น้ำโล้งเล้ง???

 

ช่วงนี้ถ้าไม่พูดถึงเรื่องอากาศร้อนสงสัยหนูจะทนไม่ไหวแล้ว เพราะที่บ้านทำเกษตรกรรมจึงประสบกับปัญหาภัยแล้งเข้าอย่างจัง!                     

เตี่ยบอกว่าอยู่มา 65 ปีไม่เคยมีปีไหนน้ำเยอะเท่าปี54 (บางครั้งท่านใช้คำว่าน้ำโล้ง เป็นคำโบราณที่หมายถึงว่าน้ำมากคือมองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำโล้งเล้งไปหมด) แม่บอกทำไร่มาตั้งแต่สาวจนแก่ไม่มีปีไหนน้ำแล้งเท่าปี 55 หนูจึงต้องถ่ายรูปแสดงระดับน้ำมาให้ดูกันชัดๆไปเลย…

หนูวัดดูคราวๆพบว่าระดับต่ำสุด - สูงสุดห่างกันประมาณ 180 เซนติเมตร

เตี่ยต้องตั้งเครื่องวิดน้ำในแม่น้ำท่าจีนเข้าไร่เพราะไม่มีน้ำรดผักแล้ว แต่น้ำยังแห้งขอดเหลือแต่ดินโคลน ท่านจึงต้องลงไปสาดโคลนขึ้นเพื่อให้เกิดทางน้ำ

ช่างเวลาที่จะวิดน้ำเข้าไร่มีเพียง 2-3 ชั่วโมงคือตั้งแต่ตี4 ถึง7โมงเช้า เนื่องจากเป็นช่วงน้ำขึ้นเต็มที่ (เกิดสุภาษิตใหม่ว่าน้ำขึ้นให้รีบวิด)    แต่ผลพลอยได้จากน้ำแล้งก็คือจับปลาได้ง่ายมากเพราะน้ำแห้งจนเห็นสันหลังปลา แม่นำมาทำแกงส้มปลาช่อน ปลาสลิดใส่เกลือ ปลาดุกผัดเผ็ด ปลาต้มเค็ม ปลาต้มกะทิ บางครั้งยังไม่ทันจะจับปลา เขาก็ตายเสียก่อนแล้วเพราะทนร้อนไม่ไหว บางตัวตายอยู่ในดินโคลนเพราะไม่มีน้ำเห็นแล้วเศร้าใจ…