอจะมีเวลาเข้าไปติดตามอ่านและให้กำลังใจกับเพื่อนๆ ทุกคนเสมอ

                เช่นเดียวกัน......เมื่อผมเขียนบันทึกหรือเรื่องราวใดๆ ลงไป เพื่อนๆ หลายท่าน ก็เข้ามาอ่านและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้ผมรู้สึกมีความสุขและเบิกบานใจอย่างมากมายที่ทราบว่ามีคนคอยติดตามอ่านงานเขียนของผมอยู่          

                ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและการแบ่งปันสิ่งที่ดีๆ ต่อกันอยู่เสมอของชาว gotoknow ได้ก่อให้เกิดมิตรภาพ ความสุข ความรัก  ความผูกพัน และความทรงจำที่ไม่มีที่สิ้นสุด  ซึ่งมิใช่มีอยู่เฉพาะแค่ในชุมชนแห่งนี้เท่านั้น หากแต่ยังขยายไปสู่สังคมออนไลน์อื่นๆ เช่น Twitter และ Facebook ตลอดจนการได้รู้จักมักคุ้นและนำไปสู่การไปมาหาสู่กันในโลกของชีวิตจริงอีกด้วย              

                สำหรับผมเองนั้น.....ผมรู้สึกมีความสุข ภูมิใจ และเป็นเกียรติอย่างสูงที่ตนเองได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแห่งนี้

                หนึ่งปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความอบอุ่น และความทรงจำที่ยิ่งใหญ่  เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมมีโอกาสได้นำเสนอความคิดเห็นของตนเองต่อผู้อื่น ทำให้ผมมีโอกาสได้แบ่งปัน เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับผู้คนที่หลากหลาย ทำให้ผมได้รับทั้งความสุข ดอกไม้ กำลังใจ ความทรงจำที่ดีๆ ความงดงาม ความสวยงาม และมิตรภาพที่อบอุ่น  ซึ่งยากที่จะหาได้จากที่อื่นๆ  

 

 


(๓)



                ขอขอบคุณ .....คุณ ..ปริม pirimarj... (ดร.ปริมจิรา ทัดบุบผา) น้องสาวที่แสนดีคนนั้น  ที่ได้แนะนำให้ผมรู้จักกับชุมชนแห่งความรักและความอบอุ่นแห่งนี้ รวมทั้งคอยให้กำลังใจและเอาใจช่วยพี่ชายคนนี้เสมอมาอย่างเนิ่นนานกว่า  20 ปี

                ขอขอบคุณ....ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ gotoknow.org ทุกๆ ท่าน ที่ได้ก่อให้เกิดชุมชนแห่งนี้ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง ผู้ประสานงาน ผู้ดูแลระบบ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ที่ช่วยกันพัฒนาชุมชนแห่งนี้อยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นชุมชนออนไลน์ที่มีคุณภาพมากที่สุดในปัจจุบันนี้

                สุดท้าย....ขอขอบคุณ  เพื่อนๆ หรือกัลยาณมิตรแห่ง gotoknow.org ทุกๆ ท่าน  ที่ได้ช่วยให้คำแนะนำ คอยเอาใจช่วย ให้ดอกไม้  ให้กำลังใจ  และติดตามอ่านงานเขียนของผมเสมอมา

               

                หากหนึ่งปีที่ผ่านมา เป็นหนึ่งปีแห่งความสุขและความงดงาม....ผมขอมอบให้กับครอบครัวของผม และเพื่อนๆ ชาว  gotoknow ทุกๆ ท่านนะครับ






เพลง    "หวังดี"

ศิลปิน    "ศุ     บุญเลี้ยง"